พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ (เล่ม 27)

[๒๓๘๗] ภัยเกิดจากตนเอง ย่อมตามถึงบุคคลผู้ไร้ปัญญา พูดพล่อยๆ ไม่ปิดบัง
ความรู้ หาความระวังมิได้ ไม่มีการพิจารณา เหมือนครุฑตามถึงเราผู้
ปัณฑรกนาคฉะนั้น. นรชนใดยินดีบอกมนต์ลับที่ตนควรจะรักษา เพราะ
ความหลง ภัยย่อมตามถึงนรชนนั้นผู้มีมนต์อันแพร่งพรายแล้วโดยพลัน
เหมือนครุฑตามถึงเราผู้ปัณฑรกนาคราชฉะนั้น. มิตรเทียมไม่ควรจะให้รู้
เหตุสำคัญอันลึกลับ ถึงมิตรแท้แต่เป็นคนโง่ หรือมีปัญญาแต่ประพฤติ
สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ก็ไม่ควรจะให้รู้ความลับเหมือนกัน. เราได้ถึง
ความคุ้นเคยกับชีเปลือยด้วยเข้าใจว่า สมณะนี้โลกเขานับถือ มีตนอัน
อบรมแล้ว ได้บอกเปิดเผยความลับแก่มัน จึงได้ล่วงเลยประโยชน์ร้อง
ไห้อยู่ดุจคนกำพร้าฉะนั้น. ดูกรพญาครุฑผู้ตัวประเสริฐ เราไม่อาจจะ
ระวังวาจาลับอย่างยิ่งนี้แก่มันได้ ภัยได้มาถึงเราจากสำนักของมัน เรา
จึงได้ล่วงเลยประโยชน์ร้องไห้อยู่ดุจคนกำพร้าฉะนั้น นรชนใดสำคัญว่า
ผู้นี้มีใจดี บอกความลับกะคนสกุลทราม นรชนนั้นเป็นคนโง่เขลาทรุด
โทรมลงโดยไม่ต้องสงสัย เพราะโทสาคติ ภยาคติ หรือเพราะฉันทาคติ.
ผู้ใดปากบอนนับเข้าในพวกอสัตบุรุษ ชอบกล่าวถ้อยคำในที่ประชุมชน
นักปราชญ์ทั้งหลายเรียกผู้นั้นว่า ผู้มีปากชั่วร้ายคล้ายอสรพิษ บุคคลควร
ระมัดระวังคนเช่นนั้นเสียให้ห่างไกล. เราได้ละทิ้งข้าวน้ำ ผ้าแคว้นกาสี
และจรุณจันทน์ สตรีที่เจริญใจ ดอกไม้และเครื่องชะโลมทา ซึ่งเป็น
ส่วนกามารมณ์ทั้งปวงไปหมดแล้ว ดูกรพญาครุฑ เราขอถึงท่านเป็นสรณะ
ตลอดชีวิต.

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ (เล่ม 27)

[๒๓๘๘] ดูกรบัณฑรกนาคราช บรรดาสัตว์ทั้ง ๓ จำพวก คือ สมณะ ครุฑและ
นาค ใครหนอควรจะได้รับความติเตียนในโลกนี้ ที่จริงตัวท่านแหละควร
จะได้รับ ท่านถูกครุฑจับเพราะเหตุไร?

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ (เล่ม 27)

[๒๓๘๙] ชีเปลือยเป็นผู้มีอัตภาพที่เรายกย่องว่าเป็นสมณะ เป็นที่รักของเรา ทั้ง
เป็นผู้อันเรายกย่องด้วยใจจริง เราจึงบอกเปิดเผยความลับแก่มัน เรา
เป็นคนล่วงเลยประโยชน์ร้องไห้อยู่ดุจคนกำพร้าฉะนั้น.

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ (เล่ม 27)

[๒๓๙๐] แท้จริง สัตว์ที่จะไม่ตายไม่มีเลยในแผ่นดิน ธรรมชาติเช่นกับปัญญาไม่
ควรติเตียน คนในโลกนี้ย่อมบรรลุคุณวิเศษที่ยังไม่ได้ เพราะสัจจธรรม
ปัญญา และทมะ. มารดาบิดาเป็นยอดเยี่ยมแห่งเผ่าพันธุ์ คนที่สามชื่อ
ว่ามีความอนุเคราะห์แก่บุคคลนั้น เมื่อรังเกียจว่ามนต์จะแตก ก็ไม่ควร
บอกความลับสำคัญแม้แก่มารดาบิดานั้น. เมื่อรังเกียจว่ามนต์จะแตกก็ไม่
ควรบอกความลับสำคัญแม้แก่มารดา บิดา พี่สาว น้องสาว พี่ชาย
น้องชาย สหาย หรือพวกพ้องเลย. ถ้าภรรยาสาวพูดเพราะ ถึงพร้อม
ด้วยบุตรธิดา รูปและยศ ห้อมล้อมด้วยหมู่ญาติ พึงกล่าวอ้อนวอน
สามีให้บอกความลับ เมื่อรังเกียจว่ามนต์จะแตก ก็ไม่ควรบอกความลับ
สำคัญแม้แก่ภรรยานั้น.

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ (เล่ม 27)

[๒๓๙๑] บุคคลไม่ควรเปิดเผยความลับเลย ควรรักษาความลับนั้นไว้เหมือนรักษา
ขุมทรัพย์ไว้ฉะนั้น ความลับอันบุคคลอื่นรู้เข้า ทำให้แพร่งพรายแล้ว
ไม่ดีเลย. บัณฑิตไม่ควรบอกความลับแก่สตรี ศัตรู คนมุ่งอามิส และ
คนผู้มุ่งหมายล้วงดวงใจ. คนใดให้คนโง่เขลารู้ความลับ ถึงแม้คนโง่
เขลานั้นจะเป็นทาสของตน ก็จำต้องอดกลั้นไว้ เพราะกลัวความคิดจะ
แตก. คนมีประมาณเท่าใดรู้ความลับที่ปรึกษากันของบุรุษ คนประมาณ
เท่านั้น ย่อมขู่ให้บุรุษนั้นหวาดเสียวได้ เพราะเหตุนั้นจึงไม่ควรขยาย
ความลับ กลางวันก็ดี กลางคืนก็ดี ควรพูดเปิดเผยความลับในที่สงัด
ไม่ควรเปล่งวาจาให้ล่วงเวลา เพราะคนที่คอยแอบฟังก็จะได้ยินข้อความ
ที่ปรึกษากัน เพราะเหตุนั้น ข้อความที่ปรึกษากัน ก็จะถึงความแพร่ง
พรายทันที.

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ (เล่ม 27)

[๒๓๙๒] ผู้มีความคิดอันลี้ลับในโลกนี้ ย่อมปรากฏแก่เรา เปรียบเหมือนนครอัน
ล้วนแล้วด้วย เหล็กใหญ่โต ไม่มีประตู เจริญด้วยเรือนโรง ล้วนแต่
เหล็ก ประกอบด้วยคูอันขุดไว้โดยรอบฉะนั้น. ดูกรนาคราช ผู้มีความคิด
อันลี้ลับต้องไม่พูดแพร่งพราย มั่นคงในประโยชน์ของตน ย่อมหลีกจาก
ศัตรูเหล่านั้นแต่ไกล เหมือนหมู่มนุษย์หลีกจากอสรพิษแต่ไกลฉะนั้น.

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ (เล่ม 27)

[๒๓๙๓] อเจลกชีเปลือย ละเรือนออกบวช มีศีรษะโล้น เที่ยวไปเพราะเหตุแห่ง
อาหาร เราได้ขยายความลับแก่มันซิหนอ เราจึงเป็นผู้ปราศจากประโยชน์
และธรรม. ดูกรพญาครุฑ บุคคลผู้ละสิ่งที่ยึดถือว่าเป็นของเราแล้ว มา
ประพฤติเป็นนักบวช มีการทำอย่างไร มีศีลอย่างไร ประพฤติพรต
อย่างไร จึงจะชื่อว่าเป็นสมณะ สมณะนั้นมีการทำอย่างไร จึงจะเข้าถึง
แดนสวรรค์?

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ (เล่ม 27)

[๒๓๙๔] บุคคลผู้สละสิ่งที่ยึดถือว่าเป็นของเราแล้ว มาประพฤติเป็นนักบวช ต้อง
ประกอบด้วยความละอาย ความอดกลั้น ความฝึกตน ความอดทน
ไม่โกรธง่าย ละวาจาส่อเสียด จึงจะชื่อว่าเป็นสมณะ สมณะนั้นมีการทำ
อย่างนี้ จึงจะเข้าถึงแดนสวรรค์.

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ (เล่ม 27)

[๒๓๙๕] ข้าแต่พญาครุฑ ขอท่านจงปรากฏแก่ข้าพเจ้าเหมือนมารดาที่กกกอดลูก
อ่อนที่เกิดแต่ตน แผ่ร่างกายทุกส่วนปกป้องหรือดุจมารดาผู้เอ็นดูบุตร
ฉะนั้นเถิด.

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ (เล่ม 27)

[๒๓๙๖] ดูกรนาคราช เอาเถอะ ท่านจงพ้นจากการถูกฆ่าในวันนี้ ก็บุตรมี ๓ จำพวก
คือ ศิษย์ ๑ บุตรบุญธรรม ๑ บุตรตัว ๑ บุตรอื่นหามีไม่ ท่านยินดีจะเป็น
บุตรจำพวกไหนของเรา.