[๒๑๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เทวดาและมนุษย์เป็นผู้มีรูปเป็นที่มายินดี เป็นผู้ยินดีแล้ว
ในรูป เป็นผู้เพลิดเพลินแล้วในรูป เพราะรูปแปรปรวน คลายไปและดับไป เทวดาและมนุษย์
ทั้งหลายย่อมอยู่เป็นทุกข์ เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายเป็นผู้มีเสียงเป็นที่มายินดี ... เป็นผู้มีกลิ่น
เป็นที่มายินดี ... เป็นผู้มีรสเป็นที่มายินดี ...เป็นผู้มีโผฏฐัพพะเป็นที่มายินดี... เป็นผู้มีธรรมารมณ์
เป็นที่มายินดี เป็นผู้ยินดีแล้วในธรรมารมณ์ เป็นผู้เพลิดเพลินแล้วในธรรมารมณ์ เพราะ
ธรรมารมณ์แปรปรวน คลายไปและดับไป เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายย่อมอยู่เป็นทุกข์ ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย ส่วนตถาคตผู้อรหันต์ตรัสรู้เองโดยชอบ รู้แจ้งแล้วซึ่งความเกิดขึ้นความดับไป คุณ
โทษ และอุบายเป็นเครื่องสลัดออกแห่งรูปทั้งหลาย ไม่เป็นผู้มีรูปเป็นที่มายินดี ไม่เป็นผู้ยินดี
แล้วในรูป ไม่เป็นผู้เพลิดเพลินแล้วในรูปเพราะรูปแปรปรวน คลายไปและดับไป ตถาคต
ย่อมอยู่เป็นสุข ตถาคตผู้อรหันต์ตรัสรู้เองโดยชอบ รู้แจ้งแล้วซึ่งความเกิดขึ้น ความดับไป
คุณ โทษ และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งเสียง ... แห่งกลิ่น ... แห่งรส ... แห่งโผฏฐัพพะ ...
แห่งธรรมารมณ์ ตามความเป็นจริง ไม่เป็นผู้มีธรรมารมณ์เป็นที่มายินดี ไม่เป็นผู้ยินดีแล้วใน
ธรรมารมณ์ ไม่เป็นผู้เพลิดเพลินแล้วในธรรมารมณ์ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะธรรมารมณ์
แปรปรวนไป คลายไปและดับไป ตถาคตก็ย่อมอยู่เป็นสุข ฯ
จบสูตรที่ ๔
อัคคัยหสูตรที่ ๑