พระวินัยปิฎก เล่ม ๒ มหาวิภังค์ ทุติภาค (เล่ม 2)
[๓๓๕] บทว่า บอก คือ ภิกษุประสงค์จะบอกแก่อนุปสัมบันว่า ข้าพเจ้าเข้าปฐม-
ฌานแล้ว แต่บอกว่า ข้าพเจ้าเข้าทุติยฌานแล้ว ดังนี้, เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
เมื่อไม่เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
... แต่บอกว่า ข้าพเจ้าเข้าตติยฌานแล้ว ดังนี้, เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
เมื่อไม่เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
... แต่บอกว่า ข้าพเจ้าเข้าจตุตถฌานแล้ว ... เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์. เมื่อไม่
เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
... แต่บอกว่า ข้าพเจ้าเข้าสุญญตวิโมกข์แล้ว ... เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
เมื่อไม่เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
... แต่บอกว่า ข้าพเจ้าเข้าอนิมิตตวิโมกข์แล้ว ... เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
เมื่อไม่เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
... แต่บอกว่า ข้าพเจ้าเข้าอัปปณิหิตวิโมกข์แล้ว ... เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
เมื่อไม่เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
... แต่บอกว่า ข้าพเจ้าเข้าสุญญตสมาธิแล้ว ... เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
เมื่อไม่เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
... แต่บอกว่า ข้าพเจ้าเข้าอนิมิตตสมาธิแล้ว ... เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
เมื่อไม่เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
... แต่บอกว่า ข้าพเจ้าเข้าอัปปณิหิตสมาธิแล้ว ... เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
เมื่อไม่เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
... แต่บอกว่า ข้าพเจ้าเข้าสุญญตสมาบัติแล้ว ... เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
เมื่อไม่เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
... แต่บอกว่า ข้าพเจ้าเข้าอนิมิตตสมาบัติแล้ว ... เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
เมื่อไม่เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
... แต่บอกว่า ข้าพเจ้าเข้าอัปปณิหิตสมาบัติแล้ว ... เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
เมื่อไม่เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
... แต่บอกว่า ข้าพเจ้าเข้าวิชชา ๓ แล้ว ... เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์. เมื่อไม่
เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
... แต่บอกว่า ข้าพเจ้าเข้าสติปัฏฐาน ๔ แล้ว ... เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
เมื่อไม่เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
... แต่บอกว่า ข้าพเจ้าเข้าสัมมัปปธาน ๔ แล้ว ... เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
เมื่อไม่เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
... แต่บอกว่า ข้าพเจ้าเข้าอิทธิบาท ๔ แล้ว ... เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
เมื่อไม่เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
... แต่บอกว่า ข้าพเจ้าเข้าอินทรีย์ ๕ แล้ว ... เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
เมื่อไม่เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
... แต่บอกว่า ข้าพเจ้าเข้าพละ ๕ แล้ว ... เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
เมื่อไม่เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
... แต่บอกว่า ข้าพเจ้าเข้าโพชฌงค์ ๗ แล้ว ... เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
เมื่อไม่เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
... แต่บอกว่า ข้าพเจ้าเข้าอริยมรรคมีองค์ ๘ แล้ว ... เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
เมื่อไม่เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
... แต่บอกว่า ข้าพเจ้าเข้าโสดาปัตติผลแล้ว ... เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
เมื่อไม่เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
... แต่บอกว่า ข้าพเจ้าเข้าสกทาคามิผลแล้ว ... เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
เมื่อไม่เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
... แต่บอกว่า ข้าพเจ้าเข้าอนาคามิผลแล้ว ... เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์. เมื่อไม่
เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
... แต่บอกว่า ข้าพเจ้าเข้าอรหัตผลแล้ว ... เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์. เมื่อไม่-
เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
... แต่บอกว่า ราคะข้าพเจ้าสละแล้ว คายแล้ว ปล่อยแล้ว ละแล้ว สลัดแล้ว
เพิกแล้ว ถอนแล้ว ดังนี้, เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์. เมื่อไม่เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
... แต่บอกว่า โทสะข้าพเจ้าสละแล้ว ..., เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์. เมื่อไม่-
เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
... แต่บอกว่า โมหะข้าพเจ้าสละแล้ว ..., เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์. เมื่อไม่-
เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
... แต่บอกว่า จิตของข้าพเจ้าเปิดจากราคะ ..., เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์. เมื่อไม่
เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
... แต่บอกว่า จิตของข้าพเจ้าเปิดจากโทสะ ..., เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
เมื่อไม่เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
... แต่บอกว่า จิตของข้าพเจ้าเปิดจากโมหะ ..., เมื่อเขาเข้าใจ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
เมื่อไม่เข้าใจ, ต้องอาบัติทุกกฏ.
ประสงค์จะบอกเข้าทุติยฌาน