พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๑๗๔] เราได้สร้างบันไดสำหรับเสด็จขึ้นปราสาทถวาย แด่พระผู้มีพระภาคพระ
นามว่าโกณฑัญญะ ผู้เป็นนาถะของโลก ผู้คงที่ ด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้น
เราได้เสวยสมบัติแล้ว ทรงกายอันเป็นที่สุดไว้ในพระพุทธศาสนา ของ
สัมมาสัมพุทธเจ้า ในกัลปที่ ๓๑,๐๐๐ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิราช ๓ พระองค์
ทรงพระนามว่าสัมพหุละ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔
วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเรา
ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระนิสเสณีทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ นิสเสณีทายกเถราปทาน.
รัตติยปุปผิยเถราปทานที่ ๓ (๑๓๗)
ว่าด้วยผลการถวายดอกอัญชัญ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๑๗๕] ในกาลก่อน เราเป็นนายพรานเนื้ออยู่ในป่าใหญ่ ได้เห็นพระพุทธเจ้า
พระนามว่าวิปัสสี ผู้ประเสริฐกว่าเทวดาและมนุษย์ เราเห็นต้นอัญชัญ
เขียวที่ขึ้นอยู่บนแผ่นดิน มีดอกบานอยู่กลางคืน จึงถอนขึ้นพร้อมทั้งราก
น้อมเข้าไปถวายแด่พระพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณใหญ่ ในกัลปที่ ๙๑ แต่
กัลปนี้ เราได้ถวายดอกไม้ใด ด้วยการถวายดอกไม้นั้น เราไม่รู้จักทุคติ
เลย นี้เป็นผลแห่งการถวายดอกไม้ และในกัลปที่ ๘ แต่กัลปนี้ ได้มี
พระเจ้าจักรพรรดิทรงพระนามว่าสุปปสันนะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗
ประการ มีพลมาก คุณสมบัติเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว
ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระรัตติยปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ รัตติยปุปผิยเถราปทาน.
อุทปานทายกเถราปทานที่ ๔ (๑๔๗)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายบ่อน้ำ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๑๗๖] เราได้ทำ (ขุด) บ่อน้ำถวายแด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่า วิปัสสี และ
ในกาลนั้น เราได้ถือเอาบิณฑบาตไปมอบถวาย ในกัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้
เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล
แห่งการถวายบ่อน้ำ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว
ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอุทปานทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อุทปานทายกเถราปทาน.
สีหาสนทายกเถราปทานที่ ๕ (๑๗๕)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาของหอม

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๑๗๗] เมื่อพระโลกนาถผู้เป็นนายกพระนามว่าปทุมุตระ เสด็จนิพพานแล้ว เรา
มีจิตเลื่อมใสมีใจโสมนัส ได้ถวายอาสนะทอง และได้บูชาด้วยของหอม
และดอกไม้เป็นอันมาก ด้วยคิดว่า พระผู้มีพระภาคทรงนำสุขในปรโลก
มาให้ ชนเป็นอันมากทำการบูชาในพระองค์แล้ว ย่อมดับ (เย็นใจ)
เรามีจิตเลื่อมใสมีใจโสมนัส ไหว้โพธิพฤกษ์อันอุดมแล้ว ไม่ได้เข้าถึง
ทุคติเลย ตลอดแสนกัลป ในกัลปที่ ๑๕๐๐ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้า
จักรพรรดิ ๘ พระองค์ พระเจ้าจักรพรรดิราชเหล่านั้น ทรงพระนาม
เหมือนกันว่า สิลุจจยะ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว
ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสีหาสนทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล
จบ สีหาสนทายกเถราปทาน.
มัคคทัตติกเถราปทานที่ ๖ (๑๗๖)
ว่าด้วยผลแห่งการโปรยดอกไม้

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๑๗๘] พระผู้มีพระภาคพระนามว่า อโนมทัสสี ผู้จอมสัตว์ประเสริฐกว่านระ
เสด็จจงกรมอยู่ในที่แจ้ง เพื่อประโยชน์สุขในปัจจุบัน เมื่อพระผู้มีพระภาค
ยกพระบาทขึ้น ดอกไม้ตั้งอยู่บนพระเศียรแห่งพระพุทธเจ้าผู้งาม เรามีจิต
เลื่อมใส มีใจโสมนัส ถวายบังคมแล้วโปรยดอกไม้ในกัลปที่ ๒ หมื่น
แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๕ พระองค์ทรงพระนามว่า ปุปผฉทนิยะ
มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖
เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระมัคคทัตติกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ มัคคคทัตติกเถราปทาน
เอกทีปิยเถราปทานที่ ๗ (๑๗๗)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายประทีป

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๑๗๙] เรามีจิตเลื่อมใสมีใจโสมนัส ได้ถวายประทีปดวงหนึ่งไว้ที่ไม้สนอันเป็น
โพธิพฤกษ์อันอุดม ของพระมุนีพระนามว่าปทุมุตระ ในภพที่เกิด เมื่อ
การสั่งสมบุญเกิดแล้ว เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายประทีป
ในกัลปที่ ๑๖๐๐๐ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๔ พระองค์ ทรง
พระนามว่าจันทาภา มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔
วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้
ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระเอกทีปิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ เอกทีปิยเถราปทาน.
มณิปูชกเถราปทานที่ ๘ (๑๗๘)
ว่าด้วยผลแห่งพุทธบูชา

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๑๘๐] แม่น้ำสายหนึ่งไหลผ่านไปภายในภูเขาหิมวันต์ ในกาลนั้น พระสยัมภูพุทธ
เจ้าประทับอยู่ในเขตใกล้แม่น้ำนั้น เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ได้เอา
บัลลังก์แก้วอันวิจิตรด้วยดี เป็นที่รื่นรมย์ใจ ไปบูชาแด่พระพุทธเจ้า ใน
กัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาบัลลังก์แก้วใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่
รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา และในกัลปที่ ๑๒ แต่กัลปนี้ ได้มี
พระเจ้าจักรพรรดิราช ๘ พระองค์ ทรงพระนามเหมือนกันว่าสตรังสี มีพล
มาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖
เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า พระมณิปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบมณิปูชกเถราปทาน.
ติกิจฉกเถราปทานที่ ๙ (๑๗๙)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายยา

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๑๘๑] เราเป็นหมอผู้ศึกษาดี อยู่ในนครพันธุมดี เป็นผู้นำสุขมาให้แก่มหาชน
ผู้ได้รับความทุกข์เดือดร้อน (กระสับกระส่าย) ในกาลนั้น เราเห็นพระ
สมณะผู้มีศีล ผู้รุ่งเรืองใหญ่ ป่วยไข้ มีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ได้ถวาย
ยาบำบัดไข้ พระสมณะผู้สำรวมอินทรีย์อุปัฏฐากของพระวิปัสสีสัมมาสัม
พุทธเจ้า มีนามชื่อว่าพระอโสก หายจากโรคด้วยยานั้นแล ในกัลปที่ ๙๑
แต่กัลปนี้ เราได้ถวายยาใด ด้วยการถวายยานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการถวายยา และในกัลปที่ ๘ แต่ภัทรกัลปนี้ เราได้เป็น
พระเจ้าจักรพรรดิสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก พระนามว่า
สัพโพสถ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖
เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระติกิจฉกเถระได้กล่าวคาถานี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ติกิจฉกเถราปทาน.
สังฆุปัฏฐากเถราปทานที่ ๑๐ (๑๘๐)
ว่าด้วยผลแห่งการอุปัฏฐาก

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๑๘๒] เราเป็นคนรักษาอาราม ในพระผู้มีพระภาค พระนามว่าวิปัสสี เรามีจิต
เลื่อมใส มีใจโสมนัส ได้อุปัฏฐากพระสงฆ์ผู้อุดม ในกัลปที่ ๓๑ แต่กัลปนี้
เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล
แห่งอุปัฏฐาก ในกัลปที่ ๗ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ พระองค์
ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก พระนามว่าสโมตถกะ คุณวิเศษ
เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัด
แล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสังฆุปัฏฐากเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบสังฆุปัฏฐากเถราปทาน.
——————
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. กุมุทมาลิยเถราปทาน ๒. นิสเสณีทายกเถราปทาน
๓. รัตติยปุปผิยเถราปทาน ๔. อุทปานทายกเถราปทาน
๕. สีหาสนทายกเถราปทาน ๖. มัคคทัตติกเถราปทาน
๗. เอกทีปิยเถราปทาน ๘. มณิปูชกเถราปทาน
๙. ติกิจฉกเถราปทาน ๑๐. สังฆุปัฏฐากเถราปทาน
มีคาถา ๔๙ คาถา ฉะนี้แล
จบกุมุทวรรคที่ ๑๘.
————
กุฏปุปผิยวรรคที่ ๑๙
กุฏชปุปผิยเถราปทานที่ ๑ (๑๘๑)
ว่าด้วยผลแห่งพุทธบูชา

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๑๘๓] เราเห็นพระผุสสสัมพุทธเจ้าผู้มีรัศมีเปล่งปลั่งดังทองคำ สว่างไสวไปทั่วทิศ
ดังพระอาทิตย์ผู้อุดม เสด็จไปในอากาศ จึงเลือกเก็บดอกโมกหลวงที่บาน
ทั้งดอกใหญ่และเล็ก เอามาจากต้น มาบูชาแด่พระองค์ เพราะเราเอาดอกไม้
บูชาในกัลปที่ ๙๒ แต่ภัทรกัลปนี้ เราจึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง
พุทธบูชา ในกัลปที่ ๑๗ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ พระองค์
พระนามว่าปุปผิตะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษ
เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัด
แล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระกุฏชปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบกุฏชปุปผิยเถราปทาน.
พันธุชีวกเถราปทานที่ ๒ (๑๘๒)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกชะบา