พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๔ อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต (เล่ม 22)

[๓๗๕] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้พิจารณาเห็นอานิสงส์ ๖ ประการ เป็นผู้สามารถ
เพื่อไม่กระทำเขตจำกัดในธรรมทั้งปวง แล้วยังอนัตตสัญญาให้ปรากฏ อานิสงส์ ๖ ประการเป็นไฉน
คือ ภิกษุพิจารณาเห็นอยู่ว่าเราเป็นผู้ไม่มีตัณหาและทิฐิในโลกทั้งปวง ๑ ทิฐิอันเป็นเหตุให้
กระทำความถือตัวว่าเราของเราจักดับ ๑ ตัณหาอันเป็นเหตุให้กระทำการยึดถือว่าของเราของเรา
จักดับ ๑ เราจักเป็นผู้ประกอบด้วยอสาธารณญาณ ๑ เราจะเห็นเหตุด้วยดี ๑ และจักเห็นธรรมที่
เกิดขึ้นแต่เหตุด้วยดี ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพิจารณาเห็นอานิสงส์ ๖ ประการนี้แล เป็น
ผู้สามารถเพื่อไม่กระทำเขตจำกัดในธรรมทั้งปวงแล้วยังอนัตตสัญญาให้ปรากฏ ฯ
จบสูตรที่ ๙
๑๐. ภวสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๔ อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต (เล่ม 22)

[๓๗๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภพ ๓ นี้ควรละ ควรศึกษาในไตรสิกขา ภพ ๓ เป็นไฉน
คือ กามภพ รูปภพ อรูปภพ ภพ ๓ นี้ควรละไตรสิกขาเป็นไฉน คือ อธิศีลสิกขา อธิจิตสิกขา
อธิปัญญาสิกขา ควรศึกษาในไตรสิกขานี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อใดแล
ภพ ๓ นี้ เป็นสภาพอันภิกษุละได้แล้ว และเธอเป็นผู้มีสิกขาอันได้ศึกษาแล้วในไตรสิกขานี้
เมื่อนั้นภิกษุนี้เรากล่าวว่า ได้ตัดตัณหาขาดแล้ว คลายสังโยชน์ได้แล้ว ได้ทำที่สุดทุกข์
เพราะละมานะได้โดยชอบ ฯ
จบสูตรที่ ๑๐
๑๑. ตัณหาสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๔ อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต (เล่ม 22)

[๓๗๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ตัณหา ๓ และมานะ ๓ ควรละ ตัณหา ๓ เป็นไฉน
คือ กามตัณหา ๑ ภวตัณหา ๑ วิภวตัณหา ๑ ตัณหา ๓ นี้ควรละ มานะ ๓เป็นไฉน คือ
ความถือตัวว่าเสมอเขา ๑ ความถือตัวว่าเลวกว่าเขา ๑ ความถือตัวว่าดีกว่าเขา ๑ มานะ ๓ นี้ควรละ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อใดแล ตัณหา ๓ และมานะ๓ นี้ย่อมเป็นธรรมชาติอันภิกษุละได้แล้ว
เมื่อนั้น ภิกษุนี้เรากล่าวว่า ได้ตัดตัณหาขาดแล้ว คลายสังโยชน์ได้แล้ว ได้กระทำที่สุดทุกข์
เพราะละมานะได้โดยชอบ ฯ
จบสูตรที่ ๑๑
จบอานิสังสวรรคที่ ๕
_______________
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ปาตุภาวสูตร ๒. อานิสังสสูตร
๓. อนิจจสูตร ๔. ทุกขสูตร
๕. อนัตตสูตร ๖. นิพพานสูตร
๗. อโนทิสสสูตรที่ ๑ ๘. อโนทิสสูตรที่ ๒
๙. อโนทิสสูตรที่ ๓ ๑๐. ภวสูตร
๑๑. ตัณหาสูตร ฯ
จบทุติยปัณณาสก์
__________________
วรรคที่ไม่สงเคราะห์เข้าในปัณณาสก์
ติกวรรคที่ ๑
๑. ราคสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๔ อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต (เล่ม 22)

[๓๗๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๓ ประการนี้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ราคะ ๑
โทสะ ๑ โมหะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๓ ประการนี้แลดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๓
ประการอันภิกษุพึงให้เจริญ เพื่อละธรรม ๓ ประการเหล่านี้ ธรรม ๓ ประการเป็นไฉน คือ
อสุภะ ๑ อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละราคะ เมตตา ๑ อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละโทสะ ปัญญา ๑ อัน
ภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละโมหะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๓ ประการนี้ อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อ
ละธรรม ๓ ประการนี้แล ฯ
จบสูตรที่ ๑
๒. ทุจริตสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๔ อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต (เล่ม 22)

[๓๗๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๓ ประการนี้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ กาย
ทุจริต ๑ วจีทุจริต ๑ มโนทุจริต ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม๓ ประการนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ธรรม ๓ ประการ อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละธรรม ๓ ประการเหล่านี้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ
กายสุจริต อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละกายทุจริต ๑ วจีสุจริต อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละวจีทุจริต ๑
มโนสุจริต อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละมโนทุจริต ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม๓ ประการนี้ อัน
ภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละธรรม ๓ ประการนี้แล ฯ
จบสูตรที่ ๒
๓. วิตักกสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๔ อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต (เล่ม 22)

[๓๘๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๓ ประการนี้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ กาม
วิตก ๑ พยาบาทวิตก ๑ วิหิงสาวิตก ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม๓ ประการนี้แล ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย ธรรม ๓ ประการ อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละธรรม ๓ ประการเหล่านี้ ๓ ประการเป็น
ไฉน คือ เนกขัมมวิตก ๑ อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละกามวิตก อัพยาบาทวิตก ๑ อันภิกษุพึง
ให้เจริญเพื่อละพยาบาทวิตก อวิหิงสาวิตก ๑ อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละวิหิงสาวิตก ดูกรภิกษุ
ทั้งหลายธรรม ๓ ประการนี้ อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละธรรม ๓ ประการนี้แล ฯ
จบสูตรที่ ๓
๔. สัญญาสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๔ อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต (เล่ม 22)

[๓๘๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๓ ประการนี้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ กาม
สัญญา ๑ พยาบาทสัญญา ๑ วิหิงสาสัญญา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายธรรม ๓ ประการนี้แล ดูกร
ภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๓ ประการอันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละธรรม ๓ ประการเหล่านี้ ๓ ประการ
เป็นไฉน คือ เนกขัมมสัญญา ๑อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละกามสัญญา อัพยาบาทสัญญา
๑ อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละพยาบาทสัญญา อวิหิงสาสัญญา ๑ อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละวิหิงสา
สัญญา ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๓ ประการนี้ อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละธรรม๓ ประการนี้แล ฯ
จบสูตรที่ ๔
๕. ธาตุสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๔ อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต (เล่ม 22)

[๓๘๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๓ ประการนี้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ กามธาตุ ๑
พยาบาทธาตุ ๑ วิหิงสาธาตุ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม๓ ประการนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ธรรม ๓ ประการ อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละธรรม ๓ ประการนี้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ
เนกขัมมธาตุ ๑ อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละกามธาตุ อัพยาบาทชาตุ ๑ อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละ
พยาบาทธาตุอวิหิงสาธาตุ ๑ อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละวิหิงสาธาตุ ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ธรรม ๓ประการนี้ อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละธรรม ๓ ประการนี้แล ฯ
จบสูตรที่ ๕
๖. อัสสาทสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๔ อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต (เล่ม 22)

[๓๘๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๓ ประการนี้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ อัสสาท
ทิฐิ (สัสสตทิฐิ) ๑ อัตตานุทิฐิ (สักกายทิฐิ) ๑ มิจฉาทิฐิ ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม
๓ ประการนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๓ ประการอันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละธรรม ๓ ประการ
เหล่านี้ ๓ ประการเป็นไฉน คืออนิจจสัญญา ๑ อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละอัสสาททิฐิ
อนัตตสัญญา ๑ อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละอัตตานุทิฐิ สัมมาทิฐิ ๑ อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละ
มิจฉาทิฐิดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๓ ประการนี้ อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละธรรม ๓ ประการ
นี้แล ฯ
จบสูตรที่ ๖
๗. อรติสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๔ อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต (เล่ม 22)

[๓๘๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๓ ประการนี้ ๓ ประการเป็นไฉน คือ อรติ ๑
วิหิงสา ๑ อธรรมจริยา ๑ (อกุศลกรรมบถสิบ) ดูกรภิกษุทั้งหลายธรรม ๓ ประการนี้แล ดูกร
ภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๓ ประการ อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละธรรม ๓ ประการเหล่านี้ ๓ ประการ
เป็นไฉน คือ มุทิตา ๑ อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละอรติ อวิหิงสา ๑ อันภิกษุพึงให้เจริญ
เพื่อละวิหิงสา ธรรมจริยา ๑อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละอธรรมจริยา ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม
๓ ประการนี้อันภิกษุพึงให้เจริญเพื่อละธรรม ๓ ประการนี้แล ฯ
จบสูตรที่ ๗
๘. ตุฏฐิสูตร