[๔๗๗] ข้าพระบาทเป็นทูตของพระยากาทั้งสองนั้น ถูกนายใช้ให้มาจึงได้เป็นผู้มา
ในที่นี้ ข้าพระบาทจะกระทำความจงรักต่อเจ้านาย จึงได้จิกจมูกของคน
เชิญเครื่องให้เป็นแผล.
จบ สุปัตตชาดกที่ ๒.
๓. กายนิพพินทชาดก
ว่าด้วยความเบื่อหน่ายร่างกาย
[๔๗๗] ข้าพระบาทเป็นทูตของพระยากาทั้งสองนั้น ถูกนายใช้ให้มาจึงได้เป็นผู้มา
ในที่นี้ ข้าพระบาทจะกระทำความจงรักต่อเจ้านาย จึงได้จิกจมูกของคน
เชิญเครื่องให้เป็นแผล.
จบ สุปัตตชาดกที่ ๒.
๓. กายนิพพินทชาดก
ว่าด้วยความเบื่อหน่ายร่างกาย
[๔๗๘] เมื่อเราถูกโรคอย่างหนึ่งถูกต้อง ได้เสวยทุกขเวทนาอย่างสาหัส อัน
ทุกข์เวทนาเบียดเบียนอยู่ ร่างกายนี้ก็ซูบผอมลงอย่างรวดเร็ว ดุจดอกไม้
ที่ทิ้งตากแดดไว้ที่ทราย ฉะนั้น.
[๔๗๙] รูปร่างอันไม่น่าพอใจถึงการนับว่า น่าพอใจ ที่ไม่สะอาดสมมติว่า เป็น
ของสะอาด เต็มด้วยซากศพต่างๆ ปรากฏแก่คนพาลผู้ไม่พิจารณาเห็นว่า
เป็นของน่าพอใจ.
[๔๘๐] น่าติเตียนกายอันเปื่อยเน่า กระสับกระส่าย น่าเกลียด ไม่สะอาด มี
ความป่วยไข้เป็นธรรมดา เป็นที่ๆ หมู่สัตว์ผู้ประมาทหมกมุ่นอยู่ ย่อม
ยังหนทางเพื่อความเข้าถึงสุคติให้เสื่อมไป.
จบ กายนิพพินทชาดกที่ ๓.
๔. ชัมพุขาทกชาดก
ว่าด้วยการสรรเสริญกันและกัน
[๔๘๑] ใครนี่ มีเสียงอันไพเราะเพราะพริ้ง อุดมกว่าสัตว์ผู้ที่มีเสียงเพราะทั้งหลาย
จับอยู่ที่กิ่งชมพู่ ส่งเสียงร้องไพเราะดุจลูกนกยูง ฉะนั้น.
[๔๘๒] กุลบุตรย่อมรู้จักสรรเสริญกุลบุตร ดูกรสหายผู้มีผิวพรรณคล้ายกับลูก
เสือโคร่ง เชิญท่านบริโภคเถิด เรายอมให้แก่ท่าน.
[๔๘๓] ดูกรบุคคลผู้สรรเสริญกันและกัน เราได้เห็นคนพูดมุสา คือ กาผู้เคี้ยว
กินของที่คนอื่นคายแล้ว และสุนัขจิ้งจอกผู้กินซากศพ มาประชุมกัน
นานมาแล้ว.
จบ ชัมพุขาทกชาดกที่ ๔.
๕. อันตชาดก
ว่าด้วยที่สุด ๓ ประเภท
[๔๘๔] ข้าแต่พระยาเนื้อ ร่างกายของท่านเหมือนของโคอุสุภราช ความองอาจ
ของท่านเหมือนของสีหราช ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่ท่าน ทำอย่างไร
ข้าพเจ้าจึงจักได้อาหารสักหน่อย?
[๔๘๕] กุลบุตรย่อมรู้จักสรรเสริญกุลบุตร ดูกรกาผู้มีสร้อยคองามดุจนกยูง
เชิญท่านลงจากต้นละหุ่งมากินเนื้อให้สบายเถิด.
[๔๘๖] บรรดามฤคชาติทั้งหลาย สุนัขจิ้งจอกเป็นเลวที่สุด บรรดาปักษีทั้งหลาย
กาเป็นเลวที่สุด บรรดารุกขชาติทั้งหลาย ต้นละหุ่งเป็นเลวที่สุด ที่สุด ๓
ประเภทมารวมกันเอง.
จบ อันตชาดกที่ ๕.
๖. สมุททชาดก
ว่าด้วยสมุทรสาคร