พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาท (เล่ม 20)

[๔๘๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเป็นผู้มีธรรม ๓ ประการ กุลบุตรผู้มีศรัทธาจึงประสบ
บุญเป็นอันมาก ธรรม ๓ ประการเป็นไฉน คือ ศรัทธา ๑ไทยธรรม ๑ ทักขิไณยบุคคล ๑
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเป็นผู้มี ธรรม ๓ประการนี้ กุลบุตรผู้มีศรัทธาจึงประสบบุญเป็น
อันมาก ฯ
ฐานสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาท (เล่ม 20)

[๔๘๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย พึงทราบบุคคลมีศรัทธาเลื่อมใสโดยฐานะ ๓ ประการ
๓ ประการเป็นไฉน คือ เป็นผู้ใคร่ที่จะเห็นท่านผู้มีศีล ๑ เป็นผู้ใคร่ที่จะฟังธรรม ๑ มีใจ
ปราศจากความตระหนี่อันเป็นมลทิน มีจาคะอันสละแล้วมีฝ่ามือชุ่ม ยินดีในการสละ ควรแก่
การขอ ยินดีในทานและการแจกจ่ายทาน อยู่ครองเรือน ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย พึงทราบว่าคน
มีศรัทธาเลื่อมใสโดยฐานะ ๓ประการนี้แล ฯ
บุคคลผู้ใคร่จะเห็นท่านผู้มีศีล ปรารถนาจะฟังพระสัทธรรม ปราบปราม
ความตระหนี่อันเป็นมลทินนั้นแล เรียกว่าผู้มีศรัทธา ฯ
ปัจจยวัตตสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาท (เล่ม 20)

[๔๘๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ที่พิจารณาเห็นอำนาจประโยชน์ ๓ประการ ควรอย่างยิ่ง
ที่จะแสดงธรรมแก่คนอื่นๆ อำนาจประโยชน์ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ผู้แสดงธรรมรู้แจ้ง
อรรถด้วย รู้แจ้งธรรมด้วย ๑ ผู้ฟังธรรมรู้แจ้งอรรถด้วย รู้แจ้งธรรมด้วย ๑ ผู้แสดงธรรมและ
ผู้ที่ฟังธรรมทั้งสองฝ่าย รู้แจ้งอรรถด้วย รู้แจ้งธรรมด้วย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผู้ที่พิจารณาเห็น
อำนาจประโยชน์ ๓ ประการนี้แล ควรอย่างยิ่งที่จะแสดงธรรมแก่คนอื่นๆ ฯ
ปเรสสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาท (เล่ม 20)

[๔๘๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุ ๓ ประการ การเจรจาธรรมเป็นไปได้ด้วยดี
เหตุ ๓ ประการเป็นไฉน คือ ผู้แสดงธรรมรู้แจ้งอรรถด้วย รู้แจ้งธรรมด้วย ๑ ผู้ฟังธรรม
รู้แจ้งอรรถด้วย รู้แจ้งธรรมด้วย ๑ ผู้แสดงธรรมและผู้ ฟังธรรมทั้งสองฝ่าย รู้แจ้งอรรถด้วย
รู้แจ้งธรรมด้วย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายเพราะ เหตุ ๓ ประการนี้แล เรื่องราวจึงเป็นไปได้ ฯ
ปัณฑิตสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาท (เล่ม 20)

[๔๘๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๓ ประการนี้ บัณฑิตได้บัญญัติไว้ สัตบุรุษได้
บัญญัติไว้ ธรรม ๓ ประการเป็นไฉน คือ ทาน ๑ บรรพชา ๑ มาตาปิตุอุปัฏฐาน ๑
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๓ ประการนี้แล บัณฑิตบัญญัติไว้ สัตบุรุษบัญญัติไว้ ฯ
ทาน การไม่เบียดเบียน ความสำรวม การฝึกตน การบำรุงมารดา
และบิดา สัตบุรุษบัญญัติไว้ เหตุที่บัณฑิตเสพ เป็นเหตุของสัตบุรุษ
ผู้เป็นคนดี เป็นพรหมจารีบุคคล ผู้ที่เป็นอริยสมบูรณ์ด้วยทัศนะ
ย่อมคบโลกอันเกษม ฯ
ศีลสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาท (เล่ม 20)

[๔๘๕] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรพชิตผู้มีศีล เข้าไปอาศัยบ้านหรือนิคมใดอยู่ มนุษย์ใน
บ้านหรือนิคมนั้น ย่อมประสบบุญเป็นอันมากด้วยเหตุ ๓ประการ ๓ ประการเป็นไฉน คือ
กาย ๑ วาจา ๑ ใจ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายบรรพชิตผู้มีศีล เข้าไปอาศัยบ้านหรือนิคมใดอยู่
มนุษย์ในบ้านหรือนิคมนั้น ย่อมประสบบุญเป็นอันมากด้วยเหตุ ๓ ประการนี้แล ฯ
สังขตสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาท (เล่ม 20)

[๔๘๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย สังขตลักษณะของสังขตธรรม ๓ประการ ๓ ประการเป็น
ไฉน คือ ความเกิดขึ้นปรากฏ ๑ ความเสื่อมปรากฏ ๑เมื่อตั้งอยู่ความแปรปรวนปรากฏ ๑
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สังขตลักษณะของสังขตธรรม ๓ ประการนี้แล ฯ
อสังขตสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาท (เล่ม 20)

[๔๘๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อสังขตลักษณะของอสังขตธรรม ๓ประการนี้ ๓ ประการ
เป็นไฉน คือ ไม่ปรากฏความเกิด ๑ ไม่ปรากฏความเสื่อม ๑ เมื่อตั้งอยู่ไม่ปรากฏความแปร
ปรวน ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อสังขตลักษณะของอสังขตธรรม ๓ ประการนี้แล ฯ
ปัพพตสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาท (เล่ม 20)

[๔๘๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไม้แก่นขนาดใหญ่ๆ อาศัยขุนเขาหิมวันต์ ย่อมงอกงาม
ด้วยความเจริญ ๓ ประการ ๓ ประการเป็นไฉน คือ เจริญด้วยกิ่ง ใบแก่ และใบอ่อน ๑
เจริญด้วยเปลือก และกะเทาะ ๑ เจริญด้วยกะพี้และแก่น ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไม้แก่นขนาด
ใหญ่ๆ อาศัยขุนเขาหิมวันต์ย่อมงอกงามด้วยความเจริญ ๓ ประการนี้ ฉันใด ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย ฉันนั้-เหมือนกัน คนภายในอาศัยพ่อบ้านแม่เรือนผู้มีศรัทธา ย่อมเจริญด้วยธรรม
อันเป็นเหตุเจริญ ๓ ประการ ๓ ประการเป็นไฉน คือ เจริญด้วยศรัทธา ๑ เจริญด้วยศีล ๑
เจริญด้วยปัญญา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนภายในอาศัยพ่อบ้านแม่เรือนผู้มีศรัทธา ย่อมเจริญ
ด้วยธรรมเป็นเหตุเจริญ ๓ ประการนี้แล ฯ
ภูเขาศิลามีอยู่ในป่าใหญ่ หมู่ไม้ได้อาศัยภูเขานั้น เจริญงอกงามเติบโต
อยู่ในป่า ฉันใด บรรดาบุตรภรรยา เผ่าพันธุ์อำมาตย์ หมู่ญาติและ
เหล่าชนผู้พึ่งพำนักเลี้ยงชีพ ต่างอาศัยพ่อบ้านแม่เรือนผู้มีศรัทธา ถึง
พร้อมด้วยศีล เจริญอยู่ฉันนั้น ผู้ที่มีปัญญาเป็นเครื่องพิจารณาเห็นศีล
จาคะและสุจริต ของพ่อบ้านแม่เรือนผู้มีศีลนั้นเข้า ต่างก็พากันทำตาม
บุคคลประพฤติธรรม คือ ทางที่ยังสัตว์ให้ไปสุคติไว้ในโลกนี้แล้ว ย่อม
เป็นผู้เพลิดเพลิน สมประสงค์ที่น่าใคร่บันเทิงอยู่ในเทวโลก ฯ
อาตัปปสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาท (เล่ม 20)

[๔๘๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลควรทำความเพียรเครื่องเผากิเลสด้วยเหตุ ๓ ประการ
๓ ประการเป็นไฉน คือเพื่อความไม่เกิดขึ้นแห่งธรรมที่เป็นบาปอกุศลซึ่งยังไม่เกิด ๑ เพื่อ
ความเกิดขึ้นแห่งธรรมที่เป็นกุศลซึ่งยังไม่เกิด ๑เพื่ออดกลั้นทุกขเวทนาอันมีในสรีระซึ่งเกิดขึ้น
แล้ว กล้า แข็ง เผ็ดร้อน ไม่น่ายินดี ไม่น่าชอบใจ อาจนำเอาชีวิตไป ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เพราะว่าภิกษุทำความเพียรเครื่องเผากิเลส เพื่อความไม่เกิดขึ้นแห่งธรรมที่เป็นบาปอกุศลซึ่งยังไม่
เกิดเพื่อความเกิดขึ้นแห่งธรรมที่เป็นกุศลซึ่งยังไม่เกิด เพื่ออดกลั้นทุกขเวทนาอันมีในสรีระซึ่ง
เกิดขึ้นแล้ว กล้า แข็ง เผ็ดร้อน ไม่น่ายินดี ไม่น่าชอบใจ อาจนำเอาชีวิตไป ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุนี้เราเรียกว่า มีความเพียรเครื่องเผากิเลส มีปัญญาเครื่องรักษาตน มีสติเพื่อทำที่สุดแห่ง
ทุกข์โดยชอบ ฯ
มหาโจรสูตร