พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ (เล่ม 34)

[๑๐] ๕๐-๑. ปรามาสทุกะ
ปรามาสา ธมฺมา ธรรมเป็นปรามาสะ (ทิฏฐิ)
โน ปรามาสา ธมฺมา ธรรมไม่เป็นปรามาสะ
๕๑-๒. ปรามัฏฐทุกะ
ปรามฏฺฐา ธมฺมา ธรรมเป็นอารมณ์ของปรามาสะ
อปรามฏฺฐา ธมฺมา ธรรมไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสะ
๕๒-๓. ปรามาสสัมปยุตตทุกะ
ปรามาสสมฺปยุตฺตา ธมฺมา ธรรมสัมปยุตด้วยปรามาสะ
ปรามาสวิปฺปยุตฺตา ธมฺมา ธรรมวิปปยุตจากปรามาสะ
๕๓-๔. ปรามาสปรามัฏฐทุกะ
ปรามาสา เจว ธมฺมา ปรามฏฺฐา จ ธรรมเป็นปรามาสะ และเป็นอารมณ์ของปรามาสะ
ปรามฏฺฐา เจว ธมฺมา โน จ ปรามาสา ธรรมเป็นอารมณ์ของปรามาสะ แต่ไม่เป็นของ
ปรามาสะ
๕๔-๕. ปรามาสวิปปยุตตปรามัฏฐทุกะ
ปรามาสวิปฺปยุตฺตา โข ปน ธมฺมา ธรรมวิปปยุตจากปรามาสะ แต่เป็นอารมณ์
ปรามฏฺฐาปิ ปรามาสะ
(ปรามาสวิปฺปยุตฺตา โข ปน ธมฺมา) ธรรมวิปปยุตจากปรามาสะ และไม่เป็นอารมณ์
อปรามฏฺฐาปี ของปรามาสะ
มหันตรทุกะ
หมวดที่ ๑๐ มี ๑๔ ทุกะ คือ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ (เล่ม 34)

[๑๑] ๕๕-๑. สารัมมณทุกะ
สารมฺมณา ธมฺมา ธรรมมีอารมณ์
อนารมฺมณา ธมฺมา ธรรมไม่มีอารมณ์
๕๖-๒. จิตตทุกะ
จิตฺตา ธมฺมา ธรรมเป็นจิต
โน จิตฺตา ธมฺมา ธรรมไม่เป็นจิต
๕๗-๓. เจตสิกทุกะ
เจตสิกา ธมฺมา ธรรมเป็นเจตสิก
อเจตสิกา ธมฺมา ธรรมไม่เป็นเจตสิก
๕๘-๔. จิตตสัมปยุตตทุกะ
จิตฺตสมฺปยุตฺตา ธมฺมา ธรรมสัมปยุตด้วยจิต
จิตฺตวิปฺปยุตฺตา ธมฺมา ธรรมวิปปยุตจากจิต
๕๙-๕. จิตตสังสัฏฐทุกะ
จิตฺตสํสฏฺฐา ธมฺมา ธรรมเจือกับจิต
จตฺตวิสํสฏฺฐา ธมฺมา ธรรมไม่เจือกับจิต
๖๐-๖. จิตตสมุฏฐานทุกะ
จิตฺตสมุฏฺฐานา ธมฺมา ธรรมมีจิตเป็นสมุฏฐาน
โน จิตฺตสมุฏฺฐานา ธมฺมา ธรรมไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน
๖๑-๗. จิตตสหภูทุกะ
จิตฺตสหภุโน ธมฺมา ธรรมเกิดร่วมกับจิต
โน จิตฺตสหภุโน ธมฺมา ธรรมไม่เกิดร่วมกับจิต
๖๒-๘. จิตตานุปริวัตติทุกะ
จิตฺตานุปริวตฺติโน ธมฺมา ธรรมเกิดคล้อยตามจิต
โน จิตฺตานุปริวตฺติโน ธมฺมา ธรรมไม่เกิดคล้อยตามจิต
๖๓-๙. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ
จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานา ธมฺมา ธรรมเจือกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน
โน จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานา ธมฺมา ธรรมไม่เจือกับจิตและไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน
๖๔-๑๐. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภูทุกะ
จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสหภุโน ธมฺมา ธรรมเจือกับจิต มีจิตเป็นสมุฏฐาน และเกิดร่วม
กับจิต
โน จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสหภุโน ธรรมไม่เจือกับจิต ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน และ
ธมฺมา ไม่เกิดร่วมกับจิต
๖๕-๑๑. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติทุกะ
จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานานุปริวตฺติโน ธมฺมา ธรรมเจือกับจิตเป็นสมุฏฐานและเกิดคล้อยตามจิต
โน จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานานุปริวตฺติ โน ธรรมไม่เจือกับจิต ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน และ
ธมฺมา ไม่เกิดคล้อยตามจิต
๖๖-๑๒. อัชฌัตติกทุกะ
อชฺฌตฺติกา ธมฺมา ธรรมเป็นภายใน
พาหิรา ธมฺมา ธรรมเป็นภายนอก
๖๗-๑๓. อุปาทาทุกะ
อุปาทา ธมฺมา ธรรมอาศัยมหาภูตรูปเกิด
โน อุปาทา ธมฺมา ธรรมไม่อาศัยมหาภูตรูปเกิด
๖๘-๑๔. อุปาทินนทุกะ
อุปาทินฺนา ธมฺมา ธรรมอันเจตนากรรมที่สัมปยุตด้วยตัณหา ทิฏฐิ
เข้ายึดครอง
อนุปาทินฺนา ธมฺมา ธรรมอันเจตนากรรมที่สัมปยุตด้วยตัณหา ทิฏฐิ
ไม่เข้ายึดครอง
อุปาทานโคจฉกะ
หมวดที่ ๑๑ มี ๖ ทุกะ คือ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ (เล่ม 34)

[๑๒] ๖๙-๑. อุปาทานทุกะ
อุปาทานา ธมฺมา ธรรมเป็นอุปาทาน
โน อุปาทานา ธมฺมา ธรรมไม่เป็นอุปาทาน
๗๐-๒. อุปาทานิยทุกะ
อุปาทานิยา ธมฺมา ธรรมเป็นอารมณ์ของอุปาทาน
อนุปาทานิยา ธมฺมา ธรรมไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน
๗๑-๓. อุปาทานสัมปยุตตทุกะ
อุปาทานสมฺปยุตฺตา ธมฺมา ธรรมสัมปยุตด้วยอุปาทาน
อุปาทานวิปฺปยุตฺตา ธมฺมา ธรรมวิปปยุตจากอุปาทาน
๗๒-๔. อุปาทานอุปาทานิยทุกะ
อุปาทานา เจว ธมฺมา อุปาทานิยา จ ธรรมเป็นอุปาทานและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน
อุปาทานิยา เจว ธมฺมา โน จ ธรรมเป็นอารมณ์ของอุปาทาน แต่ไม่เป็นอุปาทาน
อุปาทานา
๗๓-๕. อุปาทานอุปาทานสัมปยุตตทุกะ
อุปาทานา เจว ธมฺมา อุปาทาน ธรรมเป็นอุปาทาน และสัมปยุตด้วยอุปาทาน
สมฺปยุตฺตา จ
อุปาทานสมฺปยุตฺตา เจว ธมฺมา ธรรมสัมปยุตด้วยอุปาทาน แต่ไม่เป็นอุปาทาน
โน จ อุปาทานา
๗๔-๖. อุปาทานวิปปยุตตอุปาทานิยทุก
อุปาทานวิปฺปยุตฺตา โข ปน ธรรมวิปปยุตจากอุปาทาน แต่เป็นอารมณ์
ธมฺมา อุปาทานิยาปิ ของอุปาทาน
(อุปาทานวิปฺปยุตฺตา โข ปน ธมฺมา) ธรรมวิปปยุตจากอุปาทาน และไม่เป็น
อนุปาทานิยาปิ อารมณ์ของอุปาทาน
กิเลสโคจฉกะ
หมวดที่ ๑๒ มี ๘ ทุกะ คือ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ (เล่ม 34)

[๑๓] ๗๕-๑. กิเลสทุกะ
กิเลสา ธมฺมา ธรรมเป็นกิเลส
โน กิเลสา ธมฺมา ธรรมไม่เป็นกิเลส
๗๖-๒. สังกิเลสิกทุกะ
สงฺกิเลสิกา ธมฺมา ธรรมเป็นอารมณ์ของสังกิเลส
อสงฺกิเลสิกา ธมฺมา ธรรมไม่เป็นอารมณ์ของสังกิเลส
๗๗-๓. สังกิลิฏฐทุกะ
สงฺกิลิฏฐา ธมฺมา ธรรมเศร้าหมอง
อสงฺกิลิฏฐา ธมฺมา ธรรมไม่เศร้าหมอง
๗๘-๔. กิเลสสัมปยุตตทุกะ
กิเลสสมฺปยุตฺตา ธมฺมา ธรรมสัมปยุตด้วยกิเลส
กิเลสวิปฺปยุตฺตา ธมฺมา ธรรมวิปปยุตจากกิเลส
๗๙-๕. กิเลสสังกิเลสิกทุกะ
กิเลสา เจว ธมฺมา สงฺกิเลสิกา จ ธรรมเป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของสังกิเลส
สงฺกิเลสิกา เจว ธมฺมา โน จ กิเลสา ธรรมเป็นอารมณ์ของสังกิเลส แต่ไม่เป็นกิเลส
๘๐-๖. กิเลสสังกิลิฏฐทุกะ
กิเลสา เจว สงฺกิลิฏฺฐา จ ธรรมเป็นกิเลสและเศร้าหมอง
สงฺกิลิฏฺฐา เจว ธมฺมา โน จ กิเลสา ธรรมเศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลส
๘๑-๗. กิเลสกิเลสสัมปยุตตทุกะ
กิเลสา เจว ธมฺมา กิเลสสมฺปยุตฺตา จ ธรรมเป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลส
กิเลสสมฺปยุตฺตา เจว ธมฺมา โน จ กิเลสา ธรรมสัมปยุตด้วยกิเลส แต่ไม่เป็นกิเลส
๘๒-๘. กิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกทุกะ
กิเลสวิปฺปยุตฺตา โข ปน ธมฺมา ธรรมวิปปยุตจากกิเลส แต่เป็นอารมณ์ของ
สงฺกิเลสิกาปิ สังกิเลส
(กิเลสวิปฺปยุตฺตา โข ปน ธมฺมา) ธรรมวิปปยุตจากกิเลส และไม่เป็นอารมณ์ของ
อสงฺกิเลสิกาปิ สังกิเลส
ปิฏฐิทุกะ
หมวดที่ ๑๓ มี ๑๘ ทุกะ คือ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ (เล่ม 34)

[๑๔] ๘๓-๑. ทัสสเนนปหาตัพพทุกะ
ทสฺสเนน ปหาตพฺพา ธมฺมา ธรรมอันโสดาปัตติมรรคประหาณ
น ทสฺสเนน ปหาตพฺพา ธมฺมา ธรรมอันโสดาปัตติมรรคไม่ประหาณ
๘๔-๒. ภาวนายปหาตัพพทุกะ
ภาวนาย ปหาตพฺพา ธมฺมา ธรรมอันมรรคเบื้องสูง ๓ ประหาณ
น ภาวนาย ปหาตพฺพา ธมฺมา ธรรมอันมรรคเบื้องสูง ๓ ไม่ประหาณ
๘๕-๓. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกทุกะ
ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา ธมฺมา ธรรมมีสัมปยุตตเหตุอันโสดาปัตติมรรคประหาณ
น ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา ธมฺมา ธรรมไม่มีสัมปยุตตเหตุอันโสดาปัตติมรรคจะ
ประหาณ
๘๖-๔. ภาวนายปหาตัพพเหตุกทุกะ
ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกา ธมฺมา ธรรมมีสัมปยุตตเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ ประหาณ
น ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกา ธมฺมา ธรรมไม่มีสัมปยุตตเหตุอันมรรคเบื้องสูง ๓ จะ
ประหาณ
๘๗-๕. สวิตักกทุกะ
สวิตกฺกา ธมฺมา ธรรมมีวิตก
อวิตกฺกา ธมฺมา ธรรมไม่มีวิตก
๘๘-๖. สวิจารทุกะ
สวิจารา ธมฺมา ธรรมมีวิจาร
อวิจารา ธมฺมา ธรรมไม่มีวิจาร
๘๙-๗. สัปปืติกทุกะ
สปฺปีติกา ธมฺมา ธรรมมีปีติ
อปฺปีติกา ธมฺมา ธรรมไม่มีปีติ
๙๐-๘. ปืติสหคตทุกะ
ปีติสหคตา ธมฺมา ธรรมสหรคตด้วยปีติ
น ปีติสคตา ธมฺมา ธรรมไม่สหรคตด้วยปีติ
๙๑-๙. สุขสหคตทุกะ
สุขสหคตา ธมฺมา ธรรมสหรคตด้วยสุขเวทนา
น สุขสหคตา ธมฺมา ธรรมไม่สหรคตด้วยสุขเวทนา
๙๒-๑๐. อุเปกขาสหคตทุกะ
อุเปกฺขาสหคตา ธมฺมา ธรรมสหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา
น อุเปกฺขาสหคตา ธมฺมา ธรรมไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา
๙๓-๑๑. กามาวจรทุกะ
กามาวจรา ธมฺมา ธรรมเป็นกามาวจร
น กามาวจรา ธมฺมา ธรรมไม่เป็นกามาวจร
๙๔-๑๒. รูปาวจรทุกะ
รูปาวจรา ธมฺมา ธรรมเป็นรูปาวจร
น รูปาวจรา ธมฺมา ธรรมไม่เป็นรูปาวจร
๙๕-๑๓. อรูปาวจรทุกะ
อรูปาวจรา ธมฺมา ธรรมเป็นอรูปาวจร
น อรูปาวจรา ธมฺมา ธรรมไม่เป็นอรูปาวจร
๙๖-๑๔. ปริยาปันนทุกะ
ปริยาปนฺนา ธมฺมา ธรรมเป็นปริยาปันนะ
อปริยาปนฺนา ธมฺมา ธรรมเป็นอปริยาปันนะ
๙๗-๑๕. นิยยานิกทุกะ
นิยฺยนิกา ธมฺมา ธรรมเป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏ
อนิยฺยานิกา ธมฺมา ธรรมไม่เป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏ
๙๘-๑๖. นิยตทุกะ
นิยตา ธมฺมา ธรรมให้ผลแน่นอน
อนิยตา ธมฺมา ธรรมให้ผลไม่แน่นอน
๙๙-๑๗. สอุตตรทุกะ
สอุตฺตรา ธมฺมา ธรรมมีธรรมอื่นยิ่งกว่า
อนุตฺตรา ธมฺมา ธรรมไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า
๑๐๐-๑๘. สรณทุกะ
สรณา ธมฺมา ธรรมเกิดกับกิเลส
อรณา ธมฺมา ธรรมไม่เกิดกับกิเลส
อภิธรรมมาติกา ๑๐๐ ทุกะ จบ
———-
สุตตันตมาติกา ๔๒ ทุกะ

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ (เล่ม 34)

[๑๕] ๑. วิชชาภาคีทุกะ
วิชฺชาภาคิโน ธมฺมา ธรรมเป็นไปในส่วนวิชชา
อวิชฺชาภาคิโน ธมฺมา ธรรมเป็นไปในส่วนอวิชชา
๒. วิชชูปมทุกะ
วิชฺชูปมา ธมฺมา ธรรมเหมือนฟ้าแลบ
วชิรูปมา ธมฺมา ธรรมเหมือนฟ้าผ่า
๓. พาลทุกะ
พาลา ธมฺมา ธรรมทำให้เป็นพาล
ปณฺฑิตา ธมฺมา ธรรมทำให้เป็นบัณฑิต
๔. กัณหทุกะ
กณฺหา ธมฺมา ธรรมดำ
สุกฺกา ธมฺมา ธรรมขาว
๕. ตปนิยทุกะ
ตปนิยา ธมฺมา ธรรมทำให้เร่าร้อน
อตปนิยา ธมฺมา ธรรมไม่ทำให้เร่าร้อน
๖. อธิวจนทุกะ
อธิวจนา ธมฺมา ธรรมเป็นชื่อ
อธิวจนปถา ธมฺมา ธรรมเป็นเหตุของธรรมเป็นชื่อ
๗. นิรุตติทุกะ
นิรุตฺติ ธมฺมา ธรรมเป็นนิรุตติ
นิรุตฺติปถา ธมฺมา ธรรมเป็นเหตุของธรรมเป็นนิรุตติ
๘. ปัญญัติติทุกะ
ปญฺญตฺติ ธมฺมา ธรรมเป็นบัญญัติ
ปญฺญตฺติปถา ธมฺมา ธรรมเป็นเหตุของธรรมเป็นบัญญัติ
๙. นามรูปทุกะ
นามญฺจ นามธรรม
รูปญฺจ รูปธรรม
๑๐. อวิชชาทุกะ
อวิชฺชา จ ความไม่รู้แจ้ง
ภวตณฺหา จ ความปรารถนาภพ
๑๑. ภวทิฏฐิทุกะ
ภวทิฏฺฐิ จ ความเห็นว่าเกิด
วิภวทิฏฺฐิ จ ความเห็นว่าไม่เกิด
๑๒. สัสสตทิฏฐิทุกะ
สสฺสตทิฏฺฐิ จ ความเห็นว่าเที่ยง
อุจฺเฉททิฏฺฐิ จ ความเห็นว่าสูญ
๑๓. อันตวาทิฏฐิทุกะ
อนฺตวาทิฏฺฐิ จ ความเห็นว่ามีที่สุด
อนนฺตวาทิฏฺฐิ จ ความเห็นว่าไม่มีที่สุด
๑๔. ปุพพันตานุทิฏฐิทุกะ
ปุพฺพนฺตานุทิฏฺฐิ จ ความเห็นปรารภส่วนอดีต
อปรนฺตานุทิฏฺฐิ จ ความเห็นปรารภส่วนอนาคต
๑๕. อหิริกทุกะ
อหิริกญฺจ ความไม่ละอาย
อโนตฺตปฺปญฺจ ความไม่เกรงกลัว
๑๖. หิริทุกะ
หิริ จ ความละอาย
โอตฺตปฺปญฺจ ความเกรงกลัว
๑๗. โทวจัสสตาทุกะ
โทวจสฺสตา จ ความเป็นผู้ว่ายาก
ปาปมิตฺตตา จ ความเป็นผู้มีมิตรชั่ว
๑๘. โสวจัสสตาทุกะ
โสวจสฺสตา จ ความเป็นผู้ว่าง่าย
กลฺยาณมิตฺตตา จ ความเป็นผู้มีมิตรดี
๑๙. อาปัตติกุสลตาทุกะ
อาปตฺติกุสลตา จ ความเป็นผู้ฉลาดในอาบัติ
อาปตฺติวุฏฺฐานกุสลตา จ ความเป็นผู้ฉลาดในการออกจากอาบัติ
๒๐. สมาปัตติกุสลตาทุกะ
สมาปตฺติกุสลตา จ ความเป็นผู้ฉลาดในสมาบัติ
สมาปตฺติวุฏฺฐานกุสลตา จ ความเป็นผู้ฉลาดในการออกจากสมาบัติ
๒๑. ธาตุกุสลตาทุกะ
ธาตุกุสลตา จ ความเป็นผู้ฉลาดในธาตุ
มนสิการกุสลตา จ ความเป็นผู้ฉลาดในการพิจารณา
๒๒. อายตนกุสลตาทุกะ
อายตนกุสลตา จ ความเป็นผู้ฉลาดในอายตนะ
ปฏิจฺจสมุปฺปาทกุสลตา จ ความเป็นผู้ฉลาดในปฏิจจสมุปบาท
๒๓. ฐานกุสลตาทุกะ
ฐานกุสลตา จ ความเป็นผู้ฉลาดในฐานะ
อฏฺฐานกุสลตา จ ความเป็นผู้ฉลาดในอฐานะ
๒๔. อาชชวทุกะ
อาชฺชโว จ ความซื่อตรง
มทฺทโว จ ความอ่อนโยน
๒๕. ขันติทุกะ
ขนฺติ จ ความอดทน
โสรจฺจญฺ จ ความสงบเสงี่ยม
๒๖. สาขัลยทุ
สาขลฺยญฺจ ความเป็นผู้มีวาจาอ่อนหวาน
ปฏิสนฺถาโร จ การปฏิสันถาร
๒๗. อินทริยอคุตตทวารตาทุกะ
อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวารตา จ ความเป็นผู้ไม่สำรวมในอินทรีย์ ๖
โภชเน อมตฺตญฺญุตา จ ความเป็นผู้ไม่รู้ประมาณในโภชนาหาร
๒๘. อินทริยคุตตทวารตาทุกะ
อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารตา จ ความเป็นผู้สำรวมในอินทรีย์ ๖
โภชเน มตฺตญฺญุตา จ ความเป็นผู้รู้ประมาณในโภชนาหาร
๒๙. มุฏฐสัจจทุกะ
มุฏฺฐสจฺจญฺจ ความเป็นผู้ไม่มีสติ
อสมฺปชญฺญญฺจ ความเป็นผู้ไม่มีสัมปชัญญะ
๓๐. สติทุกะ
สติ จ สติ
สมฺปชญฺญญฺจ สัมปชัญญะ
๓๑. ปฏิสังขานพลทุกะ
ปฏิสงฺขานพลญฺจ กำลังคือการพิจารณา
ภาวนาพลญฺจ กำลังคือภาวนา
๓๒. สมถฑุกะ
สมโถ จ สมถะ
วิปสฺสนา จ วิปัสสนา
๓๓. นิมิตตทุกะ
สมถนิมิตฺตญฺจ นิมิตคือสมถะ
ปคฺคาหนิมิตฺตญฺจ นิมิตคือความเพียร
๓๔. ปัคคาหทุกะ
ปคฺคาโห จ ความเพียร
อวิกฺเขโป จ ความไม่ฟุ้งซ่าน
๓๕. วิปัตติทุกะ
สีลวิปตฺติ จ ความวิบัติแห่งศีล
ทิฏฺฐิวิปตฺติ จ ความวิบัติแห่งทิฏฐิ
๓๖. สัมปทาทุกะ
สีลสมฺปทา จ ความสมบูรณ์แห่งศีล
ทิฏฺฐิสมฺปทา จ ความสมบูรณ์แห่งทิฏฐิ
๓๗. วิสุทธิทุกะ
สีลวิสุทฺธิ จ ความหมดจดแห่งศีล
ทิฏฺฐิวิสุทฺธิ จ ความหมดจดแห่งทิฏฐิ
๓๘. ทิฏฐิวิสุทธิทุกะ
ทิฏฺฐิวิสุทฺธิ โข ปน ความหมดจดแห่งทิฏฐิ
ยถาทิฏฺฐิสฺส จ ปธานํ ความเพียรแห่งบุคคลผู้มีทิฏฐิอันหมดจด
๓๙. สังเวคทุกะ
สํเวโค จ สํเวชนิเยสุ ฐาเนสุ ความสลดใจในฐานะเป็นที่ตั้งแห่งความสลดใจ
สํวิคฺคสฺส จ โยนิโส ปธานํ ความพยายามโดยแยบคายของบุคคลผู้มีความ
สลดใจ
๔๐. อสันตุฏฐตาทุกะ
อสนฺตุฏฺฐตา จ กุสเลสุ ธมฺเมสุ ความไม่รู้จักอิ่มในกุศลธรรม
อปฺปฏิวานิตา จ ปธานสฺมึ ความไม่ท้อถอยในความพยายาม
๔๑. วิชชาทุกะ
วิชฺชา จ ความรู้แจ้ง
วิมุตฺติ จ ความหลุดพ้น
๔๒. ขยญาณทุกะ
ขเย ญาณํ ญาณในอริยมรรค
อนุปฺปาเท ญาณํ ญาณในอริยผล
สุตตันตมาติกา ๔๒ ทุกะ จบ
มาติกา จบ
———-
จิตตุปปาทกัณฑ์
กุศลธรรม
กามาวจรมหากุศลจิต ๘
จิตดวงที่ ๑
บทภาชนีย์

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ (เล่ม 34)

[๑๖] ธรรมเป็นกุศล เป็นไฉน
กามาวจรกุศลจิต สหรคตด้วยโสมนัส สัมปยุตด้วยญาณ มีรูปเป็นอารมณ์ หรือ มีเสียง
เป็นอารมณ์ มีกลิ่นเป็นอารมณ์ มีรสเป็นอารมณ์ มีโผฏฐัพพะเป็นอารมณ์ มีธรรมเป็นอารมณ์
หรือปรารภอารมณ์ใดๆ เกิดขึ้นในสมัยใด ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา จิต วิตก วิจาร
ปีติ สุข เอกัคคตา สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ มนินทรีย์ โสมนัส
สินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ
สัทธาพละ วิริยพละ สติพละ สมาธิพละ ปัญญาพละ หิริพละ โอตตัปปพละ อโลภ อโทสะ
อโมหะ อนภิชฌา อัพยาปาทะ (สัมมาทิฏฐิ หิริ โอตตัปปะ) กายปัสสัทธิ จิตตปัสสัทธิ
กายลหุตา จิตตลหุตา กายมุทุตา จิตตมุทุตา กายกัมมัญญตา จิตตกัมมัญญตา กายปาคุญญตา
จิตตปาคุญญตา กายุชุกตา จิตตุชุกตา สติ สัมปชัญญะ สมถะ วิปัสสนา ปัคคาหะ อวิกเขปะ
มีในสมัยนั้น หรือนามธรรมที่อิงอาศัยเกิดขึ้นแม้อื่นใด มีอยู่ในสมัยนั้น.
สภาวธรรมเหล่านี้ชื่อว่า ธรรมเป็นกุศล

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ (เล่ม 34)

[๑๗] ผัสสะ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
การกระทบ กิริยาที่กระทบ กิริยาที่ถูกต้อง ความถูกต้อง ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า
ผัสสะมีในสมัยนั้น.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ (เล่ม 34)

[๑๘] เวทนา มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
ความสบายทางใจ ความสุขทางใจ อันเกิดแต่สัมผัสแห่งมโนวิญญาณธาตุที่สมกัน
ความเสวยอารมณ์ที่สบาย เป็นสุข อันเกิดแต่เจโตสัมผัส กิริยาเสวยอารมณ์ที่สบาย เป็นสุข
อันเกิดแต่เจโตสัมผัส ในสมัยนั้น อันใด นี้ชื่อว่า เวทนา มีในสมัยนั้น.

พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ (เล่ม 34)

[๑๙] สัญญา มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
การจำ กิริยาที่จำ ความจำ อันเกิดแต่สัมผัสแห่งมโนวิญญาณธาตุที่สมกัน ในสมัยนั้น
อันใด นี้ชื่อว่า สัญญามีในสมัยนั้น.