พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาท (เล่ม 20)

[๑๓๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราย่อมไม่เล็งเห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่ง ที่เป็นไปเพื่อความ
ดำรงมั่น เพื่อความไม่เสื่อมสูญ เพื่อความไม่อันตรธานแห่งสัทธรรม เหมือนการประกอบกุศล
ธรรมเนืองๆ การไม่ประกอบอกุศลธรรมดูกรภิกษุทั้งหลาย การประกอบกุศลธรรมเนืองๆ
การไม่ประกอบอกุศลธรรมย่อมเป็นไปเพื่อความดำรงมั่น เพื่อความไม่เสื่อมสูญ เพื่อความไม่
อันตรธานแห่งสัทธรรม ฯ
จบวรรคที่ ๑๐

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาท (เล่ม 20)

[๑๓๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพวกที่แสดงอธรรมว่าธรรม ภิกษุเหล่านั้นชื่อว่าเป็นผู้
ปฏิบัติเพื่อไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูล ไม่เป็นความสุขแก่ชนเป็นอันมาก เพื่ออนัตถะมิใช่ประโยชน์
เกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อทุกข์แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทั้งย่อมประสบบาปมิใช่บุญเป็น
อันมาก และย่อมจะยังสัทธรรม นี้ให้อันตรธาน ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาท (เล่ม 20)

[๑๓๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพวกที่แสดงธรรมว่า อธรรม ฯลฯที่แสดงสิ่งที่มิใช่
วินัยว่า วินัย ฯลฯ ที่แสดงวินัยว่า มิใช่วินัย ฯลฯ ที่แสดงพระดำรัสอันพระตถาคตมิได้ทรง
ภาษิต มิได้ตรัสไว้ว่า พระตถาคตทรงภาษิตไว้ตรัสไว้ ฯลฯ ที่แสดงพระดำรัสอันพระตถาคต
ได้ทรงภาษิตไว้ ตรัสไว้ว่า พระตถาคตมิได้ทรงภาษิต มิตรัสไว้ ฯลฯ ที่แสดงกรรมอัน
พระตถาคตมิได้ทรงสั่งสมว่า พระตถาคตทรงสั่งสม ฯลฯ ที่แสดงกรรมอันพระตถาคตมิได้ทรง
สั่งสม ไว้ว่า พระตถาคตมิได้ทรงสั่งสมไว้ ฯลฯ ที่แสดงสิ่งอันพระตถาคตมิได้ทรงบัญญัติไว้
ว่า พระตถาคตทรงบัญญัติไว้ ฯลฯ ที่แสดงสิ่งอันพระตถาคตทรงบัญญัติ ไว้ว่า พระตถาคตมิได้
ทรงบัญญัติไว้ ภิกษุเหล่านั้นชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อไม่เป็น ประโยชน์เกื้อกูล ไม่เป็นความสุขแก่
ชนเป็นอันมากเพื่ออนัตถะใช่ประโยชน์ เกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อทุกข์แก่เทวดาและมนุษย์
ทั้งหลาย ทั้งย่อมประสบ บาปใช่บุญเป็นอันมาก และย่อมยังสัทธรรมนี้ให้อันตรธาน ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาท (เล่ม 20)

[๑๓๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพวกที่แสดงอธรรมว่าอธรรม ภิกษุเหล่านั้นชื่อว่า เป็นผู้
ปฏิบัติเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมากเพื่ออัตถะประโยชน์เกื้อกูลแก่ชน
เป็นอันมาก เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทั้งย่อมประสบบุญเป็นอันมาก และย่อม
ดำรงสัทธรรมนี้ไว้มั่น ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาท (เล่ม 20)

[๑๓๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพวกที่แสดงธรรมว่า ธรรม ฯลฯ ที่แสดงสิ่งที่มิใช่วินัยว่า
มิใช่วินัย ฯลฯ ที่แสดงวินัยว่า วินัย ฯลฯ ที่แสดงพระดำรัสอันพระตถาคตมิได้ทรงภาษิต มิได้
ตรัสไว้ว่า พระตถาคตมิได้ทรงภาษิตมิได้ตรัสไว้ ฯลฯ ที่แสดงพระดำรัสอันพระตถาคตได้ทรง
ภาษิต ได้ตรัสไว้ว่าพระตถาคตได้ทรงภาษิต ได้ตรัสไว้ ฯลฯ ที่แสดงกรรมที่พระตถาคตมิได้
ทรงสั่งสมว่า พระตถาคตมิได้ทรงสั่งสม ฯลฯ ที่แสดงกรรมอันพระตถาคตทรงสั่งสมว่า พระ
ตถาคตทรงสั่งสม ฯลฯ ที่แสดงสิ่งอันพระตถาคตมิได้ทรงบัญญัติว่า ตถาคตทรงบัญญัติ ภิกษุ
เหล่านั้นชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมาก เพื่ออัตถะ
ประโยชน์เกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทั้งย่อมประสบ
บุญเป็นอันมาก และย่อมดำรงสัทธรรมนี้ไว้มั่น ฯ
จบวรรคที่ ๑๑

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาท (เล่ม 20)

[๑๓๕] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพวกที่แสดงอนาบัติว่า อาบัติ ฯลฯ ที่แสดงอาบัติว่า
อนาบัติ ฯลฯ ที่แสดงลหุกาบัติว่า เป็นครุกาบัติ ฯลฯ ที่แสดงครุกาบัติว่า เป็นลหุกาบัติ ฯลฯ
ที่แสดงอาบัติชั่วหยาบว่า อาบัติไม่ชั่วหยาบ ฯลฯที่แสดงอาบัติไม่ชั่วหยาบว่า อาบัติชั่วหยาบ ฯลฯ
ที่แสดงอาบัติมีส่วนเหลือว่าอาบัติไม่มีส่วนเหลือ ฯลฯ ที่แสดงอาบัติไม่มีส่วนเหลือว่า อาบัติ
มีส่วนเหลือ ฯลฯที่แสดงอาบัติทำคืนได้ว่า อาบัติทำคืนไม่ได้ ฯลฯ ที่แสดงอาบัติทำคืนไม่ได้ว่า
อาบัติทำคืนได้ ภิกษุเหล่านั้นชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูล เพื่อไม่เป็นสุขแก่ชน
เป็นอันมาก เพื่ออนัตถะใช่ประโยชน์เกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมากเพื่อความทุกข์แก่เทวดาและ
มนุษย์ทั้งหลาย ทั้งย่อมประสบบาปใช่บุญเป็นอันมากและย่อมทำให้สัทธรรมนี้อันตรธาน ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาท (เล่ม 20)

[๑๓๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพวกที่แสดงอนาบัติว่า อนาบัติ ภิกษุเหล่านั้นชื่อว่า
เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมาก เพื่ออัตถะประโยชน์เกื้อกูล
แก่ชนเป็นอันมาก เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทั้งย่อมประสบบุญเป็นอันมาก
และย่อมดำรงสัทธรรมนี้ไว้มั่น ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาท (เล่ม 20)

[๑๓๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพวกที่แสดงอาบัติว่า อาบัติ ภิกษุเหล่านั้นชื่อว่าเป็น
ผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมากเพื่ออัตถะประโยชน์เกื้อกูลแก่ชน
เป็นอันมาก เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทั้งย่อมประสบบุญเป็นอันมาก และ
ย่อมดำรงสัทธรรมนี้ไว้มั่น ฯ

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาท (เล่ม 20)

[๑๓๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุพวกที่แสดงลหุกาบัติว่า เป็นลหุกาบัติ ฯลฯ ที่แสดง
ครุกาบัติว่า เป็นครุกาบัติ ฯลฯ ที่แสดงอาบัติชั่วหยาบว่าอาบัติชั่วหยาบ ฯลฯ ที่แสดงอาบัติ
ไม่ชั่วหยาบว่า อาบัติไม่ชั่วหยาบ ฯลฯ ที่แสดงอาบัติที่มีส่วนเหลือว่า อาบัติมีส่วนเหลือ ฯลฯ
ที่แสดงอาบัติไม่มีส่วนเหลือว่าอาบัติไม่มีส่วนเหลือ ฯลฯ ที่แสดงอาบัติทำคืนได้ว่า อาบัติทำ
คืนได้ ฯลฯ ที่แสดงอาบัติทำคืนไม่ได้ว่า อาบัติทำคืนไม่ได้ ภิกษุเหล่านั้นชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อ
ประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมาก เพื่ออัตถะประโยชน์เกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก
เพื่อความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทั้งย่อมประสบบุญเป็นอันมาก และย่อมดำรงสัทธรรม
นี้ไว้มั่น ฯ
จบวรรคที่ ๑๒
___________
เอกบุคคลบาลี

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๒ อังคุตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาท (เล่ม 20)

[๑๓๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้เอก เมื่อเกิดขึ้นในโลก ย่อมเกิดขึ้นเพื่อประโยชน์
เกื้อกูล เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมาก เพื่ออนุเคราะห์โลกเพื่ออัตถะประโยชน์เกื้อกูล เพื่อ
ความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย บุคคลผู้เอกเป็นไฉน คือ พระตถาคตอรหันตสัมมา
สัมพุทธเจ้า ดูกรภิกษุทั้งหลายบุคคลผู้เอกนี้แล เมื่อเกิดขึ้นในโลก ย่อมเกิดขึ้นเพื่อประโยชน์
เกื้อกูล เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมาก เพื่ออนุเคราะห์โลก เพื่ออัตถะประโยชน์เกื้อกูล เพื่อ
ความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ฯ