พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค (เล่ม 16)

[๖๔๙] ฯลฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลงจากภูเขาคิชฌกูฏ ได้เห็น
บุรุษมีอัณฑะใหญ่เท่าหม้อลอยอยู่ในเวหาส บุรุษนั้นแม้เมื่อเดินไปก็แบกอัณฑะนั้นไว้บนบ่า
แม้เมื่อนั่งก็ทับอัณฑะนั้นแหละ แร้งบ้าง กาบ้างนกตะกรุมบ้าง ต่างก็โผถลาตามจิก
ทึ้ง บุรุษนั้น ได้ยินว่า บุรุษนั้นส่งเสียงร้องครวญคราง ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์นี้
ได้เป็นผู้พิพากษาตัดสินอรรถคดีโกงอยู่ในพระนครราชคฤห์นี้เอง ฯลฯ ฯ
จบสูตรที่ ๑๐
จบปฐมวรรคที่ ๑
___________
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. อัฏฐิสูตร ๒. เปสิสูตร ๓. ปิณฑสูตร
๔. นิจฉวิสูตร ๕. อสิสูตร ๖. สัตติสูตร
๗. อุสุสูตร ๘. สูจิสูตรที่ ๑ ๙. สูจิสูตรที่ ๒
๑๐. อัณฑภารีสูตร ฯ
________
ทุติยวรรคที่ ๒
๑. กูปนิมุคคสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค (เล่ม 16)

[๖๕๐] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน กลันทกนิวาปสถาน เขตพระ
นครราชคฤห์ ฯลฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลงจากภูเขาคิชฌกูฏ ได้เห็น
บุรุษจมอยู่ในหลุมคูถจนมิดศีรษะ ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์นี้ได้เป็นคนทำชู้กับภรรยาของผู้
อื่น อยู่ในพระนครราชคฤห์นี้เอง ฯลฯ ฯ
จบสูตรที่ ๑
[พึงทำเปยยาลอย่างนั้น]
๒. คูถขาทิสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค (เล่ม 16)

[๖๕๑] ฯลฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลงมาจากภูเขาคิชฌกูฏ ได้
เห็นบุรุษผู้จมอยู่ในหลุมคูถ ใช้มือทั้งสองกอบคูถกิน ฯลฯดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์นี้ได้เป็น
พราหมณ์อยู่ในพระนครราชคฤห์นี้เอง พราหมณ์นั้นนิมนต์พระภิกษุสงฆ์ในพระศาสนาของพระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยภัตแล้ว เอาคูถใส่จนเต็มรางแล้ว ใช้ให้คนไปบอกเวลาแล้วกล่าวว่า
ท่านเจ้าข้า ขอพวกท่านจงฉันและจงนำไปจนพอแก่ความต้องการเถิด ฯลฯ ฯ
จบสูตรที่ ๒
๓. นิจฉวิตถีสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค (เล่ม 16)

[๖๕๒] ฯลฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลงมาจากภูเขาคิชฌกูฏ ได้
เห็นหญิงผู้ไม่มีผิวหนังลอยอยู่ในเวหาส แร้งบ้าง กาบ้าง นกตะกรุมบ้าง ต่างก็โผถลาตาม
จิก ทึ้ง หญิงนั้น ได้ยินว่าหญิงนั้นส่งเสียงร้องครวญคราง ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย หญิงนี้
ได้เป็นหญิงประพฤตินอกใจสามีอยู่ในพระนครราชคฤห์นี้เอง ฯลฯ ฯ
จบสูตรที่ ๓
๔. มังคุฬิตถีสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค (เล่ม 16)

[๖๕๓] ฯลฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลงจากภูเขาคิชฌกูฏ ได้
เห็นหญิงมีกลิ่นเหม็นน่าเกลียดลอยอยู่ในเวหาส แร้งบ้าง กาบ้างนกตะกรุมบ้าง ต่างก็
โผถลาตามจิก ทึ้ง หญิงนั้น ได้ยินว่า หญิงนั้นส่งเสียงร้องครวญคราง ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย
หญิงนี้ได้เป็นหญิงแม่มด อยู่ในพระนครราชคฤห์นี้เอง ฯลฯ ฯ
จบสูตรที่ ๔
๕. โอกิลินีสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค (เล่ม 16)

[๖๕๔] ฯลฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลงมาจากภูเขาคิชฌกูฏ ได้เห็น
หญิงผู้มีน้ำเหลืองไหลเยิ้มเต็มไปด้วยถ่านเพลิงลอยอยู่ในเวหาส ได้ยินว่า หญิงนั้นส่งเสียงร้อง
ครวญคราง ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลายหญิงนี้ได้เป็นพระอัครมเหสี ของพระเจ้ากาลิงค์ นางถูก
ความหึงครอบงำ ได้เอาเตาซึ่งเต็มด้วยถ่านเพลิงเทรดหญิงร่วมผัว ฯลฯ ฯ
จบสูตรที่ ๕
๖. สีสัจฉินนสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค (เล่ม 16)

[๖๕๕] ฯลฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลงมาจากภูเขาคิชฌกูฏ ได้
เห็นตัวกะพันธ์ไม่มีศีรษะ มีตาและปากอยู่ที่อก ลอยอยู่ในเวหาส แร้งบ้าง กาบ้าง นก
ตะกรุมบ้าง ต่างก็โผถลาตามจิก ทึ้ง ตัวกะพันธ์นั้น ได้ยินว่า ตัวกะพันธ์นั้นส่งเสียงร้อง
ครวญคราง ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลายสัตว์นี้ได้เป็นเพชฌฆาตผู้ฆ่าโจร ชื่อว่าหาริก อยู่ในพระ
นครราชคฤห์นี้เอง ฯลฯ ฯ
จบสูตรที่ ๖
๗. ภิกขุสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค (เล่ม 16)

[๖๕๖] ฯลฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลงมาจากภูเขาคิชฌกูฏ
ได้เห็นภิกษุลอยอยู่ในเวหาส ผ้าสังฆาฏิก็ดี บาตรก็ดี ประคตเอวก็ดี ร่างกายก็ดี ของ
ภิกษุนั้น อันไฟติดทั่วลุกโชติช่วงแล้ว ได้ยินว่า ภิกษุนั้นส่งเสียงร้องครวญคราง ฯลฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนี้ได้เป็นภิกษุผู้ชั่วช้าในศาสนาของพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า ฯลฯ ฯ
จบสูตรที่ ๗
๘. ภิกขุนีสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค (เล่ม 16)

[๖๕๗] ฯลฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลงมาจากภูเขาคิชฌกูฏ ได้
เห็นภิกษุณีลอยอยู่ในเวหาส ผ้าสังฆาฏิก็ดี บาตรก็ดี ประคตเอวก็ดี ร่างกายก็ดี ของ
ภิกษุณีนั้น อันไฟติดทั่วลุกโชติช่วงแล้ว ได้ยินว่าภิกษุณีนั้นส่งเสียงร้องครวญคราง ฯลฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณีนี้ได้เป็นภิกษุณีผู้ชั่วช้าในศาสนาของพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า ฯลฯ ฯ
จบสูตรที่ ๘
๙. สิกขมานาสูตร

พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค (เล่ม 16)

[๖๕๘] ฯลฯ ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้ตอบว่า เมื่อผมลงมาจากภูเขาคิชฌกูฏ ได้
เห็นสิกขมานาลอยอยู่ในเวหาส ผ้าสังฆาฏิก็ดี บาตรก็ดี ประคตเอวก็ดี ร่างกายก็ดี ของ
สิกขมานานั้น อันไฟติดทั่วลุกโชติช่วงแล้ว ได้ยินว่าสิกขมานานั้นส่งเสียงร้องครวญคราง
ฯลฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิกขมานานี้ได้เป็นสิกขมานาผู้ชั่วช้าในศาสนาของพระกัสสปสัมมา
สัมพุทธเจ้า ฯลฯ ฯ
จบสูตรที่ ๙
๑๐. สามเณรสูตร