[๑๕๖] ปัญญาในการพิจารณาเห็นธรรมที่เข้ามาประชุมในขณะนั้นเป็นปัจจเวกขณญาณ
อย่างไร ฯ
ในขณะแห่งโสดาปัตติมรรค ญาณชื่อว่าสัมมาทิฐิ เพราะอรรถว่าเห็น ชื่อว่าสัมมาสัง
กัปปะ เพราะอรรถว่าดำริออก ชื่อว่าสัมมาวาจา เพราะอรรถว่ากำหนดเอา ชื่อว่าสัมมากัมมันตะ
เพราะอรรถว่าเป็นสมุฏฐาน ชื่อว่าสัมมาอาชีวะเพราะอรรถว่าขาวผ่อง ชื่อว่าสัมมาวายามะ เพราะ
อรรถว่าประคองไว้ ชื่อว่าสัมมาสติ เพราะอรรถว่าตั้งมั่น ชื่อว่าสัมมาสมาธิ เพราะอรรถว่าไม่
ฟุ้งซ่านชื่อว่าสติสัมโพชฌงค์ เพราะอรรถว่าตั้งมั่น ชื่อว่าธรรมวิจยสัมโพชฌงค์ เพราะอรรถว่า
เลือกเฟ้น ชื่อว่าวิริยสัมโพชฌงค์ เพราะอรรถว่าประคองไว้ ชื่อว่าปีติสัมโพชฌงค์ เพราะอรรถว่า
แผ่ซ่านไป ชื่อว่าปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ เพราะอรรถว่าสงบระงับ ชื่อว่าสมาธิสัมโพชฌงค์ เพราะ
อรรถว่าไม่ฟุ้งซ่าน ชื่อว่าอุเบกขาสัมโพชฌงค์ เพราะอรรถว่าพิจารณาหาทาง ชื่อว่าสัทธาพละ
เพราะอรรถว่าไม่หวั่นเพราะความไม่มีศรัทธา ชื่อว่าวิริยพละ เพราะอรรถว่าไม่หวั่นไหวเพราะความ
เกียจคร้าน ชื่อว่าสติพละ เพราะอรรถว่าไม่หวั่นไหวเพราะความประมาท ชื่อว่าสมาธิพละ เพราะ
อรรถว่าไม่หวั่นไหวเพราะความฟุ้งซ่าน ชื่อว่าปัญญาพละเพราะอรรถว่าไม่หวั่นไหวเพราะอวิชชา
ชื่อว่าสัทธินทรีย์ เพราะอรรถว่าน้อมใจเชื่อชื่อว่าวิริยินทรีย์ เพราะอรรถว่าประคองไว้ ชื่อว่า
สตินทรีย์ เพราะอรรถว่าตั้งมั่นชื่อว่าสมาธินทรีย์ เพราะอรรถว่าไม่ฟุ้งซ่าน ชื่อว่าปัญญินทรีย์
เพราะอรรถว่าเห็นชื่อว่าอินทรีย์ เพราะอรรถว่าเป็นใหญ่ ชื่อว่าพละ เพราะอรรถว่าไม่หวั่นไหว
ชื่อว่าสัมโพชฌงค์ เพราะอรรถว่านำออก ชื่อว่ามรรค เพราะอรรถว่าเป็นเหตุ ชื่อว่าสติปัฏฐาน
เพราะอรรถว่าตั้งมั่น ชื่อว่าสัมมัปปธาน เพราะอรรถว่าตั้งไว้ชื่อว่าอิทธิบาท เพราะอรรถว่าสำเร็จ
ชื่อว่าสัจจะ เพราะอรรถว่าจริงแท้ ชื่อว่าสมถะ เพราะอรรถว่าไม่ฟุ้งซ่าน ชื่อว่าวิปัสสนา เพราะ
อรรถว่าพิจารณาเห็นชื่อว่าสมถวิปัสสนา เพราะอรรถว่ามีกิจอย่างเดียวกัน ชื่อว่าเป็นคู่ เพราะอรรถ
ว่าไม่ล่วงเกินกัน ชื่อว่าสีลวิสุทธิ เพราะอรรถว่าสำรวม ชื่อว่าจิตตวิสุทธิ เพราะอรรถว่าไม่ฟุ้งซ่าน
ชื่อว่าทิฐิวิสุทธิ เพราะอรรถว่าเห็น ชื่อว่าวิโมกข์เพราะอรรถว่าหลุดพ้น ชื่อว่าวิชชา เพราะอรรถว่า
แทงตลอด ชื่อว่าวิมุติ เพราะอรรถว่าปล่อยชื่อว่าขยญาณ เพราะอรรถว่าตัดขาด ชื่อว่าฉันทะ
เพราะอรรถว่าเป็นมูล ชื่อว่ามนสิการ เพราะอรรถว่าเป็นสมุฏฐาน ชื่อว่าผัสสะ เพราะอรรถว่า
เป็นที่รวมชื่อว่าเวทนา เพราะอรรถว่าเป็นที่ประชุม ชื่อว่าสมาธิ เพราะอรรถว่าเป็นประธาน
ชื่อว่าสติ เพราะอรรถว่าเป็นใหญ่ ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ายิ่งกว่าธรรมนั้นๆ ชื่อว่าวิมุติ เพราะ
อรรถว่าเป็นแก่นสาร ชื่อว่านิพพานอันหยั่งลงในอมตะ เพราะอรรถว่าเป็นที่สุด (ธรรมเหล่านี้)
เข้ามาประชุมกันในขณะนั้น พระโยคาวจรออกจากสมาบัติแล้ว ย่อมพิจารณาเห็นว่าธรรมเหล่านี้
เข้ามาประชุมกันในขณะนั้น ฯ