พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๔ อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต (เล่ม 22)

[๒๓๕] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ ย่อม
อนุเคราะห์คฤหัสถ์ ๕ ประการเป็นไฉน คือ ยังคฤหัสถ์ให้สมาทานในอธิศีล ๑ ให้ตั้งอยู่ใน
ธรรมทัศนะ ๑ เข้าไปหาคฤหัสถ์ผู้ป่วยแล้ว ย่อมให้สติว่าท่านทั้งหลายจงตั้งสติให้ตรงต่อพระ
รัตนตรัย ก็ภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่เข้ามาแล้ว มีภิกษุมาจากแคว้นต่างๆ ย่อมเข้าไปบอกพวกคฤหัสถ์
ว่า ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลายภิกษุหมู่ใหญ่เข้ามาแล้ว มีภิกษุมาจากแคว้นต่างๆ ขอเชิญท่าน
ทั้งหลายทำบุญเป็นสมัยทำบุญ ๑ ย่อมฉันโภชนะที่พวกคฤหัสถ์ถวาย จะเลวหรือประณีตก็ตาม
ด้วยตนเอง ๑ ไม่ยังศรัทธาไทยให้เสียไป ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม
๕ ประการนี้แล ย่อมอนุเคราะห์คฤหัสถ์ ฯ
จบสูตรที่ ๕
๖. ยถาภตอวรรณสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๔ อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต (เล่ม 22)

[๒๓๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ เหมือนถูก
นำมาเก็บไว้ในนรก ๕ ประการเป็นไฉน คือ ไม่ใคร่ครวญ ไม่พิจารณาก่อนแล้วกล่าวสรรเสริญ
ผู้ควรตำหนิ ๑ ไม่ใคร่ครวญ ไม่พิจารณาก่อนแล้วกล่าวตำหนิผู้ควรสรรเสริญ ๑ ไม่ใคร่ครวญ
ไม่พิจารณาก่อนแล้วแสดงความเลื่อมใสให้ปรากฏในที่อันไม่ควรเลื่อมใส ๑ ไม่ใคร่ครวญ ไม่
พิจารณาก่อนแล้วแสดงความไม่เลื่อมใสให้ปรากฏในที่อันควรเลื่อมใส ๑ ย่อมยังศรัทธาไทยให้
ตกไป ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล เหมือนถูกนำมา
เก็บไว้ในนรก ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ เหมือนถูกเชิญมาอยู่
ในสวรรค์ ๕ ประการเป็นไฉน คือใคร่ครวญพิจารณาก่อนแล้วกล่าวตำหนิผู้ควรตำหนิ ๑ ใคร่
ครวญพิจารณาก่อนแล้วกล่าวสรรเสริญผู้ควรสรรเสริญ ๑ใคร่ครวญพิจารณาก่อนแล้ว แสดง
ความไม่เลื่อมใสให้ปรากฏในที่อันไม่ควรเลื่อมใส ๑ ใคร่ครวญพิจารณาก่อนแล้วแสดงความ
เลื่อมใสให้ปรากฏในที่อันควรเลื่อมใส ๑ ย่อมไม่ยังศรัทธาไทยให้ตกไป ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล เหมือนถูกเชิญมาอยู่ในสวรรค์ ฯ
จบสูตรที่ ๖
๗. ยถาภตเคธสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๔ อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต (เล่ม 22)

[๒๓๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ เหมือนถูก
นำมาเก็บไว้ในนรก ๕ ประการเป็นไฉน คือไม่ใคร่ครวญ ไม่พิจารณาก่อนแล้วกล่าวสรรเสริญ
ผู้ควรตำหนิ ๑ ไม่ใคร่ครวญ ไม่พิจารณาก่อนแล้วกล่าวตำหนิผู้ควรสรรเสริญ ๑ เป็นผู้ตระหนี่
อาวาส หวงแหนอาวาส ๑ เป็นผู้ตระหนี่สกุลหวงแหนสกุล ๑ ย่อมยังศรัทธาไทยให้ตกไป ๑
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล เหมือนถูกนำมาเก็บไว้ใน
นรก ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ เหมือนถูกเชิญมาอยู่
ในสวรรค์ ๕ ประการเป็นไฉน คือใคร่ครวญพิจารณาก่อนแล้วกล่าวตำหนิผู้ควรตำหนิ ๑ ใคร่
ครวญพิจารณาก่อนแล้วกล่าวสรรเสริญผู้ควรสรรเสริญ ๑เป็นผู้ไม่ตระหนี่อาวาส ไม่หวงแหน
อาวาส ๑ เป็นผู้ไม่ตระหนี่สกุล ไม่หวงแหนสกุล ๑ ไม่ยังศรัทธาไทยให้ตกไป ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล เหมือนถูกเชิญมาอยู่ในสวรรค์ ฯ
จบสูตรที่ ๗
๘. ยถาภตมัจเฉรสูตรที่ ๑

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๔ อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต (เล่ม 22)

[๒๓๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ เหมือนถูก
นำมาเก็บไว้ในนรก ๕ ประการเป็นไฉน คือ ไม่ใคร่ครวญ ไม่พิจารณาก่อนแล้วกล่าวสรรเสริญ
ผู้ควรตำหนิ ๑ ไม่ใคร่ครวญ ไม่พิจารณาก่อนแล้วกล่าวตำหนิผู้ควรสรรเสริญ ๑ เป็นผู้ตระหนี่
อาวาส ๑ ตระหนี่สกุล ๑ ตระหนี่ลาภ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม
๕ ประการนี้แลเหมือนถูกนำมาเก็บไว้ในนรก ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ เหมือน ถูกเชิญมาอยู่
ในสวรรค์ ๕ ประการเป็นไฉน คือ ใคร่ครวญพิจารณาก่อนแล้วกล่าวตำหนิผู้ควรตำหนิ ๑ ใคร่
ครวญพิจารณาก่อนแล้วกล่าวสรรเสริญผู้ควรสรรเสริญ ๑ไม่เป็นผู้ตระหนี่อาวาส ๑ ไม่ตระหนี่
สกุล ๑ ไม่ตระหนี่ลาภ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล
เหมือนถูกเชิญมาอยู่ในสวรรค์ ฯ
จบสูตรที่ ๘
๙. ยถาภตมัจเฉรสูตรที่ ๒

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๔ อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต (เล่ม 22)

[๒๓๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ เหมือนถูก
นำมาเก็บไว้ในนรก ๕ ประการเป็นไฉน คือ เป็นผู้ตระหนี่อาวาส ๑ตระหนี่สกุล ๑ ตระหนี่
ลาภ ๑ ตระหนี่วรรณะ ๑ ย่อมยังศรัทธาไทยให้ตกไป ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาส
ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ เหมือนถูกนำมาเก็บไว้ในนรก ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ เหมือนถูกเชิญมาอยู่
ในสวรรค์ ๕ ประการเป็นไฉน คือ ไม่เป็นผู้ตระหนี่อาวาส ๑ ไม่ตระหนี่สกุล ๑ ไม่ตระหนี่
ลาภ ๑ ไม่ตระหนี่วรรณะ ๑ ไม่ยังศรัทธาไทยให้ตกไป ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาส
ประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แลเหมือนถูกเชิญมาอยู่ในสวรรค์ ฯ
จบสูตรที่ ๙
๑๐. ยถาภตมัจเฉรสูตรที่ ๓

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๔ อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต (เล่ม 22)

[๒๔๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ เหมือนถูก
นำมาเก็บไว้ในนรก ๕ ประการเป็นไฉน คือ เป็นผู้ตระหนี่อาวาส ๑ตระหนี่สกุล ๑ ตระหนี่
ลาภ ๑ ตระหนี่วรรณะ ๑ ตระหนี่ธรรม ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม
๕ ประการนี้แล เหมือนถูกนำมาเก็บไว้ในนรก ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ เหมือนถูกเชิญมาไว้
ในสวรรค์ ๕ ประการเป็นไฉน คือ ไม่เป็นผู้ตระหนี่อาวาส ๑ ไม่ตระหนี่สกุล ๑ ไม่ตระหนี่
ลาภ ๑ ไม่ตระหนี่วรรณะ ๑ ไม่ตระหนี่ธรรม ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเจ้าอาวาสประกอบด้วย
ธรรม ๕ ประการนี้แล เหมือนถูกเชิญมาอยู่ในสวรรค์ ฯ
จบสูตรที่ ๑๐
จบอาวาสิกวรรคที่ ๔
__________________
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. อาวาสิกสูตร ๒. อัปปิยสูตร
๓. โสภณสูตร ๔. พหุปการสูตร
๕. อนุปกัมปสูตร ๖. ยถาภตอวรรณสูตร
๗. ยถาภตเคธสูตร ๘. ยถาภตมัจเฉรสูตรที่ ๑
๙. ยถาภตมัจเฉรสูตรที่ ๒ ๑๐. ยถาภตมัจเฉรสูตรที่ ๓ ฯ
ทุจริตวรรคที่ ๕
๑. ทุจริตสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๔ อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต (เล่ม 22)

[๒๔๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษในเพราะทุจริต ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน คือ
แม้ตนเองย่อมติเตียนตนได้ ๑ วิญญูชนพิจารณาแล้วย่อมติเตียนได้ ๑ กิติศัพท์อันชั่วย่อมฟุ้งไป ๑
ย่อมเป็นผู้หลงกระทำกาละ ๑ เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย
โทษในเพราะทุจริต ๕ประการนี้แล ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในเพราะสุจริต ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน คือ
แม้ตนเองย่อมไม่ติเตียนตนได้ ๑ วิญญูชนพิจารณาแล้วย่อมสรรเสริญ ๑ กิติศัพท์อันงามย่อม
ฟุ้งไป ๑ ย่อมไม่เป็นผู้หลงกระทำกาละ ๑ เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ๑ ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย อานิสงส์ในเพราะสุจริต ๕ประการนี้แล ฯ
จบสูตรที่ ๑
๒. กายทุจริตสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๔ อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต (เล่ม 22)

[๒๔๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษในเพราะกายทุจริต ๕ ประการนี้ ฯลฯ ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย อานิสงส์ในเพราะกายสุจริต ๕ ประการนี้ ฯลฯ
จบสูตรที่ ๒
๓. วจีทุจริตสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๔ อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต (เล่ม 22)

[๒๔๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษในเพราะวจีทุจริต ๕ ประการนี้ ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย
อานิสงส์ในเพราะวจีสุจริต ๕ ประการนี้ ฯลฯ
จบสูตรที่ ๓
๔. มโนทุจริตสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๔ อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต (เล่ม 22)

[๒๔๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษในเพราะมโนทุจริต ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน
คือ แม้ตนเองย่อมติเตียนตนได้ ๑ วิญญูชนพิจารณาแล้วย่อมติเตียน ๑ กิติศัพท์ที่ชั่วย่อมฟุ้ง
ไป ๑ ย่อมเป็นผู้หลงกระทำกาละ ๑ เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ๑ ดูกร
ภิกษุทั้งหลาย โทษในเพราะมโนทุจริต ๕ ประการนี้แล ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ในเพราะมโนสุจริต ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน คือ
แม้ตนเองย่อมไม่ติเตียนตนได้ ๑ วิญญูชนพิจารณาแล้วย่อมสรรเสริญ ๑ กิติศัพท์อันงามย่อมฟุ้ง
ไป ๑ ย่อมไม่เป็นผู้หลงกระทำกาละ ๑ เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย
อานิสงส์ในเพราะมโนสุจริต ๕ ประการนี้แล ฯ
จบสูตรที่ ๔
๕. อปรทุจริตสูตร