[๑๙๕] ๑. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันอุโบสถ มีภิกษุเจ้าถิ่น
ในศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๔ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง. พวกเธอรู้อยู่ว่า ยังมีภิกษุเจ้าถิ่น
พวกอื่นที่ยังไม่มาและมุ่งความแตกร้าวว่า ขอภิกษุเหล่านั้นเสื่อมสูญ ขอภิกษุเหล่านั้นจงพินาศ
จะประโยชน์อะไรด้วยภิกษุเหล่านั้น ดังนี้ จึงทำอุโบสถ สวดปาติโมกข์. เมื่อพวกเธอกำลัง
สวดปาติโมกข์ ขณะนั้นมีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนมากกว่า ภิกษุเหล่านั้นต้องสวด
ปาติโมกข์ใหม่. พวกภิกษุผู้สวด ต้องอาบัติถุลลัจจัย.
๒. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนเท่ากัน ....
๓. .... มีจำนวนน้อยกว่า ปาติโมกข์ที่สวดแล้ว ก็เป็นอันสวดดีแล้ว. พวกภิกษุ
ที่มาทีหลัง พึงฟังส่วนที่เหลือต่อไป. พวกภิกษุผู้สวด ต้องอาบัติถุลลัจจัย.
๔. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในอาวาสแห่งหนึ่ง ถึงวันอุโบสถ มีภิกษุเจ้าถิ่นใน
ศาสนานี้มากรูปด้วยกัน แต่ประชุมกัน ๔ รูปบ้าง เกินกว่าบ้าง. พวกเธอรู้อยู่ว่า ยังมีภิกษุเจ้าถิ่น
พวกอื่นที่ยังไม่มาและมุ่งความแตกร้าวว่า ขอภิกษุเหล่านั้นจงเสื่อมสูญ ขอภิกษุเหล่านั้นจงพินาศ
จะประโยชน์อะไรด้วยภิกษุเหล่านั้น ดังนี้ จึงทำอุโบสถ สวดปาติโมกข์. พอพวกเธอสวด
ปาติโมกข์จบ ขณะนั้น มีภิกษุ .... มีจำนวนมากกว่า ....
๕. .... มีจำนวนเท่ากัน ....
๖. .... มีจำนวนน้อยกว่า ....
๗. .... บริษัทยังไม่ทันลุกไป .... มีจำนวนมากกว่า ....
๘. .... มีจำนวนเท่ากัน ....
๙. .... มีจำนวนน้อยกว่า ....
๑๐. .... บริษัทบางพวกลุกไปแล้ว .... มีจำนวนมากกว่า ....
๑๑. .... มีจำนวนเท่ากัน ....
๑๒. .... มีจำนวนน้อยกว่า ....
๑๓. .... บริษัทลุกไปหมดแล้ว ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนมากกว่า.
ภิกษุเหล่านั้นต้องสวดปาติโมกข์ใหม่. พวกภิกษุผู้สวด ต้องอาบัติถุลลัจจัย.
๑๔. .... ขณะนั้น มีภิกษุเจ้าถิ่นพวกอื่นมาถึง มีจำนวนเท่ากัน ....
๑๕. .... มีจำนวนน้อยกว่า ปาติโมกข์ที่สวดแล้ว ก็เป็นอันสวดดีแล้ว. พวกภิกษุ
ผู้มาทีหลัง พึงบอกปาริสุทธิในสำนักพวกเธอ. พวกภิกษุผู้สวด ต้องอาบัติถุลลัจจัย.
มุ่งความแตกร้าวทำอุโบสถ ๑๕ ข้อ จบ.
การทำอุโบสถ ๒๕ ติกะ จบ
________________
เปยยาลมุข ๗๐๐ ติกะ