พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๒๕๔] เรากับภริยาต้องการจะก่อสร้างกุศลสมภาร ในศาสนาของพระพุทธเจ้าผู้
ประเสริฐสุด จึงละเพศเทวดามาในมนุษย์โลกนี้ เรามีใจผ่องใส ได้ถวาย
ภิกษาแก่พระเถระ ผู้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ มีนาม
ชื่อว่าเทวละ ในกัลปที่หนึ่งแสนกัลปนี้ เราได้ทำกรรมใด ในกาลนั้น
ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายบิณฑบาต คุณ
วิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้
แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระเอกาสนทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ เอกาสนทายกเถราปทาน.
จิตกปูชกเถราปทานที่ ๓ (๒๕๓)
ว่าด้วยผลแห่งการทำพุทธบูชา

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๒๕๕] พระสยัมภูสัมพุทธเจ้าผู้ไม่แพ้อะไรๆ พระนามว่าอานันทะ เสด็จ
ปรินิพพานแล้วในป่าชัฏอันปราศจากมนุษย์ ในกาลนั้น เราจากเทวโลก
มาในมนุษย์โลกนี้ ได้ทำจิตกาธารแล้วถวายพระเพลิงพระสรีระ ณ ที่นั้น
และได้ทำสักการะ ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ทำกรรมใด ในกาลนั้น
ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา คุณวิเศษ
เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้ง
ชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระจิตตปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ จิตกปูชกเถราปทาน.
จัมปกปุปผิยเถราปานที่ ๔ (๒๕๔)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกจำปา

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๒๕๖] มีภูเขาชื่อว่าวิกนะ อยู่ที่ไม่ไกลต่อภูเขาหิมวันต์ พระสมณเจ้าผู้มีอินทรีย์อัน
อบรมแล้ว ประทับอยู่ ณ ท่ามกลางภูเขานั้น เราได้เห็นพระองค์ท่านสงบ
ระงับ มีใจผ่องใส ได้ถือเอาดอกจำปา ๓ ดอก โปรยลงบูชา ในกัลปที่
๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น
เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัม
ภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธ
ศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระจัมปกปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ จัมปกปุปผิยเถราปทาน
สัตตปาฏลิยเถราปทานที่ ๕ (๒๕๕)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกแคฝอย

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๒๕๗] เราได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้รุ่งเรืองโชติช่วง ดังดอกกรรณิการ์ ประทับนั่ง
อยู่ที่ระหว่างภูเขา จึงได้เก็บดอกแคฝอยมาบูชาแด่พระพุทธเจ้า ในกัลป
ที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น
เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิ
สัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธ
ศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสัตตปาฏลิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สัตตปาฏลิยเถราปทาน.
อุปหนทายกเถราปทานที่ ๖ (๒๕๖)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายรองเท้า

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๒๕๘] ในกาลนั้น เราชื่อว่าจันทนะ เป็นบุตรของพระปัจเจกพุทธเจ้า เราได้
ถวายรองเท้าคู่หนึ่ง (ด้วยความปรารถนาว่า) ท่านจงยังความตรัสรู้ให้สำเร็จ
แก่เรา ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายรองเท้าใด ในกาลนั้น ด้วย
การถวายรองเท้านั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายรองเท้า
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำ
ให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอุปาหนทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อุปหนทายกเถราปทาน.
มัญชริปูชกเถราปทานที่ ๗ (๒๕๗)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกไม้ต่างๆ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๒๕๙] เราทำพุ่มดอกไม้แล้ว เดินไปในถนน ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้เลิศกว่า
สมณะทั้งหลาย แวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส
และมีปิติอย่างยิ่ง จึงประคองดอกไม้ด้วยมือทั้งสองบูชาแด่พระพุทธเจ้า
ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วย
การบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาด้วยดอกไม้ ใน
กัลปที่ ๗๓ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์หนึ่ง เป็นใหญ่
ในแผ่นดิน มีนามชื่อว่าโชติยะ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้คือ ปฏิสัม
ภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธ
ศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระมัญชริปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ มัญชริปูชกเถราปทาน.
ปรรณทายกเถราปทานที่ ๘ (๒๕๘)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายใบไม้

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๒๖๐] เราเป็นผู้ทรง (นุ่งห่ม) ผ้าเปลือกไม้กรองอยู่ที่ภูเขาหิมวันต์ เป็นผู้มีของ
ไม่เค็มและใบไม้เป็นอาหาร และสำรวมในศีลทั้งหลาย เมื่อถึงเวลาอาหาร
เช้า พระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ เสด็จมาหาเรา เราเลื่อมใส ได้
ถวายอาหารนั้นแด่พระพุทธเจ้าด้วยมือทั้งสองของตน ในกัลปที่ ๙๔ แต่
กัลปนี้ เราได้ถวายใบไม้ใด ในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติ
เลย นี้เป็นผลแห่งการถวายใบไม้ ในกัลปที่ ๒๗ แต่กัลปนี้ เราได้เป็น
พระเจ้าจักรพรรดิราชพระนามว่ายทัตถิยะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มี
พลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖
เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปรรณทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ปรรณทายกเถราปทาน.
กุฏิทายกเถราปทานที่ ๙ (๒๕๙)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยกุฎี

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๒๖๑] ในกาลนั้น พระสัมพุทธเจ้าเสด็จเที่ยวไปสู่ป่า ประทับอยู่ที่โคนไม้ เรา
ได้สร้างบรรณศาลาถวายแด่พระองค์ผู้ไม่ทรงแพ้อะไรๆ ในกัลปที่ ๙๑
แต่กัลปนี้ เราได้ถวายกุฎีใบไม้ใด ด้วยการถวายกุฎีนั้น เราไม่รู้จักทุคติ
เลย นี้เป็นผลแห่งการถวายกุฎี ในกัลปที่ ๓๘ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้า
จักรพรรดิราช ๑๖ พระองค์ มหาชนขนานพระนามว่า สัพพัตถอภิวัสสี
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำ
ให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระกุฏิทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ กุฏิทายกเถราปทาน.
อัคคปุปผิยเถราปทานที่ ๑๐ (๒๖๐)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกคันทรง

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๒๖๒] เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสิขี มีพระฉวีวรรณดังทองคำ ประ
ทับนั่งอยู่ในระหว่างภูเขา รุ่งเรืองด้วยพระรัศมีดังกองเพลิง เราถือเอา
ดอกคันทรง เข้าไปเฝ้าพระองค์ผู้อุดมกว่านระ มีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส
บูชาแด่พระพุทธเจ้า ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้า
ด้วยดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง
พุทธบูชา ในกัลปที่ ๒๕ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนาม
ว่ามิตตฆาตกะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษ
เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัด
แล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอัคคปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อัคคปุปผิยเถราปทาน.
——————
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. โถมกเถราปทาน ๒. เอกาสนทายกเถราปทาน
๓. จิตกปูชกเถราปทาน ๔. จัมปกปุปผิยเถราปทาน
๕. สัตตปาฏลิยเถราปทาน ๖. อุปหนทายกเถราปทาน
๗. มัญชริปูชกเถราปทาน ๘. ปรรณทายกเถราปทาน
๙. กุฏิทายกเถราปทาน ๑๐. อัคคปุปผิยเถราปทาน
และในวรรคนี้ นับคาถาได้ ๔๑ คาถา.
จบ โถมกวรรคที่ ๒๖.
————–
ปทุมุกเขปวรรคที่ ๒๗
อากาสุกขิปิยเถราปทานที่ ๑ (๒๖๑)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกบัว

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๒๖๓] เราได้เห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ มีพระฉวีวรรณดังทองคำ
เสด็จดำเนินอยู่ในระหว่างตลาด จึงถือเอาดอกบัวงาม ๒ ดอกเข้าไปเฝ้า
พระองค์ผู้ประเสริฐกว่านระ เราวางดอกบัวดอกหนึ่งไว้แทบพระบาทของ
พระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐสุด อีกดอกหนึ่งเราหยิบโยนขึ้นไปในอากาศ
ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยการ
บูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายดอกไม้ ในกัลปที่
๓๒ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์หนึ่ง เป็นใหญ่ในแผ่น
ดิน พระนามว่าอันตลิกขกร มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔
วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนา
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้
ทราบว่า ท่านพระอากาสุกขิปิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อากาสุกขิปิยเถราปทาน.
เตลมักขิยเถราปทานที่ ๒ (๒๖๒)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยการทาน้ำมัน