พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๒๘๔] พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ ทรงสันโดษเสมอด้วยเขาสิเนรุ ทรง
ไว้เช่นกับธรณี เสด็จออกจากสมาธิแล้ว เข้ามาหาเราเพื่อภิกษา เรามีใจ
ผ่องใส ได้ถวายผลสมอ มะขามป้อม มะม่วง ชมพู่ สมอพิเภก กระเบา
กระบาก มะตูม และผลมะปรางทั้งหมด แด่พระผู้มีพระภาค พระนาม
ว่าสิทธัตถะ ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่หลวง ทรงอนุเคราะห์โลกทั้งปวง
ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใด ในกาลนั้น ด้วยทานนั้น
เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้ ในกัลปที่ ๕๗ แต่กัลป
นี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์พระนามว่าเอกัชฌะ ทรงสมบูรณ์ด้วย
แก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จ
แล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระผลทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ผลทายกเถราปทาน
ปัจจุคคมนิยเถราปทานที่ ๓ (๒๘๓)
ว่าด้วยผลแห่งการต้อนรับ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๒๘๕] เรามีใจผ่องใส ได้ทำการต้อนรับพระผู้มีพระภาค พระนามว่าสิทธัตถะ
ผู้ประเสริฐกว่านระ ส่องโลกให้สว่างไสว ทรงเยียวยาโลกทั้งปวง เสด็จ
เที่ยวอยู่ในป่าดังราชสีห์ องอาจดังม้าอาชาไนย สวยงามดังต้นรกฟ้า ซึ่ง
กำลังเสด็จมา ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ต้อนรับพระผู้มีพระภาค
ผู้ประเสริฐกว่านระ ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง
การต้อนรับ ในกัลปที่ ๒๗ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ
พระองค์หนึ่ง เป็นจอมแห่งชน มีนามว่าปริวาระ มีพลมาก คุณวิเศษ
เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้ง
ชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้
ทราบว่า ท่านพระปัจจุคคมนิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ปัจจุคคมนิยเถราปทาน
เอกปุปผิยเถราปทานที่ ๔ (๒๘๔)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกไม้

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๒๘๖] ในกาลนั้น เราเป็นปีศาจอยู่ที่ประตูเมืองด้านทิศทักษิณ เราได้เห็นพระ
พุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลี มีรัศมีสุกใสดังพระจันทร์ เราได้ถวายดอกไม้ดอก
หนึ่ง แด่พระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ผู้เลิศกว่านระ ทรงแสวงหา
ประโยชน์ให้แก่โลกทั้งปวง เป็นจอมสัตว์ ผู้คงที่ ในกัลปที่ ๑๑ แต่
กัลปนี้ เราได้ถวายดอกไม้ใด ในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว
ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระเอกปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ เอกปุปผิยเถราปทาน.
มฆวปุปผิยเถราปทานที่ ๕ (๒๘๕)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกดีหมี

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๒๘๗] พระสยัมภูผู้ไม่แพ้อะไรๆ ท่านมีอินทรีย์ผ่องใสไม่ขุ่นมัว เข้าสมาธิอยู่ใน
ที่ใกล้ฝั่งแม่น้ำนัมมทานที ในกาลนั้น เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าผู้ไม่แพ้
อะไรๆ แล้ว เกิดเลื่อมใสโสมนัส ได้บูชาองค์พระสยัมภูด้วยดอกดีหมี
ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการ
บูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา คุณวิเศษเหล่านี้
คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว
พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระมฆวปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ มฆวปุปผิยเถราปทาน.
อุปัฏฐายิกเถราปทานที่ ๖ (๒๘๖)
ว่าด้วยการบูชาด้วยการถวายคนอุปัฏฐาก

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๒๘๘] เราได้เห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้ควรรับเครื่องบูชา เป็นจอม
สัตว์ เป็นมหานาคเชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ เสด็จดำเนินอยู่ที่
ถนน เราได้ถวายคนอุปัฏฐากแก่พระองค์ ผู้ทรงแสวงหาประโยชน์เกื้อกูล
แก่โลกทั้งปวง ทรงแสวงหาคุณอันใหญ่หลวง ซึ่งเราให้คนไปทูลเชิญเสด็จ
มา พระมหามุนีสัมพุทธเจ้าทรงรับแล้วมอบ (คืน) ให้เสด็จลุกขึ้นจาก
อาสนะนั้นแล้ว เสด็จกลับมุ่งตรงไปทางทิศปัจจิม ในกัลปที่ ๙๔ แต่
กัลปนี้ เราได้ถวายคนอุปัฏฐากในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จัก
ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายคนอุปัฏฐาก ในกัลปที่ ๕๗ แต่กัลปนี้
ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าพลเสน สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ
มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖
เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอุปัฏฐายิกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อุปัฏฐายิกเถราปทาน.
อปทานิยเถราปทานที่ ๗ (๒๘๗)
ว่าด้วยผลแห่งการสรรเสริญ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๒๘๙] เรามีใจเลื่อมใส ได้สรรเสริญปุพจรรยาของพระสุคตเจ้าทั้งหลาย ผู้แสวง
หาคุณอันใหญ่หลวง และได้ถวายบังคมพระบาทด้วยเศียรเกล้า และด้วย
มือทั้งสองของตน ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้สรรเสริญปุพจรรยาของ
พระสุคตด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการสรรเสริญ
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เรา
ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอปทานิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อปทานิยเถราปทาน.
สัตตาหปัพพชิตเถราปทานที่ ๘ (๒๘๘)
ว่าด้วยผลแห่งการบวช

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๒๙๐] พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาค พระนามว่าวิปัสสี อันมหาชน
สักการะนับถือ ในกาลก่อนเราถึงความวิบัติ แตกจากญาติ ด้วยความใคร่
ในสัตถุศาสนา เราจึงเข้าบวชในศาสนาเพื่อระงับความวิบัติ ยินดีอยู่ใน
การบวช ๗ วัน ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้บวชในกาลนั้น ด้วยการ
บวชนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบวช ในกัลปที่ ๖๗ แต่
กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ พระองค์ ปรากฏพระนามว่า สุเนกขัมมะ
มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖
เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสัตตาหปัพพชิตเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สัตตาหปัพพชิตเถราปทาน.
พุทธุปัฏฐายิกเถราปทานที่ ๙ (๒๘๙)
ว่าด้วยผลแห่งการบำรุง

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๒๙๑] ในกาลนั้น ชื่อของเราว่าเวธัมภินี (และ) เป็นชื่อบิดาของเรา (ด้วย)
บิดาจับมือของเราพาไปมอบถวาย พระมหามุนีพระพุทธเจ้าทั้งหลายผู้เป็น
อัครนายกของโลกเหล่านี้ ทรงมุ่งหมายเอาเรา เรามีจิตเลื่อมใส ได้บำรุง
พระพุทธเจ้าเหล่านั้นโดยเคารพด้วยมือของตน ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้
เราได้บำรุงพระพุทธเจ้าทั้งหลายในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติ
เลย นี้เป็นผลแห่งการบำรุง ในกัลปที่ ๒๓ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้า
จักรพรรดิ จอมกษัตริย์ ๔ พระองค์ ทรงพระนามว่าสมณุปัฏฐาก มีพลมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำ
ให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระพุทธปัฏฐายิกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ พุทธุปัฏฐายิกเถราปทาน.
ปุพพังคมนิยเถราปทานที่ ๑๐ (๒๙๐)
ว่าด้วยผลแห่งการสำรวม

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๒๙๒] พวกเรา ๘๔,๐๐๐ คน ไม่มีความกังวลจึงออกบวช เพื่อบรรลุประโยชน์
อันสูงสุด เราเป็นหัวหน้าของพวกเหล่านั้น ศิษย์เหล่านั้นยังมีราคะและ
โมหะ แต่จิตผ่องใสไม่ขุ่นมัว มีจิตเลื่อมใสบำรุงเราโดยเคารพด้วยมือทั้ง
สองของตนๆ พระสยัมภูผู้ขีณาสพทั้งหลายคายโทสะแล้ว ทำกิจที่ควร
ทำเสร็จแล้ว ไม่มีอาสวะ ไม่แพ้อะไรๆ แผ่เมตตาจิตไป พวกเรา
บำรุงพระสัมพุทธเจ้าเหล่านั้น เป็นผู้มีสติทำกาลกิริยาแล้ว ได้ไปสู่ความ
เป็นเทวดาในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้รักษาศีลใด ด้วยการรักษาศีล
นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการสำรวม คุณวิเศษเหล่านี้ คือ
ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระ
พุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปุพพังคมนิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ปุพพังคมนิยเถราปทาน.
——————-
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ปรรณทายกเถราปทาน ๒. ผลทายกเถราปทาน
๓. ปัจจุคคมนิยเถราปทาน ๔. เอกปุปผิยเถราปทาน
๕. มฆวปุปผิยเถราปทาน ๖. อุปัฏฐายิกเถราปทาน
๗. อปทานิยเถราปทาน ๘. สัตตาหปัพพชิตเถราปทาน
๙. พุทธุปัฏฐายิกเถราปทาน ๑๐. ปุพพังคมนิยเถราปทาน
และท่านได้กล่าวคาถาไว้ ๓๘ คาถา.
จบ ปรรณทายกวรรที่ ๒๙
——————
จิตกปูชกวรรคที่ ๓๐
จิตกปูชกเถราปทานที่ ๑ (๒๙๑)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกไม้ต่างๆ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๒๙๓] ในกาลนั้น เราเป็นพราหมณ์มีนามชื่อว่า อชิตะ เราประสงค์จะทำการ
บูชา จึงรวบรวมดอกไม้ต่างๆ ไว้ เราได้เห็นจิตกาธารของพระพุทธเจ้า
พระนามว่า สิขี ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลกอันรุ่งเรืองอยู่ จึงนำเอาดอกไม้
นั้นมาบูชาที่จิตกาธาร ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาด้วยดอกไม้
ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ใน
กัลปที่ ๒๗ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ จอมมนุษย์ ๗ พระองค์
ทรงพระนามว่า สุปัชชลิตะ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔
วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้
ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระจิตกปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ จิตกปูชกเถราปทาน.
ปุปผธารกเถราปทานที่ ๒ (๒๙๒)
ว่าด้วยผลแห่งการยกดอกไม้ขึ้นบูชา