พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๗๔] ก็เราได้เห็นรอยพระบาทที่พระผู้มีพระภาคพระนามว่าติสสะ ผู้เป็นเผ่าพันธุ์
พระอาทิตย์ ทรงเหยียบไว้ เป็นผู้มีใจร่าเริงโสมนัส ยังจิตให้เลื่อมใสใน
รอยพระบาท ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้สัญญาใดในกาลนั้น
ด้วยสัญญานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งสัญญาในรอยพระบาท
ในกัลปที่ ๗ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์พระนามว่า
สุเมธ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ
ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระ
พุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปทสัญญกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ปทสัญญกเถราปทาน.
สุสัญญกเถราปทานที่ ๓ (๗๓)
ว่าด้วยผลแห่งการไหว้ผ้าบังสุกุลจีวร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๗๕] เราได้เห็นผ้าบังสุกุลจีวรของพระศาสดาห้อยอยู่บนยอดไม้ แล้วได้ประนม
อัญชลีไปทางนั้นไหว้บังสุกุลจีวร ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้ทำ
กรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง
สัญญาในบังสุกุลจีวร ในกัลปที่ ๔ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ
จอมกษัตริย์พระนามว่าทุมหระ ทรงครอบครองแผ่นดินมีสมุทรสาคร ๔ เป็น
ที่สุด มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสุสัญญกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สุสัญญกเถราปทาน.
ภิสาลวทายกเถราปทานที่ ๔ (๗๔)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายเหง้ามันผลไม้และน้ำ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๗๖] เราเข้าไปยังป่าชัฏอยู่ในป่าใหญ่ ได้พบพระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ผู้
สมควรรับเครื่องบูชาจึงได้ถวายเหง้ามัน ผลไม้และน้ำสำหรับล้างพระหัตถ์
ถวายบังคมพระบาทด้วยเศียรเกล้าแล้ว มุ่งหน้าทางทิศอุดรหลีกไป ใน
กัลปที่ ๙๑ แต่กัลปนี้ เราได้ถวายเหง้ามันและผลไม้ในกาลนั้น ด้วย
กรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม และในกัลปที่ ๓
แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์ พระนามว่าภิสสมมต ทรง
สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัม
ภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนา
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระภิสาลุวทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ภิสาลุวทายกเถราปทาน
จบ ภาณวารที่ ๖
เอกสัญญกเถราปทานที่ ๕ (๗๕)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายภิกษาทัพพีหนึ่ง

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๗๗] ข้าพระองค์ได้ถวายภิกษาทัพพีหนึ่ง แก่พระอัครสาวกของพระพุทธเจ้า
พระนามว่าวิปัสสี มีนามชื่อว่าขัณฑะ ผู้สมควรรับเครื่องบูชาของโลก
ข้าแต่พระองค์ผู้จอมสัตว์นราสภ ด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้น ข้าพระองค์ไม่
รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายภิกษาทัพพีหนึ่ง ในกัลปที่ ๔๐ แต่
กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์พระนามว่าวรุณ ทรงสมบูรณ์
ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔
วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพระองค์ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนา
ข้าพระองค์ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระเอกสัญญกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ เอกสัญญกเถราปทาน.
ติณสันถารทายกเถราปทานที่ ๖ (๗๖)
ว่าด้วยผลแห่งการลาดหญ้ามาลาถวาย

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๗๘] ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ มีสระใหญ่อยู่สระหนึ่ง ดาดาษไปด้วยดอกปทุม
เป็นที่อาศัยของนกต่างๆ เราอาบและดื่มน้ำในสระนั้นแล้ว อยู่ในที่ไม่
ไกล ได้เห็นพระพุทธเจ้า ผู้เลิศกว่าสมณะเสด็จไปในอากาศ พระศาสดา
ผู้ยอดเยี่ยมในโลก ทรงทราบความดำริของเรา เสด็จลงจากอากาศแล้ว
ประทับยืนอยู่ที่พื้นดินในขณะนั้น เราได้เกี่ยวหญ้ามาลาดถวายเป็นที่
ประทับนั่ง พระผู้มีพระภาคผู้เป็นใหญ่ในโลก ๓ เป็นนายกประทับนั่งบน
นั้น เรายังจิตของตนให้เลื่อมใสแล้ว ได้ถวายบังคมพระองค์ผู้นายกของ
โลก นั่งกระเย่งเพ่งดูพระมหามุนีไม่กระพริบตา ด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้น
เราเข้าถึงภพชั้นนิมมานรดี เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลการถวายเครื่อง
ลาดหญ้า ในกัลปที่ ๒ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์
พระนามว่ามิตตสมมต ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เรา
ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระติณสันถารทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ติณสันถารทายกเถราปทาน
สูจิทายกเถราปทานที่ ๗ (๗๗)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายเข็ม

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๗๙] ในกัลปที่ ๓ หมื่น แต่กัลปนี้ เราได้ถวายเข็ม ๕ เล่ม แต่พระพุทธเจ้า
ผู้เป็นนายกของโลก มีพระนามชื่อว่าสุเมธ มีพระลักษณะอันประเสริฐ
๓๒ ประการ มีพระฉวีวรรณดังทองคำ ผู้เป็นจอมสัตว์ ผู้คงที่ เพื่อ
ต้องการเย็บจีวร ด้วยการถวายเข็มนั้นแล ญาณเป็นเครื่องเห็นแจ้ง อรรถ
อันละเอียด คมกล้า เกิดขึ้นแก่เรารวดเร็วและสะดวก เราเผากิเลส
ทั้งหลายแล้ว ถอนภพทั้งปวงขึ้นแล้ว เราทรงกายครั้งที่สุดอยู่ในศาสนา
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๔ พระองค์ ทรงพระนาม
ว่าทิปทาธิบดี ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษ
เหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้ง
ชัดแล้ว พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสูจิทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ สูจิทายกเถราปทาน
ปาฏลิปุปผิยเถราปทานที่ ๘ (๗๘)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกแคฝอย

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๘๐] ในกาลนั้น เราเป็นบุตรเศรษฐีสุขุมาลชาติ ตั้งอยู่ในความสุข ได้เอา
ดอกแคฝอยห่อพกไปบูชาพระสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระฉวีวรรณดังทองคำ
เช่นกับแท่งทองคำอันมีค่า มีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ กำลัง
เสด็จดำเนินอยู่ในละแวกตลาด เราร่าเริง มีจิตโสมนัส บูชาพระองค์
ด้วยดอกไม้ ถวายนมัสการพระพุทธเจ้าพระนามว่าติสสะ ทรงรู้แจ้งโลก
เป็นนาถะของโลก ประเสริฐกว่านระ ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้
ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง
การบูชาด้วยดอกไม้ ในกัลปที่ ๖๓ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ
มีพระนามว่าอภิสมมต ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เรา
ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้
ทราบว่า ท่านพระปาฏลิปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ปาฏลิปุปผิยเถราปทาน.
ฐิตัญชลิยเถราปทานที่ ๙ (๗๙)
ว่าด้วยผลแห่งการประนมกรอัญชลี

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๘๑] เมื่อก่อน เราเป็นพรานเนื้ออยู่ในป่าชัฏ ได้พบพระสัมพุทธเจ้าผู้มีพระ
ลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ ในป่านั้น ณ ที่นั้น เราประนมกร
อัญชลีแล้ว เดินบ่ายหน้าไปทางทิศปราจีน ขณะเมื่อเรานั่งอยู่บนเครื่อง
ลาดใบไม้ที่เรานำมาในที่ไม่ไกล อสนีบาตตกลงบนกระหม่อมของเราใน
เวลานั้น ในเวลาใกล้ตาย เราได้ประนมกรอัญชลีอีกครั้งหนึ่ง ในกัลปที่
๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้ทำอัญชลีในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติ
เลย นี้เป็นผลแห่งการทำอัญชลีในกัลปที่ ๕๔ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้า
จักรพรรดิ มีพระนามว่ามิคเกตุ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพล
มาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖
เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระฐิตัญชลิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ฐิตัญชลิยเถราปทาน.
ตีณิปทุมิยเถราปทานที่ ๑๐ (๘๐)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกปทุม ๓ ดอก

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๘๒] ในกาลนั้น พระชินเจ้าพระนามปทุมุตระ ทรงรู้จบธรรมทั้งปวง ทรงฝึก
พระองค์เองแล้ว ทรงแวดล้อมด้วยพระสาวกผู้ฝึกตนแล้ว เสด็จออกจาก
นคร เวลานั้น เราเป็นช่างดอกไม้ อยู่ในพระนครหงสวดี เราถือดอก
ปทุม ๓ ดอก อย่างดีเลิศ (จะไป) ในพระนครนั้น ได้พบพระพุทธเจ้า
ผู้ปราศจากธุลี เสด็จดำเนินอยู่ในละแวกตลาด พร้อมกับได้เห็นพระ
สัมพุทธเจ้า เราได้คิดอย่างนี้ในกาลนั้นว่า จะมีประโยชน์อะไรแก่เราด้วย
ดอกไม้เหล่านี้ ที่เราบำรุงพระราชา เราจะพึงได้บ้านหรือคามเขตหรือ
ทรัพย์พันหนึ่ง (เท่านั้น) เราบูชาพระพุทธเจ้าผู้ฝึกคนที่มิได้ฝึกตน ผู้แกล้ว
กล้า ทรงนำสุขมาให้แก่สัตว์ทั้งปวง เป็นนาถะของโลกแล้ว จักได้
ทรัพย์อันไม่ตาย ครั้นเราคิดอย่างนี้แล้ว จึงยังจิตของตนให้เลื่อมใส
แล้วจับดอกปทุม ๓ ดอกโยนขึ้นไปบนอากาศ ในกาลนั้น พอเราโยนขึ้น
ไป ดอกปทุมเหล่านั้นก็แผ่ (บาน) อยู่ในอากาศ มีขั้วขึ้นข้างบน
ดอกลงข้างล่าง ทรงอยู่เหนือพระเศียรในอากาศ มนุษย์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง
เห็นแล้ว พากันโห่ร้องเกรียวกราว ทวยเทพเจ้าในอากาศพากันซ้องสาธุ
การว่า ความอัศจรรย์เกิดขึ้นแล้วในโลก เราทั้งหลายจักนำดอกไม้มาบูชา
พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด เราทั้งหมดจักฟังธรรม จักนำดอกไม้มาบูชา
พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ทรงสมควรรับเครื่อง
บูชา ประทับยืนอยู่ที่ถนนนั่นเอง ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า มาณพใด
ได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกบัวแดง เราจักพยากรณ์มาณพนั้น ท่าน
ทั้งหลายจงฟังเรากล่าว มาณพนั้นจักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอด ๓ หมื่น
กัลป และจักได้เป็นจอมเทวดาเสวยเทวรัชสมบัติอยู่ ๓๐ ครั้ง จักมี
วิมานชื่อมหาวิตถาริกะในเทวโลกนั้นสูง ๓๐๐ โยชน์ กว้าง ๑๕๐ โยชน์
พวงดอกไม้ ๑๔๐,๐๐๐ พวงที่เทวดานิรมิตอย่างสวยงามห้อยอยู่ที่ปราสาท
อันประเสริฐ และประดับที่นอนใหญ่ นางอัปสรแสนโกฏิ มีรูปอุดม
ฉลาดในการฟ้อน การขับรำและการประโคม จักแวดล้อมอยู่โดยรอบ
ในกาลนั้น ฝนดอกไม้ทิพย์มีสีแดง จักตกลงในวิมานประเสริฐ อัน
เกลื่อนกล่นด้วยหมู่เทพนารีเช่นนี้ แก้วปทุมราคะโตประมาณเท่าจักร จัก
ห้อยอยู่ที่ตะปูฝาที่ไม้ฟันนาค ที่บานประตู และที่เสาระเนียด ที่วิมานนั้น
นางเทพอัปสรทั้งหลายจักลาด จักห่มด้วยใบบัว นอนอยู่ภายในวิมานอัน
ประเสริฐซึ่งดาดาษด้วยใบบัว ดอกบัวแดงล้วนเหล่านั้น แวดล้อมภพ
ส่งกลิ่นหอมตลบไปประมาณร้อยโยชน์โดยรอบ มาณพนี้จักได้เป็นพระเจ้า
จักรพรรดิ ๗๕ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์โดยคณานับ
มิได้ ได้เสวยสมบัติทั้ง ๒ แล้ว หากังวลมิได้ ไม่มีอันตราย เมื่อกาล
เป็นที่สุดมาถึงแล้ว จักได้บรรลุนิพพาน พระพุทธเจ้าเราได้เห็นดีแล้ว
หนอ การค้าเราประกอบแล้ว เราบูชา (พระพุทธเจ้าด้วย) ดอกบัว ๓
ดอกแล้ว ได้เสวยสมบัติ ๓ ดอกบัวแดงอันบานงาม จักทรงไว้บน
กระหม่อมของเราผู้บรรลุธรรม พ้นวิเศษแล้วโดยประการทั้งปวงในวันนี้
เมื่อพระปทุมุตรบรมศาสดาตรัสกรรมของเราอยู่ ธรรมาภิสมัยได้มีแก่สัตว์
หลายแสน ในกัลปที่หนึ่งแสนแต่กัลปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าใด
ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง (การบูชาด้วย)
ดอกบัว ๓ ดอก เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพทั้งปวงขึ้นแล้ว
อาสวะทั้งหมดสิ้นรอบแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มี คุณวิเศษเหล่านี้ คือ
ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว
พระพุทธศาสนา เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระตีณิปทุมิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ตีณิปทุมิยเถราปทาน.
————–
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. นาคสมาลเถราปทาน ๒. ปทสัญญกเถราปทาน
๓. สุสัญญกเถราปทาน ๔. ภิสาลุวทายกเถราปทาน
๕. เอกสัญญกเถราปทาน ๖. ติณสันถารทายกเถราปทาน
๗. สูจิทายกเถราปทาน ๘. ปาฏลิปุปผิยเถราปทาน
๙. ฐิตัญชลิยเถราปทาน ๑๐. ตีณิปทุมิยเถราปทาน
มีคาถา ๗๕ คาถา
จบ นาคสมาลวรรคที่ ๘.
————–
ติมิรปุปผิยวรรคที่ ๙
ติมิรปุปผิยเถราปทานที่ ๑ (๘๑)
ว่าด้วยผลแห่งการโปรยดอกดีหมี

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ (เล่ม 32)

[๘๓] เรา (เที่ยว) ไปตามกระแสน้ำใกล้ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา ได้เห็นพระสมณะ
ซึ่งประทับนั่งอยู่ ผู้ผ่องใส ไม่ขุ่นมัว เรายังจิตให้เลื่อมใสในพระสมณะนั้น
แล้วให้คิดอย่างนี้ในกาลนั้นว่า พระผู้มีพระภาคนี้ทรงข้ามเองแล้ว จักทรงยัง
สรรพสัตว์ให้ข้าม ทรงทรมานเองแล้ว จักทรงทรมานสรรพสัตว์ ทรงเบา
พระทัยเองแล้ว จักทรงยังสรรพสัตว์ให้เบาใจ ทรงสงบเองแล้ว จักทรง
ยังสรรพสัตว์ให้สงบ ทรงพ้นเองแล้ว จักทรงยังสรรพสัตว์ให้พ้น ทรงดับ
เองแล้ว จักทรงยังสรรพสัตว์ให้ดับ ครั้นเราคิดอย่างนี้แล้ว ได้ถือเอา
ดอกดีหมี มาโปรยลงบนพระเศียรแห่งพระพุทธเจ้า ผู้แสวงหาคุณใหญ่
พระนามว่าสิทธัตถะ ในกาลนั้น (บูชา) แล้วประนมอัญชลี ทำประทักษิณ
พระองค์ และถวายบังคมพระบาทพระศาสดาแล้ว กลับไปทางทิศอื่น พอ
เราไปแล้วไม่นาน พระยาเนื้อได้เบียดเบียนเรา เราเดินไปตามริมเหว
ได้ตกลงในเหวนั้นนั่นเอง ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เราได้บูชาด้วยดอกไม้ใด
ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ในกัลปที่ ๕๖
แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ พระองค์ พระนามว่ามหารหะ ทรง
สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔
วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำ
เสร็จแล้ว ดังนี้,
ทราบว่า ท่านพระติมิรปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ ติมิรปุปผิยเถราปทาน.
คตสัญญกเถราปทานที่ ๒ (๘๒)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกกรรณิการ์ ๗ ดอก