[๒๔๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว สงครามระหว่างเทวดากับอสูรได้ประชิดกัน
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในสงครามครั้งนั้น พวกอสูรชนะ พวกเทวดาแพ้ และพวกเทวดาที่
แพ้ได้พากันหนีไป พวกอสูรลุกไล่ติดตามมุ่งไปทางทิศอุดร ครั้งนั้นแล พวกเทวดาได้มีความคิด
อย่างนี้ว่า พวกอสูรลุกไล่ติดตามมาจำเราจะทำสงครามกับพวกอสูรครั้งที่ ๒ อีก ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้ครั้งที่ ๒ พวกเทวดาก็ทำสงครามกับพวกอสูรอีก พวกอสูรชนะ
พวกเทวดาแพ้ และพวกเทวดาที่แพ้ได้พากันหนีไป พวกอสูรลุกไล่ติดตามมุ่งไปทางทิศอุดร
ครั้งนั้นแล พวกเทวดาได้มีความคิดอย่างนี้ว่า พวกอสูรลุกไล่ติดตามมา จำเราจะทำสงครามกับพวก
อสูรครั้งที่ ๓ อีก ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้ครั้งที่ ๓ พวกเทวดาทำสงครามกับพวกอสูรอีก พวกอสูรชนะ
พวกเทวดาแพ้ และพวกเทวดาที่แพ้กลัวพากันหนีเข้าไปในเทพบุรีก็แหละพวกเทวดาที่หนีเข้า
ไปเทพบุรี ได้มีความคิดอย่างนี้ว่า บัดนี้ พวกเรามีตนได้ที่พึ่งแล้ว พวกอสูรจะทำอะไรเราไม่ได้
แม้พวกอสูรก็มีความคิดอย่างนี้ว่าบัดนี้ พวกเทวดามีตนได้ที่พึ่งแล้ว พวกเราจะทำอะไรไม่ได้ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว สงครามระหว่างเทวดากับอสูรได้ประชิดกัน ดูกร
ภิกษุทั้งหลาย ก็ในสงครามครั้งนั้น พวกเทวดาชนะ พวกอสูรแพ้ และพวกอสูรที่แพ้ได้กัน
หนีไป พวกเทวดาลุกไล่ติดตามมุ่งไปทางทิศทักษิณครั้งนั้นแล พวกอสูรได้มีความคิดอย่างนี้ว่า
พวกเทวดาลุกไล่ติดตามมา จำเราจะทำสงครามกับพวกเทวดาแม้ครั้งที่ ๒ อีก ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้ครั้งที่ ๒ พวกอสูรก็ทำความกับพวกเทวดาอีก พวกเทวดาชนะ
พวกอสูรแพ้ และพวกอสูรที่แพ้ได้พากันหนีไป พวกเทวดาลุกไล่ติดตามมุ่งไปทางทิศทักษิณ
ครั้งนั้นแล พวกอสูรได้มีความคิดอย่างนี้ว่าพวกเทวดาลุกไล่ติดตามมา จำเราจะทำสงครามกับ
พวกเทวดาแม้ครั้งที่ ๓ อีก ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้ครั้งที่ ๓ พวกอสูรก็ทำสงครามกับพวกเทวดาอีกพวกเทวดาก็ชนะ
พวกอสูรแพ้ และพวกอสูรที่แพ้ได้พากันหนีเข้าไปยังอสูรบุรีก็แหละพวกอสูรที่พากันหนีเข้าไป
ในอสูรบุรี ได้มีความคิดอย่างนี้ว่า บัดนี้ พวกเรามีตนได้ที่พึ่งแล้ว พวกเทวดาจะทำอะไรเราไม่ได้
แม้พวกเทวดาก็มีความคิดอย่างนี้ว่า บัดนี้ พวกอสูรมีตนเป็นที่พึ่งแล้ว พวกเราทำอะไรไม่ได้ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล สมัยใด ภิกษุสงัดจากกาม …บรรลุปฐมฌาน …
สมัยนั้น ภิกษุมีความคิดอย่างนี้ว่า บัดนี้ เรามีตนได้ที่พึ่งแล้วมารจะทำอะไรเราไม่ได้ ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย แม้มารผู้ลามกก็มีความคิดอย่างนี้ว่าบัดนี้ ภิกษุมีตนได้ที่พึ่งแล้ว เราจะทำอะไรไม่ได้ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมัยใด ภิกษุบรรลุทุติยฌาน ฯลฯ บรรลุตติยฌาน ฯลฯบรรลุ
จตุตถฌาน ฯลฯ สมัยนั้น ภิกษุมีความคิดอย่างนี้ว่า บัดนี้ เรามีตนได้ที่พึ่งแล้ว มารจะทำอะไร
เราไม่ได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้มารผู้ลามกก็มีความคิดอย่างนี้ว่า บัดนี้ ภิกษุมีตนได้ที่พึ่งแล้ว
เราจะทำอะไรไม่ได้ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมัยใด ภิกษุ เพราะล่วงรูปสัญญาโดยประการทั้งปวง บรรลุอากาสา
นัญจายตนฌาน … สมัยนั้น ภิกษุ นี้เรียกว่า ได้ทำมารให้เป็นที่สุดให้ติดตามไม่ได้ ปิดตา
มารสนิท มารมองไม่เห็น ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมัยใด ภิกษุ เพราะล่วงอากาสานัญจายตนฌานโดยประการทั้งปวง
บรรลุวิญญาณัญจายตนฌาน ฯลฯ บรรลุอากิญจัญญายตนฌาน ฯลฯบรรลุเนวสัญญานาสัญญายตน
ฌาน ฯลฯ บรรลุสัญญาเวทยิตนิโรธ อาสวะของเธอสิ้นรอบแล้วเพราะเห็นด้วยปัญญา สมัยนั้น
ภิกษุนี้เรียกว่า ได้กระทำมารให้เป็นที่สุด ให้ติดตามไม่ได้ ปิดตามารสนิท มารมองไม่เห็น ฯ
จบสูตรที่ ๘
นาคสูตร