[๒๒๒] ผู้ฉลาดในการถือเอา ซึ่งนิมิตแห่งภาวนาจิตเสวยรสแห่งวิเวก เพ่งฌาน
ฉลาดในการรักษากัมมัฏฐาน มีสติตั้งมั่น พึงบรรลุนิรามิสสุขอย่าง
แน่นอน.
๖. นาคิตเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับทางไปนิพพาน
[๒๒๒] ผู้ฉลาดในการถือเอา ซึ่งนิมิตแห่งภาวนาจิตเสวยรสแห่งวิเวก เพ่งฌาน
ฉลาดในการรักษากัมมัฏฐาน มีสติตั้งมั่น พึงบรรลุนิรามิสสุขอย่าง
แน่นอน.
๖. นาคิตเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับทางไปนิพพาน
[๒๒๓] ในลัทธิแห่งเดียรถีร์ภายนอกพระศาสนานี้ ย่อมไม่มีทางไปสู่นิพพาน
เหมือนอริยอัฏฐังคิกมรรคนี้เลย พระผู้มีพระภาคผู้เป็นบรมครู ทรงพร่ำ
สอนภิกษุสงฆ์ด้วยพระองค์เอง เหมือนดังทรงแสดงผลมะขามป้อมในฝ่า
พระหัตถ์ ฉะนั้น.
๗. ปวิฏฐเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการเห็นเบญจขันธ์
[๒๒๔] เราเห็นเบญจขันธ์ตามความจริงได้แล้ว ทำลายภพทั้งปวงได้แล้ว ชาติ
สงสารสิ้นแล้ว บัดนี้ ภพใหม่ไม่มี.
๘. อัชชุนคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการยกคนพ้นกิเลส
[๒๒๕] เราอาจยกตนจากน้ำ คือ กิเลส ขึ้นบนบกคือนิพพานได้ เหมือนคนที่ถูก
ห้วงน้ำใหญ่พัดไปแล้ว ยกตนขึ้นจากน้ำฉะนั้น เราแทงตลอดสัจจะ
ทั้งหลายแล้ว.
๙. เทวสภเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการพ้นกิเลส
[๒๒๖] กามราคะเพียงดังเปือกต้ม และฉันทราคะเพียงดังหล่ม เราข้ามพ้นแล้ว
เราเว้นทิฏฐิราคะเพียงดังบาดาลแล้ว เราพ้นจากโอฆะและกิเลสเครื่อง
ร้อยกรอง ทั้งกำจัดมานะหมดสิ้นแล้ว.
๑๐. สามิทัตตเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการรู้เห็นเบญจขันธ์
[๒๒๗] เบญจขันธ์เรากำหนดรู้แล้ว ตัดรากขาดแล้ว ตั้งอยู่ ชาติสงสารสิ้นแล้ว
บัดนี้ ภพใหม่ไม่มี.
_____________________________________
ในวรรคนี้รวมพระเถระได้ ๑๐ องค์ คือ
๑. พระสมิติคุตตเถระ ๒. พระกัสสปเถระ
๓. พระสีหเถระ ๔. พระนีตเถระ
๕. พระสุนาคเถระ ๖. พระนาคิตเถระ
๗. พระปวิฏฐเถระ ๘. พระอัชชุนเถระ
๙. พระเทวสภเถระ ๑๐. พระสามิทัตตเถระ.
จบ วรรคที่ ๙
_______________________________________
เถรคาถา เอกกนิบาต วรรคที่ ๑๐
ว่าด้วยคาถาสุภาษิต ในเอกกนิบาต วรรคที่ ๑๐
๑. ปริปุณณกเถรคาถา
สุภาษิตสรรเสริญรสพระธรรม
[๒๒๘] สุธาโภชน์มีรสตั้งร้อย ที่เราบริโภคในวันนี้ ก็ไม่เหมือนอมตะที่เราได้
บริโภค พระธรรมที่พระพุทธเจ้าผู้โคดม ทรงเห็นซึ่งธรรมหาประมาณมิได้
ทรงแสดงไว้แล้ว.
๒. วิชยเถรคาถา
สุภาษิตสรรเสริญผู้สิ้นอาสวะ
[๒๒๙] ผู้ใดมีอาสวะสิ้นแล้ว ไม่ติดอยู่ในอาหารมีสุญญตวิโมกข์และอนิมิตต
วิโมกข์เป็นโคจร รอยเท้าของผู้นั้นรู้ได้ยาก เหมือนรอยเท้าของฝูงนก
ในอากาศ ฉะนั้น.
๓. เอรกเถรคาถา
สุภาษิตว่าด้วยโทษของกาม
[๒๓๐] ดูกรเอรกะ กามเป็นทุกข์ กามไม่เป็นสุขเลย ผู้ใดใคร่กามผู้นั้นชื่อว่า
ใคร่ทุกข์ ผู้ใดไม่ใคร่กาม ผู้นั้นชื่อว่าไม่ใคร่ทุกข์.
๔. เมตตชิเถรคาถา
สุภาษิตสรรเสริญพระพุทธองค์
[๒๓๑] ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคศากยบุตร ผู้มีพระศิริพระองค์นั้น พระองค์
ผู้ถึงแล้วซึ่งธรรมอันสูงสุด ได้ทรงแสดงอัครธรรมนี้ด้วยดี.
๕. จักขุปาลเถรคาถา
สุภาษิตเกี่ยวกับการไม่คบคนชั่ว