พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๑๐๔] เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระฉวีวรรณดังทอง ผู้องอาจดุจม้าอาชาไนย
ดังช้างมาตังคะตกมัน ๓ ครั้ง ผู้แสวงหาคุณยิ่งใหญ่ ทรงยังทิศทั้งปวงให้
สว่างไสว เหมือนพระยารัง มีดอกบาน เป็นเชษฐบุรุษของโลก สูงสุด
กว่านระ เสด็จดำเนินไปในถนน จึงยังจิตให้เลื่อมใสในพระญาณ ประ
นมอัญชลี มีจิตเลื่อมใสมีใจโสมนัส ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค พระ
นามว่าสิทธัตถะ ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น
ด้วยกรรมนั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งสัญญาในพระญาณ ใน
กัลปนี้ ๗๓ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๖ พระองค์ มีพระนามว่า
นรุตตมะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้
คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว
พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระญาณสัญญิกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ญาณสัญญิกเถราปทาน
อุปลหัตถิยเถราปทานที่ ๓ (๑๐๓)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกอุบลกำมือหนึ่ง

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๑๐๕] ในกาลนั้น เราเป็นช่างดอกไม้อาศัยอยู่ในนครติวรา ได้เห็นพระพุทธเจ้า
ผู้ปราศจากธุลี พระนามว่าสิทธัตถะ อันชาวโลกบูชา มีจิตเลื่อมใส
โสมนัส ได้ถวายดอกอุบลกำมือหนึ่ง เราอุบัติในภพใดๆ เพราะผลของ
กรรมนั้น เราได้เสวยผลอันน่าปรารถนา ที่ตนทำไว้ดีแล้วในปางก่อน
แวดล้อมด้วยพวกนักมวยชั้นเยี่ยม นี้เป็นผลแห่งสัญญาของตน ในกัลป
ที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราบูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยกรรมนั้น เรา
ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปใกล้เคียงที่ ๙๔ เว้นกัลป
ปัจจุบัน ได้มีพระราชา ๕๐๐ พระองค์ มีพระนามเหมือนกันว่านัชชุปมะ
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำ
ให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอุปลหัตถิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อุปลหัตถิยเถราปทาน
ปทปูชกเถราปทานที่ ๔ (๑๐๔)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกมะลิ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๑๐๖] เราได้ถวายดอกมะลิแด่พระผู้มีพระภาค พระนามว่าสิทธัตถะ ดอกมะลิ ๗
ดอก เราโปรยลงที่ใกล้พระบาทด้วยความยินดี ด้วยกรรมนั้น วันนี้เราได้
เสวยความไม่ตาย เราทรงกายที่สุดอยู่ในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราบูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด ด้วยกรรม
นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาด้วยดอกไม้ ในกัลปที่ ๕
แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๓ พระองค์ มีพระนามว่าสมันตคันธะ
ครอบครองแผ่นดินมีสมุทรสาคร ๔ เป็นที่สุด เป็นจอมแห่งหมู่ชน คุณ
วิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้
แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปทปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ปทปูชกเถราปทาน
มุฏฐิปุปผิยเถราปทานที่ ๕ (๑๐๕)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกมะลิ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๑๐๗] ในกาลนั้น เราเป็นนายมาลาการมีชื่อว่าสุทัสสนะ ได้เห็นพระพุทธเจ้า
ผู้ปราศจากธุลี เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ เรามีจักษุบริสุทธิ์
มีใจโสมนัส ถือดอกมะลิไปบูชาพระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตระ ผู้มี
จักษุทิพย์มีมัธยัสถ์ ด้วยพุทธบูชานี้ และด้วยการตั้งจิตไว้ เราไม่เข้าถึง
ทุคติเลย ตลอดแสนกัลปในกัลปที่ ๓๖ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ
๑๖ พระองค์ มีพระนามเหมือนกันว่าเทพอุตตระ มีพลมาก คุณวิเศษ
เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัด
แล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระมุฏฐิปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ มุฏฐิปุปผิยเถราปทาน
อุทกปูชกเถราปานที่ ๖ (๑๐๖)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายน้ำ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๑๐๘] ข้าพระองค์ได้เห็นพระสัมพุทธเจ้ามีพระฉวีวรรณดังทอง ผู้รุ่งเรืองดังกองไฟ
เหมือนพระอาทิตย์ เป็นที่รองรับเครื่องบูชา เสด็จไปในอากาศ จึงเอา
มือทั้งสองกอบน้ำแล้วโยนขึ้นไปในอากาศ พระพุทธเจ้ามหาวีระมีพระ
กรุณาในข้าพระองค์ ทรงรับไว้ พระศาสดามีพระนามว่าปทุมุตระ ประ
ทับยืนอยู่ในอากาศทรงทราบความดำริของข้าพระองค์ จึงได้ตรัสพระคาถา
เหล่านี้ว่า ด้วยการถวายน้ำนี้และด้วยเกิดปีติ เขาจะไม่เข้าถึงทุคติเลยใน
แสนกัลป ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมสัตว์ เชษฐบุรุษของโลก ผู้นราสภ
ด้วยกรรมนั้น ข้าพระองค์ละความแพ้และความชนะแล้ว บรรลุถึงฐานะ
อันไม่หวั่นไหว ในกัลปที่ ๖๕๐๐ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ พระ
องค์ มีพระนามว่าสหัสสราช เป็นจอมชน ปกครองแผ่นดิน มีสมุทร
สาคร ๔ เป็นที่สุด คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ ข้าพระองค์ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาข้าพระองค์ได้
ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอุทกปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อุทกปูชกเถราปทาน.
นฬมาลิยเถราปทานที่ ๗ (๑๐๗)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายพัดดอกอ้อ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๑๐๙] เมื่อพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ เชษฐบุรุษของโลกผู้คงที่ สงบระงับ
มั่นคง ประทับนั่งบนเครื่องลาดหญ้า เราเอาดอกอ้อมาผูกเป็นพัด แล้ว
น้อมถวายแด่พระพุทธเจ้าผู้เป็นจอมสัตว์ ผู้คงที่ พระสัพพัญญูผู้นายก
ของโลก ทรงรับพัดแล้ว ทรงทราบความดำริของเรา ได้ตรัสพระคาถานี้
ว่า กายของเรา ดับ (ร้อน) แล้ว ความเร่าร้อนไม่มี ฉันใด จิตของ
ท่านจะหลุดพ้นจากกองไฟ ๓ กอง ฉันนั้น เทวดาบางเหล่าที่อาศัยต้นไม้
อยู่ มาประชุมกันทั้งหมด ด้วยหวังว่า จักได้ฟังพระพุทธพจน์อันยังทายก
ให้ยินดี พระผู้มีพระภาคประทับนั่ง ณ ที่นั้น แวดล้อมด้วยหมู่เทวดา
เมื่อจะทรงยังทายกให้รื่นเริง จึงได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ด้วยการถวาย
พัดนี้ และด้วยการตั้งจิตไว้ ผู้นี้จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ มีพระนามชื่อ
ว่าสุพพตะ ด้วยกรรมที่เหลือนั้น อันกุศลมูลตักเตือนแล้ว จักได้เป็น
พระเจ้าจักรพรรดิมีพระนามชื่อว่ามาลุตะ ด้วยการถวายพัดนี้ และด้วย
การนับถืออันไพบูลย์ ผู้นี้จะไม่เข้าถึงทุคติในแสนกัลป ในกัลปที่ ๓ หมื่น
จักมีพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๘ พระองค์ มีพระนามว่าสุพพตะ ใน ๓ หมื่น
กัลป จักมีพระเจ้าจักรพรรดิ ๘ พระองค์ พระนามว่ามาลุตะ คุณวิเศษ
เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้ง
ชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระนฬมาลิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ นฬมาลิยเถราปทาน.
จบ ภาณวารที่ ๗.
อาสนุปัฏฐายกเถราปทานที่ ๘ (๑๐๘)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายอาสนะทอง

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๑๑๐] ข้าพระองค์เข้าป่าชัฏสงัดเสียง ไม่อากูล ได้ถวายอาสนะทองแด่พระผู้มี
พระภาคพระนามว่าอัตถทัสสี ผู้คงที่ ข้าพระองค์ถือดอกไม้กำมือหนึ่ง
แล้วทำประทักษิณพระองค์ เข้าไปเฝ้าพระศาสดาแล้ว กลับมุ่งหน้าไปทาง
ทิศอุดร ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมสัตว์ เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่า
นระ ด้วยกรรมนั้น ข้าพระองค์ย่อมยังตนให้ดับ ถอนภพได้ทั้งหมดแล้ว
ในกัลปที่ ๑๘๐๐ ข้าพระองค์ได้ถวายทานใด ในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น
ข้าพระองค์ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายอาสนะทอง ในกัลป
ที่ ๗๐๐ กัลป แต่กัลปนี้ ข้าพระองค์ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์
พระนามว่าสันนิพาปกะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖
ข้าพระองค์ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนา ข้าพระองค์ได้ทำเสร็จ
แล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอาสนุปัฏฐายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ อาสนุปัฏฐายกเถราปทาน.
พิฬาลิทายกเถราปทานที่ ๙ (๑๐๙)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายมันมือเสือ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๑๑๑] เราอยู่บนเครื่องลาดใบไม้ ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ ในกาลนั้น (ถ้า)
เราอยากอาหารก็มักนอนเสีย เราขุดจาวมะพร้าว มันอ้อน มันมือเสือ
และมันนกมาไว้ เรานำเอาผลพุทรา ไม้รักดำ ผลมะตูม มาจัดแจงไว้
พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้แจ้งโลก สมควรรับเครื่อง
บูชา ทรงทราบความดำริของเราแล้ว เสด็จมาสู่สำนักของเรา เราได้เห็น
พระองค์ผู้มหานาค ประเสริฐกว่าเทวดา เป็นนราสภ เสด็จมาแล้ว
จึงหยิบเอามันมือเสือมาใส่ลงในบาตร ในกาลนั้น พระสัพพัญญูมหาวีรเจ้า
จะทรงยังเราให้ยินดีจึงเสวย ครั้นเสวยเสร็จแล้ว ได้ตรัสพระคาถานี้
ว่า ท่านยังจิตให้เลื่อมใสแล้ว ได้ถวายมันมือเสือแก่เรา ท่านจะไม่เข้า
ถึงทุคติตลอดแสนกัลป ภพที่สุดย่อมเป็นไปแก่เรา เราถอนภพขึ้นได้
ทั้งหมดแล้ว เราทรงกายที่สุดไว้ในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ในกัลปที่ ๕๔ แต่กัลปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าสุเมขลิมะ
สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิ
สัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธ
ศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระพิฬาลิทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ พิฬาลิทายกเถราปทาน.
เรณุปูชกเถราปทานที่ ๑๐ (๑๑๐)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาดอกกระถินพิมาน

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๑๑๒] เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้ามีพระฉวีวรรณดังทองคำ มีพระรัศมีเปล่งปลั่ง
ดุจพระอาทิตย์ยังทิศทั้งปวงให้สว่างไสว ดังพระจันทร์วันเพ็ญ อันพระ
สาวกทั้งหลายแวดล้อม ดุจแผ่นดินอันแวดล้อมด้วยสาคร จึงถือเอา
ดอกกระถินพิมานไปบูชา พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปัสสี ในกัลปที่ ๙๑
แต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกกระถินพิมานใด ด้วยกรรมนั้น
เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๔๕ แต่กัลปนี้
เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์มีพระนามว่าเรณุ สมบูรณ์ด้วยแก้ว
๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จ
แล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระเรณุปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ เรณุปูชกเถราปทาน
———-
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ภิกขาทายกเถราปทาน ๒. ญาณสัญญิกเถราปทาน
๓. อุปลหัตถิยเถราปทาน ๔. ปทปูชกเถราปทาน
๕. มุฏฐิปุปผิยเถราปทาน ๖. อุทกปูชกเถราปทาน
๗. นฬมาลิยเถราปทาน ๘. อาสนุปัฏฐายกเถราปทาน
๙. พิฬาลิทายกเถราปทาน ๑๐. เรณุปูชกเถราปทาน
มีคาถา ๖๖ คาถา
จบ ภิกขาทายิวรรคที่ ๑๑
————————————
มหาปริวารวรรคที่ ๑๒
มหาปริวารเถราปทานที่ ๑ (๑๑๑)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายผ้าพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๑๑๓] ในการนั้น พระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสีเชษฐบุรุษของโลก ผู้เป็นนระ
ผู้องอาจ กับภิกษุสงฆ์ ๖๘,๐๐๐ เสด็จเข้าไปสู่พันธุมวิหาร เราออกจาก
นครแล้ว ได้ไปที่ทีปเจดีย์ ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศธุลี สมควรรับ
เครื่องบูชาพวกยักข์ในสำนักของเรา มีประมาณ ๘๔,๐๐๐ บำรุงเราโดย
เคารพ ดังหมู่เทวดาชาวไตรทศบำรุงพระอินทร์โดยเคารพ ฉะนั้น เวลานั้น
เราถือผ้าทิพย์ออกจากที่อยู่ ไปถวายอภิวาทด้วยเศียรเกล้า และได้ถวาย
ผ้าทิพย์นั้น แด่พระพุทธเจ้า โอ พระพุทธเจ้า โอ พระธรรม โอ
ความถึงพร้อมแห่งพระศาสดาหนอ ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้า
แผ่นดินนี้หวั่นไหว เราเห็นความอัศจรรย์อันไม่เคยมี ขนพองสยอง
เกล้านั้นแล้ว จึงยังจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าผู้เป็นจอมสัตว์ ผู้คงที่
เรานั้นครั้นยังจิตให้เลื่อมใส และถวายผ้าทิพย์แด่พระศาสดาแล้ว พร้อม
ทั้งอำมาตย์และบริวารชน ยอมนับถือพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ ในกัลปที่
๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้กระทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่
รู้จักทุคตินี้เลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๑๕ แต่กัลปนี้ ได้มี
พระเจ้าจักรพรรดิ ๑๖ พระองค์ มีพระนามว่าวาหนะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว
๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว
ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระมหาปริวารเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ มหาปริวารเถราปทาน.
สุมังคลเถราปทานที่ ๒ (๑๑๒)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายดนตรีเครื่อง ๕