พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาท (เล่ม 20)

[๔๓๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความไม่เสื่อมแก่ภิกษุที่ยัง
เป็นเสขะ ธรรม ๒ อย่างเป็นไฉน คือ ความไม่โกรธ ๑ ความไม่ผูกโกรธไว้ ๑ … ความไม่
ลบหลู่คุณท่าน ๑ ความไม่ตีเสมอ ๑ … ความไม่ริษยา ๑ความไม่ตระหนี่ ๑ … ความไม่มายา ๑
ความไม่โอ้อวด ๑ … หิริ ๑ โอตตัปปะ ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้แล ย่อมไม่เป็น
ไปเพื่อความเสื่อมแก่ภิกษุที่ยังเป็นเสขะ ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาท (เล่ม 20)

[๔๓๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๒ ประการตั้งอยู่ ในนรกเหมือน
ดังถูกนำมาฝังไว้ ธรรม ๒ ประการเป็นไฉน คือ ความโกรธ ๑ความผูกโกรธไว้ ๑ … ความ
ลบหลู่คุณท่าน ๑ ความตีเสมอ ๑ … ความริษยา ๑ความตระหนี่ ๑ … มายา ๑ โอ้อวด ๑ …
ความไม่ละอาย ๑ ความไม่เกรงกลัว ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๒
ประการนี้แล ตั้งอยู่ในนรกเหมือนถูกนำมาฝังไว้ ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาท (เล่ม 20)

[๔๓๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๒ ประการ ตั้งอยู่ในสวรรค์
เหมือนดังถูกนำมาตั้งลงไว้ ธรรม ๒ ประการเป็นไฉน คือ ความไม่โกรธ ๑ ความไม่ผูกโกรธไว้ ๑ …
ความไม่ลบหลู่คุณท่าน ๑ ความไม่ตีเสมอ ๑… ความไม่ริษยา ๑ ความไม่ตระหนี่ ๑ … ไม่มายา ๑
ไม่โอ้อวด ๑ … หิริ ๑ โอตตัปปะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๒ อย่าง
นี้แล ตั้งอยู่ในสวรรค์เหมือนถูกนำมาตั้งลงไว้ ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาท (เล่ม 20)

[๔๓๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ประกอบด้วยธรรม ๒ อย่าง เมื่อ
แตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ธรรม๒ อย่างเป็นไฉน คือ ความ
โกรธ ๑ ความผูกโกรธไว้ ๑ … ความลบหลู่คุณท่าน ๑ ความตีเสมอ ๑ … ความริษยา ๑ ความ
ตระหนี่ ๑ … มายา ๑ โอ้อวด ๑ …ความไม่ละอาย ๑ ความไม่เกรงกลัว ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย
บุคคลบางคนในโลกนี้ประกอบด้วยธรรม ๒ อย่างนี้แล เมื่อแตกกายตายไปย่อมเข้าถึงอบาย
ทุคติวินิบาต นรก ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาท (เล่ม 20)

[๔๓๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ประกอบด้วยธรรม ๒ อย่าง เมื่อ
แตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ธรรม ๒อย่างเป็นไฉน คือ ความไม่โกรธ ๑
ความไม่ผูกโกรธไว้ ๑ … ความไม่ลบหลู่คุณท่าน ๑ ความไม่ตีเสมอ ๑ … ความไม่ริษยา ๑ ความ
ไม่ตระหนี่ ๑ … ไม่มายา ๑ ไม่โอ้อวด ๑ … หิริ ๑ โอตตัปปะ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบาง
คนในโลกนี้ ประกอบด้วยธรรม ๒ อย่างนี้แล เมื่อแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาท (เล่ม 20)

[๔๓๕] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้เป็นอกุศล … ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒
อย่างนี้เป็นกุศล … ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้มีโทษ … ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒
อย่างนี้ไม่มีโทษ … ดูกรภิกษุทั้งหลายธรรม ๒ อย่างนี้มีทุกข์เป็นกำไร … ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ธรรม ๒ อย่างนี้มีสุขเป็นกำไร … ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้มีทุกข์เป็นวิบาก … ดูกรภิกษุ
ทั้งหลายธรรม ๒ อย่างนี้มีสุขเป็นวิบาก … ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้เป็นไปกับด้วยความ
เบียดเบียน … ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๒ อย่างนี้ไม่มีความเบียดเบียนธรรม ๒ อย่างเป็นไฉน
คือ ความไม่โกรธ ๑ ความไม่ผูกโกรธไว้ ๑ … ความไม่ลบหลู่คุณท่าน ๑ ความไม่ตีเสมอ ๑ …
ความไม่ริษยา ๑ ความไม่ตระหนี่ ๑… ไม่มายา ๑ ไม่โอ้อวด ๑ … หิริ ๑ โอตตัปปะ ๑ ดูกร
ภิกษุทั้งหลาย ธรรม๒ อย่างนี้แล ไม่มีความเบียดเบียน ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาท (เล่ม 20)

[๔๓๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะอาศัยอำนาจประโยชน์ ๒ อย่างนี้ พระตถาคตจึงทรง
บัญญัติสิกขาบทแก่สาวก อำนาจประโยชน์ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ เพื่อความดีแห่งสงฆ์ ๑
เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ … เพื่อความข่มบุคคลผู้เก้อยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็น
ที่รัก ๑ … เพื่อป้องกันอาสวะอันจักบังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ …
เพื่อป้องกันเวรอันจักเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดเวรอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ … เพื่อป้องกัน
โทษอันจักบังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดโทษอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ …เพื่อป้องกันภัยอัน
จักบังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดภัยอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ …เพื่อป้องกันอกุศลธรรมอันจัก
บังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอกุศลธรรมอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ … เพื่ออนุเคราะห์แก่คฤหัสถ์ ๑
เพื่อเข้าไปตัดรอนฝักฝ่ายของภิกษุผู้มีความปรารถนาลามก ๑ … เพื่อความเลื่อมใสของผู้ที่ยังไม่
เลื่อมใส ๑ เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของผู้ที่เลื่อมใสแล้ว ๑ … เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑
เพื่ออนุเคราะห์พระวินัย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะอาศัยอำนาจประโยชน์ ๒อย่างนี้แล พระ
ตถาคตจึงได้ทรงบัญญัติสิกขาบทแก่สาวก ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาท (เล่ม 20)

[๔๓๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะอาศัยอำนาจประโยชน์ ๒ อย่างนี้ พระตถาคตจึงทรง
บัญญัติปาติโมกข์แก่สาวก … ทรงบัญญัติปาติโมกข์ขุทเทส …ทรงบัญญัติการตั้งปาติโมกข์ …
ทรงบัญญัติปวารณา … ทรงบัญญัติการตั้งปวารณา …ทรงบัญญัติตัชชนียกรรม … ทรงบัญญัติ
นิยัสสกรรม … ทรงบัญญัติปัพพาชยกรรม… ทรงบัญญัติปฏิสารณียกรรม … ทรงบัญญัติอุกเข
ปนียกรรม … ทรงบัญญัติการให้ปริวาส … ทรงบัญญัติการชักเข้าหาอาบัติเดิม … ทรงบัญญัติการ
ให้มานัต …ทรงบัญญัติอัพภาน … ทรงบัญญัติการเรียกเข้าหมู่ … ทรงบัญญัติการขับออกจากหมู่…
ทรงบัญญัติการอุปสมบท … ทรงบัญญัติญัตติกรรม … ทรงบัญญัติญัตติทุติยกรรม… ทรงบัญญัติ
ญัตติจตุตถกรรม … ทรงบัญญัติสิกขาบทที่ยังไม่ได้ทรงบัญญัติ …ทรงบัญญัติเพิ่มเติมในสิกขาบทที่ทรง
บัญญัติไว้แล้ว … ทรงบัญญัติสัมมุขาวินัย … ทรงบัญญัติสติวินัย … ทรงบัญญัติอมุฬหวินัย …
ทรงบัญญัติปฏิญญาตกรณะ …ทรงบัญญัติเยภุยยสิกา … ทรงบัญญัติตัสสปาปิยสิกา … ทรงบัญญัติ
ติณวัตถารกวินัยอำนาจประโยชน์ ๒ อย่างเป็นไฉน คือ เพื่อความดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความ
สำราญแห่งสงฆ์ ๑ … เพื่อความข่มขู่บุคคลผู้เก้อยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ …
เพื่อป้องกันอาสวะอันจักบังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ … เพื่อ
ป้องกันเวรอันจักบังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดเวรอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ … เพื่อป้องกันโทษ
อันจักบังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดโทษอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ … เพื่อป้องกันภัยอันจักบังเกิด
ในปัจจุบัน ๑เพื่อกำจัดภัยอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ … เพื่อป้องกันอกุศลธรรมอันจักบังเกิดใน
ปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอกุศลธรรมอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ … เพื่ออนุเคราะห์แก่คฤหัสถ์ ๑
เพื่อเข้าไปตัดรอนฝักฝ่ายของภิกษุที่มีความปรารถนาลามก ๑ … เพื่อความเลื่อมใสของผู้ที่ยังไม่
เลื่อมใส ๑ เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของผู้ที่เลื่อมใสแล้ว ๑… เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑
เพื่ออนุเคราะห์พระวินัย ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะอาศัยอำนาจประโยชน์ ๒ อย่างนี้แล พระ
ตถาคตจึงทรงบัญญัติติณวัตถารกวินัยไว้แก่สาวก ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาท (เล่ม 20)

[๔๓๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพื่อรู้ด้วยปัญญาอันยิ่งซึ่งราคะ จึงควรอบรมธรรม ๒ อย่าง
ธรรม ๒ อย่างเป็นไฉน คือ สมถะ ๑ วิปัสสนา ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพื่อรู้ด้วยปัญญาอันยิ่ง
ซึ่งราคะ จึงควรอบรมธรรม ๒ อย่างนี้แล ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพื่อกำหนดรู้ราคะ … เพื่อความ
สิ้นไปรอบแห่งราคะ …เพื่อละราคะเด็ดขาด … เพื่อความสิ้นไปแห่งราคะ … เพื่อความเสื่อมไป
แห่งราคะ… เพื่อความสำรอกราคะ … เพื่อความดับสนิทแห่งราคะ … เพื่อสละราคะ …เพื่อ
ปล่อยราคะเสีย จึงควรอบรมธรรม ๒ อย่างนี้แล ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาท (เล่ม 20)

[๔๓๙] เพื่อรู้ด้วยปัญญาอันยิ่ง … เพื่อกำหนดรู้ … เพื่อความสิ้นไปรอบ … เพื่อสละ …
เพื่อความสิ้นไป … เพื่อความเสื่อมไป … เพื่อความสำรอก … เพื่อความดับสนิท … เพื่อสละ …
เพื่อปล่อยวางซึ่งโทสะ … ซึ่งโมหะ… ซึ่งความโกรธ … ซึ่งความผูกโกรธไว้ … ซึ่งการลบหลู่คุณ
ท่าน … ซึ่งการตีเสมอ … ซึ่งความริษยา … ซึ่งความตระหนี่ … ซึ่งมายา … ซึ่งความโอ้อวด …
ซึ่งความหัวดื้อ … ซึ่งความแข่งดี … ซึ่งการถือตัว … ซึ่งการดูหมิ่นท่าน … ซึ่งความมัวเมา …
ซึ่งความประมาท … จึงควรอบรมธรรม ๒ อย่างนี้แล ฯ
จบทุกนิบาต
________
ปฐมปัณณาสก์
พาลวรรคที่ ๑
ภยสูตร