[๔๔๘] อรหัตวิโมกข์ ตรัสว่า อัญญาวิโมกข์ ในอุเทศว่า อญฺญาวิโมกฺขํ สํพฺรูมิ
ดังนี้ เราขอบอก … ขอประกาศซึ่งอรหัตวิโมกข์ เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า เราขอบอกอัญญาวิโมกข์.
[๔๔๘] อรหัตวิโมกข์ ตรัสว่า อัญญาวิโมกข์ ในอุเทศว่า อญฺญาวิโมกฺขํ สํพฺรูมิ
ดังนี้ เราขอบอก … ขอประกาศซึ่งอรหัตวิโมกข์ เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า เราขอบอกอัญญาวิโมกข์.
[๔๔๙] ความไม่รู้ในทุกข์ ฯลฯ อวิชชาเป็นดังลิ่มสลัก ความหลง อกุศลมูล ชื่อว่า
อวิชชา ในอุเทศว่า อวิชฺชาย ปเภทนํ ดังนี้.
คำว่า เป็นเครื่องทำลายอวิชชา ความว่า เป็นเครื่องทุบ ต่อย เครื่องทำลาย เครื่องละ
เครื่องสงบ เครื่องสละคืน เครื่องระงับ ซึ่งอวิชชา เป็นอมตนิพพาน เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า
เป็นเครื่องทำลายอวิชชา. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า
เราขอบอก อัญญาวิโมกข์อันมีอุเบกขาและสติ หมดจดดี
มีความตรึกประกอบด้วยธรรมแล่นไปข้างหน้า เป็นเครื่อง
ทำลายอวิชชา.
[๔๕๐] โลกมีอะไรเป็นเครื่องประกอบไว้? อะไรเล่าเป็นเครื่อง
เที่ยวไปของโลกนั้น? พระองค์ตรัสว่า นิพพาน เพราะละ
อะไรเสียได้?
[๔๕๑] คำว่า โลกมีอะไรเป็นเครื่องประกอบไว้ ความว่า อะไรเป็นเครื่องประกอบ
เครื่องคล้องไว้ เครื่องผูก เครื่องพัวพัน เครื่องมัวหมอง ของโลก? โลกอันอะไรประกอบไว้
ประกอบทั่ว เหนี่ยวรั้ง ยึดไว้ คล้องไว้ เกี่ยวไว้ พัวพันไว้ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า โลกมี
อะไรเป็นเครื่องประกอบไว้.
[๔๕๒] คำว่า อะไรเป็นเครื่องเที่ยวไปของโลกนั้น ความว่า อะไรเป็นเครื่องสัญจร
เที่ยวไป ท่องเที่ยวไป ของโลกนั้น? โลกย่อมสัญจรไป เที่ยวไป ท่องเที่ยวไป ด้วยอะไร?
เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า อะไรเล่าเป็นเครื่องเที่ยวไปของโลกนั้น?
[๔๕๓] คำว่า พระองค์ตรัสว่า นิพพาน เพราะละอะไรเสียได้ ความว่า พระองค์
ย่อมตรัส ย่อมบอก ย่อมเล่า ย่อมกล่าว แสดง บัญญัติว่า นิพพาน เพราะละ สงบ สละคืน
ระงับ อะไรเสียได้? เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พระองค์ตรัสว่า นิพพาน เพราะละอะไรเสียได้?
เพราะเหตุนั้น พราหมณ์นั้นจึงกล่าวว่า
โลกมีอะไรเป็นเครื่องประกอบไว้? อะไรเล่าเป็นเครื่อง
เที่ยวไปของโลกนั้น? พระองค์ตรัสว่า นิพพาน เพราะละ
อะไรเสียได้?
[๔๕๔] โลกมีความเพลินเป็นเครื่องประกอบไว้. วิตก เป็นเครื่อง
เที่ยวไปของโลกนั้น. เรากล่าวว่า นิพพาน เพราะละตัณหา
เสียได้.
[๔๕๕] ตัณหา ราคะ สาราคะ ฯลฯ อภิชฌา โลภะ อกุศลมูล ตรัสว่า ความเพลิน
ในอุเทศว่า นนฺทิสญฺโญชโน โลโก ดังนี้. ความเพลินเป็นเครื่องประกอบ เครื่องคล้องไว้
เครื่องผูก เครื่องมัวหมองของโลก. โลกอันความเพลินนี้ประกอบไว้ ประกอบทั่ว เหนี่ยวรั้ง
ผูกไว้ คล้องไว้ เกี่ยวไว้ พันไว้. เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า โลกมีความเพลินเป็นเครื่องประกอบไว้.
[๔๕๖] วิตก ๙ คือ กามวิตก พยาบาทวิตก วิหิงสาวิตก วิตกถึงญาติ วิตกถึงชนบท
วิตกถึงเทวดา วิตกอันปฏิสังยุตด้วยความเอ็นดูผู้อื่น วิตกอันปฏิสังยุตด้วยลาภ สักการะ และ
สรรเสริญ วิตกอันปฏิสังยุตด้วยความไม่อยากให้ผู้อื่นดูหมิ่นตน เหล่านี้เรียกว่าวิตก ๙ ชื่อว่า
วิตก ในอุเทศว่า วิตกฺกสฺส วิจารณา ดังนี้. วิตก ๙ อย่างนี้เป็นเครื่องสัญจรไป เที่ยวไป
ท่องเที่ยวไป ของโลกนั้น. โลกนั้นย่อมสัญจร เที่ยวไป ท่องเที่ยวไป ด้วยวิตก ๙ อย่างนี้.
เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า วิตกเป็นเครื่องเที่ยวไปของโลกนั้น.
[๔๕๗] รูปตัณหา สัททตัณหา คันธตัณหา รสตัณหา โผฏฐัพพตัณหา ธรรมตัณหา
ชื่อว่า ตัณหา ในอุเทศว่า ตณฺหาย วิปฺปหาเนน นิมฺมานํ อิติ วุจฺจติ ดังนี้.
คำว่า เรากล่าวว่า นิพพาน เพราะละตัณหาเสียได้ ความว่า เราย่อมกล่าว ย่อมบอก
เล่า ขาน แสดง บัญญัติว่า นิพพาน เพราะละ สงบ สละคืน ระงับตัณหาเสียได้ เพราะ
ฉะนั้น จึงชื่อว่า เรากล่าวว่า นิพพาน เพราะละตัณหาเสียได้. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาค
จึงตรัสว่า
โลกมีความเพลินเป็นเครื่องประกอบไว้. วิตกเป็นเครื่อง
เที่ยวไปของโลกนั้น. เรากล่าวว่า นิพพาน เพราะละตัณหา
เสียได้.