พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ (เล่ม 27)
[๒๓๖๕] ดูกรท่านพราหมณ์ ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมาร อย่าเพิ่งเข้าใจว่าเธอ
เป็นเด็ก ท่านถามสัมภวกุมารแล้ว จะพึงรู้อรรถและธรรมได้. พระจันทร์
ปราศจากมลทิน โคจรไปในอากาศย่อมสว่างไสวล่วงหมู่ดาวทั้งปวง ใน
โลกนี้ด้วยรัศมี ฉันใด. สัมภวกุมารแม้ยังเป็นเด็ก ก็ฉันนั้น ย่อม
ไพโรจน์ล่วงบัณฑิตทั้งหลาย เพราะประกอบด้วยปัญญา ท่านยังไม่ได้
ถามสัมภวกุมาร อย่าเพิ่งเข้าใจเธอว่าเป็นเด็ก ท่านถามสัมภวกุมาร
แล้วจะพึงรู้อรรถและธรรมได้. ดูกรท่านพราหมณ์ เดือนห้าในคิมหันตฤดู
ย่อมสวยงามยิ่งกว่าเดือนอื่นๆ ด้วยต้นไม้และดอกไม้ ฉันใด. สัมภวกุมาร
แม้ยังเป็นเด็ก ก็ฉันนั้น ย่อมไพโรจน์ล่วงบัณฑิตทั้งหลาย เพราะประกอบ
ด้วยปัญญา ดูกรท่านพราหมณ์ ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมาร อย่าเพิ่ง
เข้าใจเธอว่าเป็นเด็ก ท่านถามสัมภวกุมารแล้ว จะพึงรู้อรรถและธรรม
ได้ ดูกรท่านพราหมณ์ หิมวันตบรรพตชื่อว่าคันธมาทน์ ดารดาษไปด้วย
ไม้ต่างๆ พรรณ เป็นที่อยู่อาศัยแห่งทวยเทพ ย่อมสง่างามและหอม
ตลบไปทั่วทิศด้วยทิพยโอสถ ฉันใด. สัมภวกุมารแม้ยังเป็นเด็ก ก็ฉัน
นั้น ย่อมไพโรจน์ล่วงบัณฑิตทั้งหลาย เพราะประกอบด้วยปัญญา ดูกร
ท่านพราหมณ์ ท่านยังไม่ได้ถามสัมภวกุมาร อย่าเพิ่งเข้าใจเธอว่าเป็นเด็ก
ท่านถามสัมภวกุมารแล้ว จะพึงรู้อรรถและธรรมได้. ไฟป่ามีเปลวรุ่งเรือง
ไหม้ลามไปในป่า ไม่อิ่มมีแนวทางดำคุเรื่อยไปมีเปรียงเป็นอาหาร มีควัน
เป็นธง ไหม้แนวไพรสูงๆ เวลากลางคืนสว่างลุกโชนอยู่บนยอดภูเขา
ฉันใด. สัมภวกุมารแม้ยังเป็นเด็ก ก็ฉันนั้น ย่อมไพโรจน์ล่วงบัณฑิต
ทั้งหลาย เพราะประกอบด้วยปัญญา ดูกรท่านพราหมณ์ ท่านยังไม่ได้ถาม
สัมภวกุมาร อย่าเพิ่งเข้าใจเธอว่าเป็นเด็ก ท่านถามสัมภวกุมารแล้ว จะ
พึงรู้อรรถและธรรมได้. ม้าดีจะรู้ได้เพราะฝีเท้า โคพลิพัทธ์จะรู้ได้เพราะ
เข็นภาระไป แม่โคนมจะรู้ได้เพราะน้ำนมดี และบัณฑิตจะรู้ได้เมื่อเจรจา
ฉันใด. สัมภวกุมารแม้ยังเป็นเด็กก็ฉันนั้น ย่อมไพโรจน์ล่วงบัณฑิต
ทั้งหลาย เพราะประกอบด้วยปัญญา ดูกรท่านพราหมณ์ ท่านยังไม่ได้ถาม
สัมภวกุมาร อย่าเพิ่งเข้าใจว่าเธอยังเป็นเด็ก ท่านถามสัมภวกุมารแล้ว
จะพึงรู้อรรถและธรรมได้.