พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๒ ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส (เล่ม 30)

[๒๙๘] (พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรนันทะ)
สมณพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งนี้ ย่อมกล่าวความหมดจด
ด้วยการเห็นและด้วยการสดับบ้าง ด้วยศีลและวัตรบ้าง
ด้วยมงคลหลายชนิด. เราย่อมกล่าวว่า สมณพราหมณ์
เหล่านั้น ถึงแม้เป็นผู้สำรวมแล้วประพฤติอยู่ในทิฏฐินั้น
แต่ก็ข้ามซึ่งชาติและชราไปไม่ได้.

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๒ ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส (เล่ม 30)

[๒๙๙] คำว่า เยเกจิ ความว่า ทั้งปวงโดยกำหนดทั้งปวง ทั้งปวงโดยประการทั้งปวง
ไม่เหลือ ไม่มีส่วนเหลือ. คำว่า เยเกจิ นี้ เป็นเครื่องกล่าวรวมหมด. ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่ง
เข้าถึงการบวช ถึงพร้อมด้วยการบวชภายนอก แต่พุทธศาสนานี้ชื่อว่าสมณะ. ชนเหล่าใด
เหล่าหนึ่งอ้างว่าตนมีวาทะเจริญ ชื่อว่าพราหมณ์. เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า สมณพราหมณ์เหล่าใด
เหล่าหนึ่งนี้. พระผู้มีพระภาคย่อมตรัสเรียกพราหมณ์นั้นโดยชื่อว่า นันทะ ในอุเทศว่า นนฺทาติ
ภควา ดังนี้.
คำว่า ภควา นี้ เป็นเครื่องกล่าวโดยเคารพ ฯลฯ คำว่า ภควา นี้ เป็นสัจฉิกาบัญญัติ
เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรนันทะ.

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๒ ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส (เล่ม 30)

[๓๐๐] คำว่า ย่อมกล่าวความหมดจดด้วยการเห็นและการฟังบ้าง ความว่า ย่อมกล่าว
ย่อมพูด ย่อมบอก ย่อมแสดง ย่อมบัญญัติ ซึ่งความหมดจด ความหมดจดวิเศษ ความบริสุทธิ์
ความพ้น ความพ้นวิเศษ ความพ้นรอบ ด้วยการเห็นบ้าง … ด้วยการสดับบ้าง … ด้วยการเห็น
และสดับบ้าง เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า ย่อมกล่าวความหมดจดด้วยการเห็นและด้วยการสดับบ้าง.

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๒ ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส (เล่ม 30)

[๓๐๑] คำว่า ย่อมกล่าวความหมดจดด้วยศีลและวัตรบ้าง ความว่า ย่อมกล่าว …
ย่อมบัญญัติความหมดจด … ความพ้นรอบด้วยศีลบ้าง … ด้วยวัตรบ้าง … ด้วยศีลและวัตรบ้าง
เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า ย่อมกล่าวความหมดจดด้วยศีลและวัตรบ้าง.

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๒ ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส (เล่ม 30)

[๓๐๒] คำว่า ย่อมกล่าวความหมดจดด้วยมงคลหลายชนิด ความว่า ย่อมกล่าว …
ย่อมบัญญัติด้วยมงคลคือวัตรและความตื่นข่าวมากอย่าง เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า ย่อมกล่าวความ
หมดจดด้วยมงคลหลายชนิด.

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๒ ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส (เล่ม 30)

[๓๐๓] คำว่า กิญฺจาปิ ในอุเทศว่า กิญฺจาปิ เต ตตฺถ ยตา จรนฺติ เป็นบทสนธิ
เป็นบทเกี่ยวเนื่อง เป็นเครื่องทำบทให้เต็ม เป็นความพร้อมเพรียงแห่งอักขระ เป็นความ
สละสลวยแห่งพยัญชนะ. บทว่า กิญฺจาปิ นี้ เป็นไปตามลำดับบท คำว่า เต คือ พวก
สมณพราหมณ์ผู้มีทิฏฐิ. คำว่า ตตฺก ความว่า ในทิฏฐิของตน ในความควรของตน ในความ
ชอบใจของตน ในลัทธิของตน. คำว่า ยตา ความว่า เป็นผู้สำรวม สงวน คุ้มครอง รักษา
ระวัง.
คำว่า จรนฺติ ความว่า เที่ยวไป … เยียวยา เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า ถึงแม้สมณพราหมณ์
เหล่านั้นเป็นผู้สำรวมแล้ว ประพฤติอยู่ในทิฏฐินั้น.

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๒ ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส (เล่ม 30)

[๓๐๔] คำว่า เราย่อมกล่าวว่า … ข้ามชาติและชราไปไม่ได้ ความว่า เราย่อมกล่าว …
ย่อมประกาศว่า ข้าม ข้ามขึ้น ข้ามพ้น ก้าวล่วง เป็นไปล่วงซึ่งชาติ ชราและมรณะไปไม่ได้
คือ ไม่ออก ไม่สละ ไม่ก้าวล่วง ไม่เป็นไปล่วงจากชาติ ชราและมรณะ ย่อมวนเวียนอยู่
ภายในชาติ ชราและมรณะ วนเวียนอยู่ภายในทางสงสาร ไปตามชาติ ชราก็แล่นตาม พยาธิก็
ครอบงำ มรณะก็ห้ำหั่น ไม่มีที่ต้านทาน ไม่มีที่เร้น ไม่มีสรณะ ไม่มีที่พึ่ง เพราะฉะนั้นจึงชื่อ
ว่า เราย่อมกล่าวว่า ข้ามชาติและชราไปไม่ได้ เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า
สมณพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งนี้ ย่อมกล่าวความหมดจด ด้วย
การเห็นและด้วยการสดับบ้าง ด้วยศีลและวัตรบ้าง ด้วยมงคล
หลายชนิด. เราย่อมกล่าวว่า สมณพราหมณ์เหล่านั้น ถึงแม้
เป็นผู้สำรวมแล้วประพฤติอยู่ในทิฏฐินั้น แต่ก็ข้ามซึ่งชาติและ
ชราไปไม่ได้.

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๒ ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส (เล่ม 30)

[๓๐๕] (ท่านพระนันทะทูลถามว่า)
สมณพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งนี้ ย่อมกล่าวความหมดจด ด้วย
การเห็นและการสดับบ้าง ด้วยศีลและวัตรบ้าง ด้วยมงคล
หลายชนิดบ้าง. ถ้าพระองค์ผู้เป็นพระมุนีตรัสสมณพราหมณ์
เหล่านั้นว่า ข้ามโอฆะไปไม่ได้แล้ว. ข้าแต่พระองค์ผู้นิรทุกข์
เมื่อเป็นอย่างนั้น บัดนี้ใครเล่าในเทวโลกและมนุษยโลก ข้าม
ชาติและชราไปได้แล้ว. ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์ขอทูล
ถามปัญหานั้น ขอพระองค์โปรดตรัสบอกปัญหานั้นแก่ข้าพระองค์.

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๒ ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส (เล่ม 30)

[๓๐๖] คำว่า เยเกจิ ในอุเทศว่า เยเกจิ เม สมณพฺราหฺมณาเส ดังนี้ ความว่า
ทั้งปวงโดยกำหนดทั้งปวง ทั้งปวงโดยประการทั้งปวง ไม่เหลือ มีส่วนไม่เหลือ. คำว่า เยเกจิ นี้
เป็นเครื่องกล่าวรวมหมด. ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่งเข้าถึงการบวช คือ ถึงพร้อมด้วยการบวช
ภายนอกพุทธศาสนานี้ ชื่อว่าสมณะ. ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่งอ้างว่าตนมีวาทะเจริญ ชื่อว่าพราหมณ์.
เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า สมณพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งนี้.
คำว่า อิติ ในอุเทศว่า อิจฺจายสฺมา นนฺโท ดังนี้ เป็นบทสนธิ. คำว่า อายสฺมา
เป็นเครื่องกล่าวด้วยความรัก. คำว่า นนฺโท เป็นชื่อ ฯลฯ เป็นคำร้องเรียกของพราหมณ์นั้น.
เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า ท่านพระนันทะทูลถามว่า.

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒๒ ขุททกนิกาย จูฬนิทเทส (เล่ม 30)

[๓๐๗] คำว่า ย่อมกล่าวความหมดจดด้วยการเห็นและการฟังบ้าง ความว่า ย่อมกล่าว
ย่อมพูด ย่อมบอก ย่อมแสดง ย่อมบัญญัติความหมดจด คือ ความหมดจดวิเศษ ความบริสุทธิ์
ความพ้น ความพ้นวิเศษ ความพ้นรอบ ด้วยการเห็นบ้าง … ด้วยการสดับบ้าง … ด้วยการเห็นและ
การสดับบ้าง เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า ย่อมกล่าวความหมดจดด้วยการเห็นและด้วยการสดับบ้าง.