พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ (เล่ม 34)

[๘๐๐] อหิริกะ เป็นไฉน?
กิริยาที่ไม่ละอายต่อการประพฤติทุจริตอันเป็นสิ่งที่น่าละอาย กิริยาที่ไม่ละอายต่อการ
ประกอบอกุศลบาปทั้งหลาย อันใด นี้เรียกว่า อหิริกะ.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ (เล่ม 34)

[๘๐๑] อโนตตัปปะ เป็นไฉน?
กิริยาที่ไม่เกรงกลัวต่อการประพฤติทุจริตอันเป็นสิ่งที่น่าเกรงกลัว กิริยาที่ไม่เกรงกลัวต่อ
การประกอบอกุศลบาปธรรมทั้งหลาย อันใด นี้เรียกว่า อโนตตัปปะ.
สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นกิเลส.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ (เล่ม 34)

[๘๐๒] ธรรมไม่เป็นกิเลส เป็นไฉน?
เว้นกิเลสธรรมเหล่านั้นเสีย กุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากตธรรมที่เหลือ ซึ่งเป็น
กามาวจร รูปาวจร โลกุตตระ คือ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ รูปทั้งหมด และอสังขต
ธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมไม่เป็นกิเลส.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ (เล่ม 34)

[๘๐๓] ธรรมเป็นอารมณ์ของสังกิเลส เป็นไฉน?
กุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากตธรรม ประเภทที่ยังมีอาสวะ ซึ่งเป็นกามาวจร
รูปาวจร อรูปาวจร คือ รูปขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็น
อารมณ์ของสังกิเลส.
ธรรมไม่เป็นอารมณ์ของสังกิเลส เป็นไฉน?
มรรคและผลของมรรคที่เป็นโลกุตตระ และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า
ธรรมไม่เป็นอารมณ์ของสังกิเลส.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ (เล่ม 34)

[๘๐๔] ธรรมเศร้าหมอง เป็นไฉน?
อกุศลมูล ๓ คือ โลภะ โทสะ โมหะ และกิเลสที่ตั้งอยู่ฐานเดียวกันกับอกุศลมูลนั้น
เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ อันสัมปยุตด้วยอกุศลมูลนั้น, กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม
อันมีอกุศลมูลนั้นเป็นสมุฏฐาน สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเศร้าหมอง.
ธรรมไม่เศร้าหมอง เป็นไฉน?
กุศลธรรมและอัพยากตธรรม ที่เป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร โลกุตตระ คือ
เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์, รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรม
ไม่เศร้าหมอง.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ (เล่ม 34)

[๘๐๕] ธรรมสัมปยุตด้วยกิเลส เป็นไฉน?
ธรรมเหล่าใด สัมปยุตด้วยกิเลสธรรมเหล่านั้น คือ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์
สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมสัปยุตด้วยกิเลส.
ธรรมวิปปยุตจากกิเลส เป็นไฉน?
ธรรมเหล่าใด วิปปยุตจากกิเลสธรรมเหล่านั้น คือ เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์
รูปทั้งหมด และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมวิปปยุตจากกิเลส.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ (เล่ม 34)

[๘๐๖] ธรรมเป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของสังกิเลส เป็นไฉน?
กิเลสธรรมเหล่านั้นนั่นแล ชื่อว่า ธรรมเป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของสังกิเลส.
ธรรมเป็นอารมณ์ของสังกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลส เป็นไฉน?
ธรรมเหล่าใด เป็นอารมณ์ของสังกิเลสโดยกิเลสธรรมเหล่านั้น เว้นกิเลสธรรมเหล่านั้น
เสีย คือ กุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากตธรรม ประเภทที่ยังมีอาสวะที่เหลือ ซึ่งเป็น
กามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร ได้แก่รูปขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า
ธรรมเป็นอารมณ์ของสังกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลส.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ (เล่ม 34)

[๘๐๗] ธรรมเป็นกิเลสและเศร้าหมอง เป็นไฉน?
กิเลสเหล่านั้นนั่นแล ชื่อว่า ธรรมเป็นกิเลสและเศร้าหมอง.
ธรรมเศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลส เป็นไฉน?
ธรรมเหล่าใด เศร้าหมองโดยกิเลสธรรมเหล่านั้น เว้นกิเลสธรรมเหล่านั้นเสีย คือ
เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลส.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ (เล่ม 34)

[๘๐๘] ธรรมเป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลส เป็นไฉน?
โลภะ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยโมหะ โมหะ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วย
กิเลส โดยโลภะ
โทสะ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยโมหะ โมหะ เป็นกิเลสและสัมปยุต
ด้วยกิเลส โดยโทสะ
มานะ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยโมหะ โมหะ เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วย
กิเลส โดยมานะ
ทิฏฐิ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยโมหะ โมหะ เป็นกิเลสและสัมปยุต
ด้วยกิเลส โดยทิฏฐิ
วิจิกิจฉา เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยโมหะ โมหะ เป็นกิเลส และ
สัมปยุตด้วยกิเลส โดยวิจิกิจฉา
ถีนะ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยโมหะ โมหะ เป็นกิเลส และสัมปยุต
ด้วยกิเลส โดยถีนะ
อุทธัจจะ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยโมหะ โมหะ เป็นกิเลสและสัมปยุต
ด้วยกิเลส โดยอุทธัจจะ
อหิริกะ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยโมหะ โมหะ เป็นกิเลส และสัมปยุต
ด้วยกิเลส โดยอหิริกะ
อโนตตัปปะ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยโมหะ โมหะ เป็นกิเลส
และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยอโนตตัปปะ
โลภะ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยอุทธัจจะ อุทธัจจะ เป็นกิเลส และ
สัมปยุตด้วยกิเลส โดยโลภะ
โทสะ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยอุทธัจจะ อุทธัจจะ เป็นกิเลส และ
สัมปยุตด้วยกิเลส โดยโทสะ
โมหะ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยอุทธัจจะ อุทธัจจะ เป็นกิเลส และ
สัมปยุตด้วยกิเลส โดยโมหะ
มานะ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยอุทธัจจะ อุทธัจจะ เป็นกิเลส และ
สัมปยุตด้วยกิเลส โดยมานะ
ทิฏฐิ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยอุทธัจจะ อุทธัจจะ เป็นกิเลส และ
สัมปยุตด้วยกิเลส โดยทิฏฐิ
วิจิกิจฉา เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยอุทธัจจะ อุทธัจจะ เป็นกิเลส และ
สัมปยุตด้วยกิเลส โดยวิจิกิจฉา
ถีนะ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยอุทธัจจะ อุทธัจจะ เป็นกิเลส และ
สัมปยุตด้วยกิเลส โดยถีนะ
อหิริกะ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยอุทธัจจะ อุทธัจจะ เป็นกิเลส และ
สัมปยุตด้วยกิเลส โดยอหิริกะ
อโนตตัปปะ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยอุทธัจจะ อุทธัจจะ เป็นกิเลส
และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยอโนตตัปปะ
โลภะ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยอหิริกะ อหิริกะ เป็นกิเลส และ
สัมปยุตด้วยกิเลส โดยโลภะ
โทสะ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยอหิริกะ อหิริกะ เป็นกิเลส และ
สัมปยุตด้วยกิเลส โดยโทสะ
โมหะ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยอหิริกะ อหิริกะ เป็นกิเลส และ
สัมปยุตด้วยกิเลส โดยโมหะ
มานะ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยอหิริกะ อหิริกะ เป็นกิเลส และ
สัมปยุตด้วยกิเลส โดยมานะ
ทิฏฐิ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยอหิริกะ อหิริกะ เป็นกิเลส และ
สัมปยุตด้วยกิเลส โดยทิฏฐิ
วิจิกิจฉา เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยอหิริกะ อหิริกะ เป็นกิเลส และ
สัมปยุตด้วยกิเลส โดยวิจิกิจฉา
ถีนะ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยอหิริกะ อหิริกะ เป็นกิเลส และ
สัมปยุตด้วยกิเลส โดยถีนะ
อุทธัจจะ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยอหิริกะ อหิริกะ เป็นกิเลส และ
สัมปยุตด้วยกิเลส โดยอุทธัจจะ
อโนตตัปปะ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยอหิริกะ อหิริกะ เป็นกิเลส
และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยอโนตตัปปะ
โลภะ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยอโนตตัปปะ อโนตตัปปะ เป็นกิเลส
และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยโลภะ
โทสะ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยอโนตตัปปะ อโนตตัปปะ เป็นกิเลส
และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยโทสะ
โมหะ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยอโนตตัปปะ อโนตตัปปะ เป็นกิเลส
และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยโมหะ
มานะ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยอโนตตัปปะ อโนตตัปปะ เป็นกิเลส
และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยมานะ
ทิฏฐิ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยอโนตตัปปะ อโนตตัปปะ เป็นกิเลส
และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยทิฏฐิ
วิจิกิจฉา เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยอโนตตัปปะ อโนตตัปปะ เป็นกิเลส
และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยวิจิกิจฉา
ถีนะ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยอโนตตัปปะ อโนตตัปปะ เป็นกิเลส
และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยถีนะ
อุทธัจจะ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยอโนตตัปปะ อโนตตัปปะ เป็นกิเลส
และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยอุทธัจจะ
อหิริกะ เป็นกิเลส และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยอโนตตัปปะ อโนตตัปปะ เป็นกิเลส
และสัมปยุตด้วยกิเลส โดยอหิริกะ
สภาวธรรมเหล่านี้ ธรรมเป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลส.
ธรรมสัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลส เป็นไฉน?
ธรรมเหล่าใด สัมปยุตด้วยกิเลสธรรมเหล่านั้น เว้นกิเลสธรรมเหล่านั้นเสีย คือ
เวทนาขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมสัมปยุตด้วยกิเลสแต่ไม่เป็น
กิเลส.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ (เล่ม 34)

[๘๐๙] ธรรมวิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของสังกิเลส เป็นไฉน?
ธรรมเหล่าใด วิปปยุตจากกิเลสธรรมเหล่านั้น คือ กุศลธรรม อัพยากตธรรม ประเภท
ที่ยังมีอาสวะ ที่เป็นกามาวจร รูปาวจร อรูปาวจรรูป ได้แก่รูปขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์
สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมวิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของสังกิเลส.
ธรรมวิปปยุตจากกิเลสและไม่เป็นอารมณ์ของสังกิเลส เป็นไฉน?
มรรคและผลของมรรคที่เป็นโลกุตตระ และอสังขตธาตุ สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า
ธรรมวิปปยุตจากกิเลสและไม่เป็นอารมณ์ของสังกิเลส.
กิเลสโคจฉกะ จบ
————–
ปิฏฐิทุกะ