พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา (เล่ม 26)

[๔๕๒] เราอึดอัดเพราะความโศกถึงบุตร มีจิตฟุ้งซ่าน ไม่มีความรู้สึก เปลือย
กายและสยายผมร้องไห้เที่ยวไปในที่ต่างๆ เราได้เที่ยวไปในถนน กอง
หยากเยื่อ ในป่าช้า ในตรอกใหญ่ และตรอกน้อย อดๆ อยากๆ
ตลอด ๓ ปี ภายหลังได้พบพระสุคตผู้ฝึกบุคคลที่ยังไม่ได้ฝึกตน ตรัสรู้
ด้วยพระองค์เอง หาภัยมิได้ กำลังเสด็จไปสู่พระนครมิถิลา กลับได้สติ
แล้วเข้าไปถวายบังคม พระองค์ได้ทรงแสดงธรรมแก่เรา ด้วยความ
อนุเคราะห์ เราฟังธรรมของพระองค์แล้ว ออกบวชเป็นบรรพชิต
เพียรพยายามในคำสอนของพระองค์ ได้ทำให้แจ้งซึ่งธรรมอันปลอดโปร่ง
เราตัดความโศกทั้งปวงได้แล้ว ละความโศกอันมีอรหัตผลเป็นที่สุดได้
แล้ว เพราะเรากำหนดรู้ที่ตั้งและเหตุเกิดแห่งความโศกทั้งหลาย.
๓. เขมาเถรีคาถา
สุภาษิตโต้มาร
มารกล่าวว่า

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา (เล่ม 26)

[๔๕๓] ดูกรนางเขมา เธอกำลังเป็นสาว มีรูปงาม แม้เราก็ยังเป็นหนุ่มรุ่นๆ
จงมารื่นรมย์ด้วยดนตรีเครื่อง ๕ ด้วยกันเถิด.
พระเขมาเถรีกล่าวว่า
เราอึดอัดระอาด้วยกายอันเปื่อยเน่ากระสับกระส่าย มีความแตกพังไป
เป็นธรรมดานี้อยู่ เราถอนกามตัณหาขึ้นได้แล้ว กามทั้งหลาย มีอุปมา
ด้วยหอกและหลาว ครอบงำขันธ์ทั้งหลายไว้ บัดนี้ ความยินดีในกามที่
ท่านพูดถึงไม่มีแก่เราแล้ว เรากำจัดความเพลิดเพลิน ในสิ่งทั้งปวงแล้ว
ทำลายกองแห่งความมืดแล้ว ดูกรมารในบาป ท่านจงรู้อย่างนี้ ดูกรมาร
ตัวท่านเรากำจัดแล้ว คนพาลไม่รู้ตามความเป็นจริง พากันไหว้ดาว
นักษัตร์ บูชาไฟอยู่ในป่า ย่อมสำคัญว่าเป็นความบริสุทธิ์ ส่วนเราแล
ไหว้แต่พระสัมพุทธเจ้าผู้เป็นอุดมบุรุษ จึงพ้นแล้วจากทุกข์ทั้งปวง เป็น
ผู้ทำตามคำสั่งสอนของพระศาสดา.
๔. สุชาตาเถรีคาถา
สุภาษิต ชี้ผลการฟังธรรม

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา (เล่ม 26)

[๔๕๔] เมื่อเราเป็นฆราวาส ได้ตกแต่งร่างกาย นุ่งห่มผ้าอันงาม ทัดทรงดอกไม้
ลูบไล้ด้วยจุรณจันทน์ ปกคลุมด้วยอาภรณ์ทั้งปวง ห้อมล้อมด้วยหมู่นาง
ทาสี ให้หมู่นางทาสีถือเอาข้าวน้ำ ของเคี้ยว ของบริโภคไม่น้อย
ออกจากเรือนไปสู่อุทยาน รื่นรมย์ชมเชยเล่นอยู่ในสวนนั้นแล้ว มาสู่
เรือนของตน เข้าสู่ทักขีวิหาร ในป่าอัญชนวันใกล้เมืองสาเกต ได้พบ
พระพุทธเจ้าผู้เป็นแสงสว่างของโลกแล้ว เข้าไปถวายบังคม พระองค์
ผู้มีพระจักษุได้ทรงแสดงธรรมแก่เราด้วยความทรงอนุเคราะห์ และเรา
ได้ฟังพระธรรมของพระองค์ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่แล้ว ได้ตรัสรู้ของ
จริง ได้บรรลุอมตธรรมอันปราศจากธุลีในที่นั้นนั่นเอง เราได้รู้แจ้ง
พระสัทธรรมแล้ว ได้บรรพชาในพระธรรมวินัย ได้บรรลุวิชชา ๓ แล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าไม่เปล่าจากประโยชน์.
๕. อโนปมาเถรีคาถา
สุภาษิตชี้ผลการฟังธรรม

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา (เล่ม 26)

[๔๕๕] เราเกิดแล้วในสกุลสูง อันมีเครื่องปลื้มใจมาก มีทรัพย์มากสมบูรณ์ด้วย
ผิวพรรณสัณฐาน เป็นธิดาของเมฆีเศรษฐี เป็นผู้อันพระราชบุตรปรารถนา
พวกเศรษฐีบุตรพากันมุ่งหวัง อิสรชนมีพระราชบุตรเป็นต้น พากันส่งทูต
ไปขอกะบิดาของเราว่า ขอจงให้นางอโนปมาแก่เรา นางอโนปมาธิดา
ของท่านนั้นมีน้ำหนักเท่าใด เราจักให้เงินและทองมีน้ำหนัก ๘ เท่าของ
น้ำหนักนั้น เรานั้นได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุดในโลกไม่มีผู้อื่น
ยิ่งไปกว่า ได้ถวายบังคมพระยุคลบาทของพระองค์แล้ว เข้าไปนั่ง ณ ที่
ควรส่วนข้างหนึ่ง พระองค์ได้ทรงแสดงธรรมแก่เราด้วยความทรง
อนุเคราะห์ เรานั่งอยู่ที่อาสนะนั้นบรรลุผลที่ ๓ ครั้นแล้ว ได้โกนผม
ออกบวชในพระธรรมวินัย ตั้งแต่ตัณหาอันเราให้เหือดแห้งแล้ว ถึงวันนี้
เป็นวันที่ ๗.
๖. มหาปชาบดีโคตมีเถรีคาถา
สุภาษิตสรรเสริญพระพุทธองค์

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา (เล่ม 26)

[๔๕๖] ข้าแต่พระพุทธเจ้าผู้แกล้วกล้า ผู้สูงสุดกว่าสัตว์ทั้งปวง หม่อมฉันขอ
นอบน้อมแด่พระองค์ ซึ่งทรงช่วยปลดเปลื้องหม่อมฉัน และชนอื่นเป็นอัน
มากให้พ้นจากทุกข์ หม่อมฉันกำหนดรู้ทุกข์ทั้งปวงแล้ว เผาตัณหาอัน
เป็นเหตุแห่งทุกข์ให้เหือดแห้งแล้ว ได้เจริญมรรคอันประกอบด้วยองค์
๘ แล้ว ได้บรรลุนิโรธแล้ว ชนทั้งหลายเป็นมารดา เป็นบุตร เป็นธิดา
เป็นพี่ชายน้องชาย เป็นปู่ย่าตายายกันในชาติก่อน หม่อมฉันไม่รู้ตาม
ความเป็นจริง ไม่ประสบอริยสัจ ๔ จึงได้ท่องเที่ยวไปในภพน้อยใหญ่
ก็หม่อมฉันได้เห็นพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นแล้ว อัตภาพนี้มีในที่สุด
ชาติสงสารสิ้นไปแล้ว บัดนี้ ภพใหม่มิได้มี ขอพระองค์ทรงทอดพระ
เนตรพระสาวกทั้งหลายผู้ปรารภความเพียร มีใจเด็ดเดี่ยวมีความบากบั่น
มั่นคงเป็นนิตย์ มีความพร้อมเพรียงกัน การกระทำโลกุตตรธรรมให้
ประจักษ์แก่ตนอย่างนี้ เป็นการถวายบังคมต่อพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
พระนางเจ้ามหามายาเทวีได้ประสูติพระโคดมมา เพื่อประโยชน์แก่ชน
เป็นอันมากหนอ เพราะพระองค์ได้บรรเทากองทุกข์ของชนทั้งหลาย
ผู้อันพยาธิและมรณะทิ่มแทงแล้ว.
๗. คุตตาเถรีคาถา
พระพุทธโอวาทเตือนนางคุตตาเถรี
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา (เล่ม 26)

[๔๕๗] ดูกรนางคุตตา การที่ท่านละบุตร หมู่ญาติและกองแห่งโภคะอันเป็นที่รัก
แล้ว ออกบวชเพื่อประโยชน์แก่นิพพานใด ท่านจงพอกพูนนิพพานนั้น
เนืองๆ เถิด ท่านอย่าตกอยู่ในอำนาจของจิต สัตว์ทั้งหลายผู้ไม่รู้แจ้ง
ถูกจิตหลอกลวงแล้ว ยินดีในสิ่งอันเป็นวิสัยของมาร ย่อมพากัน
ท่องเที่ยวไปสู่ชาติสงสารมิใช่น้อย ดูกรนางภิกษุณี ท่านจงละขาดซึ่ง
สังโยชน์อันเป็นส่วนเบื้องต่ำเหล่านี้ คือกามฉันทะ ๑ พยาบาท ๑ สัก
กายทิฏฐิ ๑ วิจิกิจฉา ๑ สีลัพพตปรามาสอันเป็นข้อที่ห้า ๑ แล้วอย่ากลับ
มาสู่กามภพอีก ท่านจงละเว้นราคะ มานะ อวิชชา อุทธัจจะ และตัด
สังโยชน์ทั้งหลายแล้ว จักทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ ท่านยังชาติสงสารให้
สิ้นไปแล้ว กำหนดรู้ภพใหม่ หมดความทะยานอยาก จักเป็นผู้สงบ
ระงับ เที่ยวไปในปัจจุบัน.
๘. วิชยาเถรีคาถา
สุภาษิตชี้ผลการฟังธรรม

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา (เล่ม 26)

[๔๕๘] เรายังจิตให้อยู่ในอำนาจไม่ได้ จึงไม่ได้ความสงบใจ ออกจากที่อยู่ไป
ภายนอก ๔-๕ ครั้ง ภายหลังเข้าไปหาพระเขมาภิกษุณีไต่ถามโดยเคารพ
ท่านได้แสดงธรรม คือ ธาตุ อายตนะ อริยสัจ ๔ อินทรีย์ พละ โพชฌงค์
และอัฏฐังคิกมรรค แก่เรา เพื่อการบรรลุประโยชน์อันสูงสุด เราได้
ฟังคำของท่านแล้ว กระทำตามคำพร่ำสอน ในปฐมยามแห่งราตรีนั้น
ก็ระลึกถึงชาติก่อนได้ ในมัชฌิมยามแห่งราตรี เราชำระทิพยจักษุให้
หมดจด ในปัจฉิมยามแห่งราตรี เราทำลายกองแห่งความมืดได้ ก็ใน
กาลนั้น เรามีความสุขอันเกิดแต่ปีติแผ่ไปทั่วกายอยู่ ในวันที่ครบ ๗
เราทำลายกองแห่งความมืดได้แล้ว จึงเหยียดเท้าออก.
จบ ฉักกนิบาต.
_________________
เถรีคาถา สัตตกนิบาต
ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในสัตตกนิบาต
๑. อุตตราเถรีคาถา
คาถาสุภาษิตของนางอุตตราเถรี
พระปฏาจาราเถรีกล่าวว่า

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา (เล่ม 26)

[๔๕๙] มาณพทั้งหลายพากันถือสากซ้อมข้าวอยู่ ย่อมหาทรัพย์มาเลี้ยงดูบุตร
ภรรยาฉันใด ท่านทั้งหลายก็ฉันนั้น จงบำเพ็ญเพียรในคำสั่งสอนของ
พระพุทธเจ้า ที่เป็นเหตุให้ผู้ทำไม่เดือดร้อนในภายหลัง ท่านทั้งหลาย
จงรีบล้างเท้าแล้วนั่ง ณ ที่ควรข้างหนึ่ง จงเข้าไปตั้งจิตไว้ให้มีอารมณ์
เดียวตั้งมั่นด้วยดีแล้ว พิจารณาสังขารทั้งหลายโดยความเป็นของแปร
ปรวน และโดยความเป็นของไม่ใช่ตน.
พระอุตตราเถรีกล่าวว่า
เราได้ฟังคำพร่ำสอนของพระปฏาจาราเถรีนั้นแล้ว ล้างเท้าเข้าไปนั่ง ณ
ที่ควรแห่งหนึ่ง ในปฐมยามแห่งราตรี เราก็ระลึกชาติก่อนได้ ในมัชฌิม
ยามแห่งราตรี ได้ชำระทิพยจักษุให้หมดจด ในปัจฉิมยามแห่งราตรี
ได้ทำลายกองแห่งความมืดได้แล้ว เราได้บรรลุวิชชา ๓ จึงลุกจากอาสนะ
ในภายหลังเราได้ทำตามคำพร่ำสอนของท่านแล้ว ดิฉันเป็นผู้มีวิชชา ๓
ไม่มีอาสวะ จักห้อมล้อมท่านอยู่ ดุจเทวดาชาวดาวดึงส์ พากันห้อมล้อม
ท้าวสักกะผู้ชนะสงครามมาแล้ว ฉะนั้น.
๒. จาลาเถรีคาถา
คาถาสุภาษิตของนางจาลาเถรี
พระจาลาเถรีกล่าว

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา (เล่ม 26)

[๔๖๐] เราเป็นภิกษุณีผู้มีอินทรีย์อันเจริญแล้ว เข้าไปตั้งสติไว้มั่น ได้แทงตลอด
สันตบทอันเป็นเครื่องเข้าไประงับสังขารเป็นสุข.
มารกล่าวว่า
ท่านเป็นผู้มีศีรษะโล้น ปรากฏเหมือนสมณะ เจาะจงใครหนอ ท่านไม่
ชอบใจในลัทธิเดียรถีย์แล้ว ยังจักมาหลงประพฤติทางผิดนี้อยู่ทำไม.
พระจาลาเถรีกล่าวว่า
เดียรถีย์เหล่าใด ผู้มีลัทธิเป็นภายนอกจากศาสนานี้ เป็นผู้เข้าไปอาศัย
ทิฏฐิทั้งหลาย เดียรถีย์เหล่านั้นย่อมไม่รู้แจ้งธรรม ไม่เป็นผู้ฉลาดในธรรม
ส่วนพระพุทธเจ้าผู้เสด็จอุบัติในสกุลศากยะ ไม่มีผู้ใดเปรียบปาน พระ
องค์ได้ทรงแสดงธรรมอันเป็นอุบายล่วงเสียซึ่งทิฏฐิทั้งหลาย คือ ทุกข์
เหตุให้เกิดทุกข์ ความดับทุกข์และอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เป็น
ทางดำเนินให้ถึงความดับทุกข์แก่เรา เราได้ฟังคำสั่งสอนของพระองค์
แล้วยินดีอยู่ในพระศาสนา เราได้บรรลุวิชชา ๓ แล้ว คำสั่งสอนของ
พระพุทธเจ้าได้ทำเสร็จแล้ว เรากำจัดความเพลิดเพลินในสิ่งทั้งปวงได้
แล้ว ทำลายกองแห่งความมืดแล้ว ดูกรมารผู้ใจบาป ท่านจงรู้อย่างนี้เถิด
ตัวท่านเรากำจัดได้แล้ว.
๓. อุปจาลาเถรีคาถา
คาถาสุภาษิตของนางอุปจาลาเถรี
พระอุปจาลาเถรีกล่าวว่า

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถระ-เถรีคาถา (เล่ม 26)

[๔๖๑] เราเป็นภิกษุณีผู้มีสติ มีจักษุ มีอินทรีย์อันอบรมแล้ว แทงตลอดสันตบท
อันอุดมบุรุษเสพแล้ว.
มารกล่าวว่า
เหตุไฉนหนอท่านจึงไม่ชอบความเกิด เพราะธรรมดาผู้เกิดย่อมบริโภค
กามทั้งหลาย เชิญท่านบริโภคความยินดีในกามทั้งหลายเถิด อย่าได้เป็น
ผู้มีความเดือดร้อนในภายหลังเลย
พระอุปจาลาเถรีกล่าวว่า
เพราะความตายย่อมมีแก่ผู้เกิด ไม่มีแก่ผู้ไม่เกิด การถูกตัดมือและเท้า
การถูกฆ่าและถูกจองจำย่อมมีแก่ผู้เกิด ไม่มีแก่ผู้ไม่เกิด ผู้เกิดแล้วย่อม
ได้ประสบทุกข์ ผู้ไม่เกิดย่อมไม่ประสบ พระสัมพุทธเจ้าผู้เสด็จอุบัติใน
สกุลศากยะ ไม่มีผู้ใดเปรียบปาน พระองค์ได้ทรงแสดงธรรมอันเป็น
อุบายล่วงเสียซึ่งทิฏฐิทั้งหลาย คือ ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ความดับ
ทุกข์ อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เป็นทางดำเนินให้ถึงความ
ดับทุกข์แก่เรา เราได้ฟังคำสั่งสอนของพระองค์แล้ว ยินดีอยู่ในพระ
ศาสนา เราได้บรรลุวิชชา ๓ แล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเราได้ทำ
เสร็จแล้ว เรากำจัดความเพลิดเพลินในสิ่งทั้งปวงได้แล้ว ทำลาย
กองแห่งความมืดแล้ว ดูกรมารผู้ใจบาป ท่านจงรู้อย่างนี้เถิด ตัวท่าน
เรากำจัดได้แล้ว.
จบ สัตตกนิบาต.
__________________
เถรีคาถา อัฏฐกนิบาต
ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในอัฏฐกนิบาต
๑. สีสุปจาลาเถรีคาถา
คาถาสุภาษิตของนางสีสุปจาลาเถรี
พระสีสุปจาลาเถรีกล่าวว่า