[๖๘๘] ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉน คือสมาธิไม่มีวิตก
มีแต่วิจาร นี้เรียกว่าทางที่จะให้ถึงอสังขตะ ... ฯ
[๖๘๘] ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉน คือสมาธิไม่มีวิตก
มีแต่วิจาร นี้เรียกว่าทางที่จะให้ถึงอสังขตะ ... ฯ
[๖๘๙] ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉน คือสมาธิไม่มีวิตก
ไม่มีวิจาร นี้เรียกว่าทางที่จะให้ถึงอสังขตะ ... ฯ
[๖๙๐] ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉน คือสุญญตสมาธิ
นี้เรียกว่าทางที่จะให้ถึงอสังขตะ ... ฯ
[๖๙๑] ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉน คืออนิมิตตสมาธิ
นี้เรียกว่าทางที่จะให้ถึงอสังขตะ ... ฯ
[๖๙๒] ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉน คืออัปปณิหิตสมาธิ
นี้เรียกว่าทางที่จะให้ถึงอสังขตะ ... ฯ
[๖๙๓] ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีความเพียรเครื่องเผากิเลส มีสัมปชัญญะ มีสติ พิจารณาเห็นกาย
ในกายอยู่ พึงกำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้ นี้เรียกว่าทางที่จะให้ถึงอสังขตะ ... ฯ
[๖๙๔] ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีความเพียรเครื่องเผากิเลส มีสัมปชัญญะมีสติ พิจารณาเห็นเวทนา
ในเวทนาทั้งหลายอยู่ พึงกำจัดอภิชฌาและโทมนัสใน โลกเสียได้ นี้เรียกว่าทางที่จะให้ถึง
อสังขตะ ... ฯ
[๖๙๕] ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีความเพียรเครื่องเผากิเลส มีสัมปชัญญะมีสติ พิจารณาเห็นจิตใน
จิตอยู่ พึงกำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้ นี้ เรียกว่าทางที่จะให้ถึงอสังขตะ ... ฯ
[๖๙๖] ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีความเพียรเครื่องเผากิเลส มีสัมปชัญญะมีสติ พิจารณาเห็นธรรม
ในธรรมทั้งหลายอยู่ พึงกำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้ นี้เรียกว่าทางที่จะให้ถึง
อสังขตะ ... ฯ
[๖๙๗] ... ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมยังความพอใจให้เกิดขึ้น พยายามปรารภความเพียร ประคองจิต ตั้งจิตไว้
เพื่อยังธรรมอันเป็นบาปอกุศลที่ยังไม่เกิดไม่ให้เกิดขึ้น นี้เรียกว่าทางที่จะให้ถึงอสังขตะ ... ฯ