[๒๔๒] เราเกิดความกระสันขึ้นในที่ใด เราย่อมไม่อยู่ในที่นั้น แม้เราจะยินดี
อย่างนั้น ก็พึงหลีกไปเสีย แต่เราเห็นว่า การอยู่ในที่ใดจะไม่มีความ
เสื่อมเสีย เราก็พึงอยู่ในที่นั้น.
๖. สุเหมันตเถรคาถา
สุภาษิตชี้ลักษณะคนโง่และคนฉลาด
[๒๔๒] เราเกิดความกระสันขึ้นในที่ใด เราย่อมไม่อยู่ในที่นั้น แม้เราจะยินดี
อย่างนั้น ก็พึงหลีกไปเสีย แต่เราเห็นว่า การอยู่ในที่ใดจะไม่มีความ
เสื่อมเสีย เราก็พึงอยู่ในที่นั้น.
๖. สุเหมันตเถรคาถา
สุภาษิตชี้ลักษณะคนโง่และคนฉลาด
[๒๔๓] คนโง่เขลา มักเห็นเนื้อความอันมีความหมายตั้งร้อย ทรงไว้ซึ่งลักษณะ
ตั้งร้อย ว่ามีความหมายและลักษณะเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนคนฉลาด
ย่อมเห็นได้ตั้งร้อยอย่าง.
๗. ธรรมสังวรเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการบวช
[๒๔๔] เราได้พิจารณาแล้ว จึงออกบวชเป็นบรรพชิต เราได้บรรลุวิชชา ๓ แล้ว
บำเพ็ญกิจในพระพุทธศาสนาเสร็จแล้ว.
๘. ธรรมสฏปิตุเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการบวชเมื่อแก่
[๒๔๕] เรามีอายุ ๑๒๐ ปี จึงออกบวชเป็นบรรพชิต ได้บรรลุวิชชา ๓ แล้ว
บำเพ็ญกิจในพระพุทธศาสนาเสร็จแล้ว.
๙. สังฆรักขิตเถรคาถา
สุภาษิตชี้โทษการไม่สังวร
[๒๔๖] ภิกษุผู้อยู่ในที่สงัดนี้ เห็นจะไม่คำนึงถึงคำสอนของพระศาสดา ผู้ทรง
อนุเคราะห์สัตว์โลกด้วยประโยชน์อย่างเยี่ยมเป็นแน่ จึงไม่สำรวมอินทรีย์
เหมือนแม่เนื้อลูกอ่อนในป่าฉะนั้น.
๑๐. อุสภเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับอบรมจิต
[๒๔๗] พฤกษชาติทั้งหลายบนยอดเขา ที่ถูกน้ำฝนใหม่ตกรดแล้วย่อมงอกงาม
จิตอันควรแก่ภาวนา ย่อมเกิดทวีขึ้นแก่เรา ผู้ชื่อว่าอุสภะ ผู้ใคร่ต่อวิเวก
มีความสำคัญไปแล้วในป่า
_______________________________
ในวรรคนี้รวมพระเถระได้ ๑๐ องค์ คือ
๑. พระเพลัฏฐกานิเถระ ๒. พระเสตุจฉเถระ
๓. พระพันธุรเถระ ๔. พระขิตกเถระ
๕. พระมลิตวัมภเถระ ๖. พระสุเหมันตเถระ
๗. พระธรรมสังวรเถระ ๘. พระธรรมสฏปิตุเถระ
๙. พระสังฆรักขิตเถระ ๑๐. พระอุสภเถระ.
จบ วรรคที่ ๑๑
____________________________
เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๑๒
ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในเอกกนิบาต วรรคที่ ๑๒
๑. เชนตเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับความยาก
[๒๔๘] การบวชกระทำได้ยากแท้ การอยู่ครองเรือนก็ยากแท้ ธรรมเป็นของลึก
การหาทรัพย์เป็นของยาก การเลี้ยงชีพของเราด้วยปัจจัย ๔ ตามมีตามได้
ก็เป็นของยาก ควรคิดถึงอนิจจตาเนืองๆ.
๒. วัจฉโคตตเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับฉลาดในอุบาย
[๒๔๙] เราเป็นผู้ได้ไตรวิชชา มักเพ่งธรรมอันประณีต ฉลาดในอุบายสงบใจ
ได้บรรลุประโยชน์ของตน เสร็จกิจพระพุทธศาสนาแล้ว.
๓. วนวัจฉเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการอยู่ป่า
[๒๕๐] ภูเขากว้างใหญ่ มีน้ำใสสะอาด เกลื่อนกล่นไปด้วยลิงและค่าง ดาดดื่นไป
ด้วยน้ำและสาหร่าย ย่อมทำใจของเราให้รื่นรมย์.
๔. อธิมุตตเถรคาถา
สุภาษิตชี้โทษความเกียจคร้าน
[๒๕๑] เมื่อชีวิตจะสิ้นไป ความเป็นสมณะที่ดีจักมีแก่ภิกษุผู้เกียจคร้าน ผู้ติดอยู่
ในความสุขในร่างกายแต่ที่ไหน.
๕. มหานามเถรคาถา
สุภาษิตเตือนตน