พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๓๑๔] พระชินเจ้าย่อมรุ่งโรจน์ทุกเมื่อ ดังหน่อไม้รังที่เกิดดี เช่นไม้อัญชันกำลัง
ขึ้นงาม เหมือนลายรุ้งในอากาศ เรามีใจผ่องใส ได้ถวายโภชนะแด่พระ
องค์ผู้เป็นเทวดาล่วงเทวดา พระนามว่าเวสสภู ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่
หลวง พระสยัมภูพุทธเจ้าผู้ไม่แพ้อะไร ทรงอนุโมทนาทานของเรานั้นว่า
ผลจงเกิดแก่ท่านในภพที่เกิด ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายทานใด
ในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวาย
โภชนะ ในกัลปที่ ๒๕ แต่กัลปนี้ เราได้เห็นพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์
หนึ่ง พระนามว่า อมิตตกะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพล
มาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖
เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระโภชนทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ โภชนทายกเถราปทาน.
คตสัญญกเถราปทานที่ ๓ (๓๑๓)
ว่าด้วยผลแห่งสัญญาในพระพุทธเจ้า

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๓๑๕] ในอากาศไม่มีรอยเท้า เราได้เห็นพระชินเจ้าพระนามว่า สิทธัตถะ เสด็จ
ไปสู่หมู่ไตรทิพทางอากาศ เรามีความปลื้มใจเป็นอันมาก เพราะได้เห็น
จีวรของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอันสะบัดชายพลิ้วด้วยลม เท่ากับได้เห็น
พระมุนีเสด็จไป ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้สัญญาใดในกาลนั้น
ด้วยสัญญานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งสัญญาในพระพุทธเจ้า
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เรา
ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระคตสัญญกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ คตสัญญกเถราปทาน.
สัตตปทุมิยเถราปทานที่ ๔ (๓๑๔)
ว่าด้วยผลแห่งพุทธบูชา

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๓๑๖] เราเป็นพราหมณ์นามว่าเนสาท อยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำ เรากวาดอาศรมด้วย
ดอกไม้ (ดอกปทุม) มีกลีบ ๗ กลีบ ความชื่นชมเกิดขึ้นแก่เรา เพราะได้
เห็นพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้มีพระฉวีวรรณดังทองคำ เป็น
นายกของโลก กำลังเสด็จไปทางป่า เราต้อนรับพระสัมพุทธเจ้าเชษฐบุรุษ
ของโลก ประเสริฐกว่านระ นำพระองค์มายังอาศรมแล้ว บูชาด้วย
ดอกบัวอันสวยงาม ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้า
ด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง
พุทธบูชา ในกัลปที่ ๗ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๔ พระองค์
ทรงพระนามว่ามหาปาสภะ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔
วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้
ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสัตตปทุมิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สัตตปทุมิยเถราปทาน.
ปุปผาสนทายกเถราปทานที่ ๕ (๓๑๕)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายอาสนะดอกไม้

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๓๑๗] เราได้ต้อนรับพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้ไม่ทรงแพ้อะไรๆ
มีพระฉวีวรรณดังทองคำ พระรัศมีเปล่งปลั่งดังพระอาทิตย์ เสด็จดำเนิน
อยู่ในที่ไม่ไกล เชิญเสด็จให้เข้ามายังอาศรมแล้ว ได้ถวายอาสนะดอกไม้
ด้วยใจอันผ่องใส ในกาลนั้น เราประนมกรอัญชลีแล้ว เกิดความปลื้มใจ
ยังจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าแล้ว น้อมกรรมนั้นไปด้วยความปรารถนา
ว่า บุญกุศลอันใดมีอยู่ ที่เราได้ทำกะพระสยัมภูผู้ไม่แพ้อะไรๆ ด้วย
บุญกุศลทั้งปวงนั้น ขอเราจงเป็นผู้ปราศจากมลทินในศาสนา ในกัลปที่ ๙๔
แต่กัลปนี้ เราได้ถวายอาสนะดอกไม้ในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่
รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายอาสนะดอกไม้ คุณวิเศษเหล่านี้
คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว
พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปุปผาสนทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ปุปผาสนทายกเถราปทาน.
อาสนถวิกเถราปทานที่ ๖ (๓๑๖)
ว่าด้วยผลแห่งการสรรเสริญ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๓๑๘] ในกาลนั้น เราเที่ยวค้นหาพระเจดีย์ อันชื่อว่าอุตตมะ ของพระพุทธเจ้า
พระนามว่าสิขี ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลก ในไพรวันอันเป็นป่าใหญ่ เรา
ออกจากป่าใหญ่ จึงได้พบพระที่นั่งทอง เราทำหนังสัตว์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง
ประนมกรอัญชลีสรรเสริญพระพุทธเจ้าผู้นายกของโลก ครั้นสรรเสริญ
พระพุทธเจ้าผู้อัครนายกของโลกในส่วนกลางวันแล้ว มีจิตโสมนัสยินดี
ได้เปล่งวาจานี้ว่า ขอนอบน้อมแด่พระองค์ บุรุษอาชาไนย ขอนอบน้อม
แด่พระองค์ อุดมบุรุษ ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า เชษฐบุรุษของโลก
ประเสริฐกว่านระ พระองค์เป็นสัพพัญญู ครั้นเราสรรเสริญพระพุทธเจ้า
พระนามว่าสิขี ด้วยการทำนิมิตกราบไหว้อาสนะแล้ว บ่ายหน้ากลับไป
ทางทิศอุดร ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้สรรเสริญพระพุทธเจ้าผู้
ประเสริฐกว่าชน ด้วยการสรรเสริญนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล
แห่งการสรรเสริญ ในกัลปที่ ๒๗ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๗
พระองค์ ทรงพระนามว่าอดุลยะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มี
พลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖
เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอาสนถวิกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อาสนถวิกเถราปทาน.
สัททสัญญกเถราปทานที่ ๗ (๓๑๗)
ว่าด้วยผลแห่งสัญญาในพระพุทธเจ้า

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๓๑๙] พระมหาวีรเจ้าผู้มีพระรูปพระโฉมสวยงามน่าดู ทรงแสดงอมตบทอยู่
พระองค์แวดล้อมด้วยหมู่พระสาวก ประทับอยู่ ณ วิหารอันอุดม ทรงสง
เคราะห์มหาชนด้วยพระวาจาอันไพเราะ ได้มีเสียงกึกก้องแผ่ไปกว้างขวาง
แผ่ไปในเทวดาและมนุษย์ เราได้ฟังเสียงนฤโฆษแล้ว ยังจิตให้เลื่อมใส
ในพระสุรเสียงของพระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้แสวงหาคุณใหญ่
ได้ถวายบังคมพระองค์ผู้เป็นนายกของโลก ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้
เราได้สัญญาใดในกาลนั้น ด้วยสัญญานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล
แห่งสัญญาในพระพุทธเจ้า คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จ
แล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสัททสัญญกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สัททสัญญกเถราปทาน.
ติรังสิยเถราปทานที่ ๘ (๓๑๘)
ว่าด้วยผลแห่งความสรรเสริญ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๓๒๐] ปิติเกิดขึ้นแก่เรา เพราะได้เห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่า สิทธัตถะ ผู้
องอาจดังพระยาราชสีห์ ประทับนั่งอยู่ ณ ระหว่างภูเขา ยังทิศให้สว่าง
ไสว ดังกองไฟที่ภูเขา และเพราะได้เห็นแสงสว่างของพระอาทิตย์
แสงสว่างของพระจันทร์ และแสงสว่างของพระพุทธเจ้า ครั้นเราได้เห็น
แสงสว่าง ๓ ประการ และเห็นพระสาวกอันอุดมแล้ว จึงทำหนังสัตว์
เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง แล้วสรรเสริญพระพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลกว่า
พระจันทร์ พระอาทิตย์ และพระพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลก ๓ อย่าง
นี้แล ส่องแสงสว่างในโลก เป็นผู้บรรเทาความมืดของโลก เรายกข้อ
อุปมาขึ้นสรรเสริญพระมหามุนี ครั้นเราสรรเสริญพระคุณของพระพุทธเจ้า
แล้ว บันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอดกัลป ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้
สรรเสริญพระพุทธเจ้าใด ด้วยการสรรเสริญนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้
เป็นผลแห่งความสรรเสริญ ในกัลปที่ ๖๑ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักร
พรรดิพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่าญาณวระ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗
ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว
ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระติรังสิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ติรังสิยเถราปทาน.
นาลิปุปผิยเถราปทานที่ ๙ (๓๑๙)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกบัว ๗ ดอก

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๓๒๑] ในกาลนั้น เราเป็นชาวนาอยู่ ณ ที่ใกล้ฝั่งแม่น้ำสินธุ ประกอบ
ในแหล่งการงานของผู้อื่น อาศัยอาหารของผู้อื่น เราเที่ยวไปตามแม่น้ำสินธุ
ได้เห็นพระชินเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ กำลังประทับนั่งเข้าสมาธิอยู่ ดัง
ดอกบัวบานฉะนั้น ในกาลนั้น เราจึงเด็ดดอกบัว ๗ ดอกที่ขั้ว โปรยบูชา
ที่พระเศียรของพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์พระอาทิตย์ เราเข้าเฝ้าองค์
พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีพระฉวีวรรณดังทองคำ มีพระหฤทัยมั่นคง ในการ
อนุกูล ยากที่จะเข้าใกล้ได้ ดังช้างมาตังคะตกมัน ๓ ครั้ง มีพระปัญญา
ทรงอบรมอินทรีย์แล้ว ได้ประนมกรอัญชลีถวายบังคมแด่พระศาสดา
ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการ
บูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา คุณวิเศษเหล่านี้
คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว
พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระนาลิปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ นาลิปุปผิยเถราปทาน.
กุมุทมาลิยเถราปทานที่ ๑๐ (๓๒๐)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยพวงโกมุท

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๓๒๒] เราได้เห็นพระมหาวีรเจ้า พระนามว่าวิปัสสี ผู้ประเสริฐแกล้วกล้า
ทรงชนะวิเศษ แสวงหาคุณอันใหญ่หลวง องอาจ ดังพระยาราชสีห์
ผู้ควรรับเครื่องบูชา เสด็จดำเนินอยู่ในถนน เราจึงถือเอาพวงโกมุท ไป
บูชาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชา
พระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้
เป็นผลแห่งพุทธบูชา คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว
ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระกุมุทมาลิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ กุมุทมาลิยเถราปทาน.
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. อารักขทายกเถราปทาน ๒. โภชนทายกเถราปทาน
๓. คตสัญญกเถราปทาน ๔. สัตตปทุมิยเถราปทาน
๕. ปุปผาสนทายกเถราปทาน ๖. อาสนถวิกเถราปทาน
๗. สัททสัญญกเถราปทาน ๘. ติรังสิยเถราปทาน
๙. นาลิปุปผิยเถราปทาน ๑๐. กุมุทมาลิยเถราปทาน
มีคาถา ๕๗ คาถา.
จบ อารักขทายกวรรคที่ ๓๒.
————-
อุมมาปุปผิยวรรคที่ ๓๓
อุมมาปุปผิยเถราปทานที่ ๑ (๓๒๑)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกผักตบ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๓๒๓] เราได้เห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้ไม่แพ้อะไรๆ สูงสุดกว่า
นระ มีพระหทัยมั่น ไม่หวั่นไหว กำลังเข้าสมาธิ เราจึงได้ถือเอาดอก
ผักตบไปบูชาแด่พระพุทธเจ้า ดอกผักตบทั้งหมดมียอดรวมกัน มีขั้ว
ข้างบน มีหน้าข้างล่าง เป็นเหมือนมีจิตดี เป็นเครื่องลาดดอกไม้ประดิษ
ฐานอยู่ในอากาศ ด้วยความเลื่อมใสแห่งจิตนั้น เราได้เข้าถึงชั้นดุสิต ใน
กัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการ
บูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๕๕ แต่
กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์หนึ่ง เป็นใหญ่ในแผ่นดิน ทรง
พระนามว่าสมันตฉทนะ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา
๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนา
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอุมมาปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อุมมาปุปผิยเถราปทาน.
ปุฬินปูชกเถราปทานที่ ๒ (๓๒๒)
ว่าด้วยผลแห่งการโปรยทราย