พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๓ อังคุตรนิกาย จตุกกนิบาต (เล่ม 21)

[๒๑๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงบุคคลผู้มีธรรมอันลามก บุคคลผู้มีธรรมอัน
ลามกที่ยิ่งกว่าบุคคลผู้มีธรรมอันลามก บุคคลผู้มีธรรมอันงาม และบุคคลผู้มีธรรมอันงามที่ยิ่งกว่า
บุคคลผู้มีธรรมอันงาม แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้มี
ธรรมอันลามกเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีความเห็นผิด ฯลฯ มีความรู้ผิด มีความ
พ้นผิด ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลนี้เราเรียกว่า ผู้มีธรรมอันลามก ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้มีธรรมอันลามกที่ยิ่งกว่าบุคคลผู้มีธรรมอันลามกเป็นไฉน
บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มีความเห็นผิดด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความเห็นผิดอีกด้วย
ฯลฯ เป็นผู้มีความรู้ผิดด้วยตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความรู้ผิดอีกด้วย เป็นผู้มีความพ้นผิดด้วย
ตนเอง และชักชวนผู้อื่นในความพ้นผิดอีกด้วย ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลนี้เราเรียกว่า ผู้มีธรรม
อันลามกที่ยิ่งกว่าบุคคลผู้มีธรรมอันลามก ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้มีธรรมอันงามเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้มี
ความเห็นชอบ ฯลฯ มีความรู้ชอบ มีความพ้นชอบ บุคคลนี้เราเรียกว่าผู้มีธรรมอันงาม ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลผู้มีธรรมอันงามที่ยิ่งกว่าบุคคลผู้มีธรรมอันงามเป็นไฉน
บุคคลบางคนในโลกนี้ ตนเองเป็นผู้มีความเห็นชอบ และชักชวนผู้อื่นในความเห็นชอบอีกด้วย
ฯลฯ ตนเองเป็นผู้มีความรู้ชอบ และชักชวนผู้อื่นในความรู้ชอบอีกด้วย ตนเองเป็นผู้มีความพ้น
ชอบ และชักชวนผู้อื่นในความพ้นชอบอีกด้วย บุคคลนี้เราเรียกว่าบุคคลผู้มีธรรมอันงามที่ยิ่งกว่า
บุคคลผู้มีธรรมอันงาม ฯ
จบสัปปุริสวรรคที่ ๑
___________
โศภนวรรคที่ ๒

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๓ อังคุตรนิกาย จตุกกนิบาต (เล่ม 21)

[๒๑๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประทุษร้ายบริษัท ๔ จำพวกนี้๔ จำพวกเป็นไฉน
คือ ภิกษุผู้ทุศีล มีธรรมอันลามกชื่อว่าประทุษร้ายบริษัทภิกษุณีผู้ทุศีล มีธรรมอันลามก ชื่อว่า
ประทุษร้ายบริษัท อุบาสกผู้ทุศีล มีธรรมอันลามก ชื่อว่าประทุษร้ายบริษัท อุบาสิกาผู้ทุศีล มีธรรม
อันลามก ชื่อว่าประทุษร้ายบริษัท ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ จำพวกนี้แล เป็นผู้ประทุษร้ายบริษัท ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ทำบริษัทให้งาม ๔ จำพวกนี้ ๔ จำพวกเป็นไฉนคือ ภิกษุ
ผู้มีศีล มีธรรมอันงาม ชื่อว่าผู้ทำบริษัทให้งาม ภิกษุณีผู้มีศีล มีธรรมอันงาม ชื่อว่าผู้ทำบริษัทให้
งาม อุบาสกผู้มีศีล มีธรรมอันงาม ชื่อว่าผู้ทำบริษัทให้งาม อุบาสิกาผู้มีศีล มีธรรมอันงาม ชื่อ
ว่าผู้ทำบริษัทให้งาม ดูกรภิกษุทั้งหลายบุคคลผู้ทำบริษัทให้งาม ๔ จำพวกนี้แล ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๓ อังคุตรนิกาย จตุกกนิบาต (เล่ม 21)

[๒๑๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เหมือนถูกนำมา
โยนลงในนรก ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ กายทุจริต ๑วจีทุจริต ๑ มโนทุจริต ๑ มิจฉา
ทิฐิ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เหมือนถูกนำมาโยนลงใน
นรก ดูกรภิกษุทั้งหลายบุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เหมือนถูกเชิญมาประดิษฐานไว้ใน
สวรรค์ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ กายสุจริต ๑ วจีสุจริต ๑ มโนสุจริต ๑ สัมมาทิฐิ ๑
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เหมือนถูกเชิญมาประดิษฐานไว้ใน
สวรรค์ ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๓ อังคุตรนิกาย จตุกกนิบาต (เล่ม 21)

[๒๑๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เหมือนถูกนำมา
โยนลงในนรก ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ กายทุจริต ๑วจีทุจริต ๑ มโนทุจริต ๑ ความ
เป็นคนอกตัญญูอกตเวที ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายบุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เหมือน
ถูกนำมาโยนลงในนรกดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เหมือนถูกเชิญ
มาประดิษฐานไว้ในสวรรค์ ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ กายสุจริต ๑ วจีสุจริต ๑ มโนสุจริต ๑
ความเป็นคนกตัญญูกตเวที ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เหมือน
ถูกเชิญมาประดิษฐานไว้ในสวรรค์ ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๓ อังคุตรนิกาย จตุกกนิบาต (เล่ม 21)

[๒๑๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการเหมือนถูกนำมาโยน
ลงในนรก ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ เป็นคนฆ่าสัตว์ ๑ลักทรัพย์ ๑ ประพฤติผิดในกาม ๑
พูดเท็จ ๑ ฯลฯ เป็นผู้งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ๑ งดเว้นจากการลักทรัพย์ ๑ งดเว้นจากการประพฤติ
ผิดในกาม ๑งดเว้นจากการพูดเท็จ ๑ ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๓ อังคุตรนิกาย จตุกกนิบาต (เล่ม 21)

[๒๑๕] เป็นผู้มีความเห็นผิด ๑ ดำริผิด ๑ เจรจาผิด ๑ ทำการงานผิด ๑ ฯลฯ เป็น
ผู้มีความเห็นชอบ ๑ ดำริชอบ ๑ เจรจาชอบ ๑ ทำการงานชอบ ๑ ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๓ อังคุตรนิกาย จตุกกนิบาต (เล่ม 21)

[๒๑๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการเหมือนถูกนำมาโยน
ลงในนรก ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ เป็นผู้มีอาชีพผิด ๑พยายามผิด ๑ ระลึกผิด ๑ ตั้ง
ใจไว้ผิด ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เหมือนถูกนำมาโยนลง
ในนรก ดูกรภิกษุทั้งหลายบุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เหมือนถูกเชิญมาประดิษฐานไว้
ในสวรรค์ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ เป็นผู้มีอาชีพชอบ ๑ พยายามชอบ ๑ ระลึกชอบ ๑ ตั้ง
ใจไว้ชอบ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เหมือนถูกเชิญมา
ประดิษฐานไว้ในสวรรค์ ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๓ อังคุตรนิกาย จตุกกนิบาต (เล่ม 21)

[๒๑๗] เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ไม่ได้เห็นว่าได้เห็น ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ไม่ได้ฟังว่าได้
ฟัง ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ไม่ได้ทราบว่าได้ทราบ ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ไม่ได้รู้ว่าได้รู้ ๑ ฯลฯ เป็นผู้
มักกล่าวสิ่งที่ไม่ได้เห็นว่าไม่ได้เห็น ๑เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ไม่ได้ฟังว่าไม่ได้ฟัง ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่ง
ที่ไม่ได้ทราบว่าไม่ได้ทราบ ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ไม่รู้ว่าไม่ได้รู้ ๑ ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๓ อังคุตรนิกาย จตุกกนิบาต (เล่ม 21)

[๒๑๘] เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ได้เห็นว่าไม่ได้เห็น ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ได้ฟังว่าไม่ได้
ฟัง ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ได้ทราบว่าไม่ได้ทราบ ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ได้รู้ว่าไม่ได้รู้ ๑ ฯลฯ เป็นผู้
มักกล่าวสิ่งที่ได้เห็นว่าได้เห็น ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ได้ฟังว่าได้ฟัง ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ได้ทราบว่า
ได้ทราบ ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ได้รู้ว่าได้รู้ ๑ ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๓ อังคุตรนิกาย จตุกกนิบาต (เล่ม 21)

[๒๑๙] เป็นคนไม่มีศรัทธา ๑ เป็นคนทุศีล ๑ ไม่มีหิริ ๑ ไม่มีโอตตัปปะ ๑ ฯลฯ เป็น
คนมีศรัทธา ๑ เป็นคนมีศีล ๑ มีหิริ ๑ มีโอตตัปปะ ๑ ฯ