พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค หน้าที่ 453 (เล่ม 18)

๒. ทุติยวรรค
หมวดที่ ๒
๑. อสังขตสูตร
ว่าด้วยอสังขตธรรม
[๓๗๗] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงอสังขตธรรม (สิ่ง
ที่ปัจจัยปรุงแต่งไม่ได้) และทางที่ให้ถึงอสังขตธรรมแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลาย
จงฟัง
อสังขตธรรม คืออะไร
คือ ความสิ้นราคะ ความสิ้นโทสะ และความสิ้นโมหะ
นี้เราเรียกว่า อสังขตธรรม
ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม คืออะไร
คือ สมถะ
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม
อสังขตธรรมเราได้แสดงแล้วและทางที่ให้ถึงอสังขตธรรมเราได้แสดงแล้วแก่เธอ
ทั้งหลายอย่างนี้ กิจใดที่ศาสดาผู้แสวงหาประโยชน์เกื้อกูล ผู้อนุเคราะห์ พึงอาศัย
ความอนุเคราะห์กระทำแก่สาวกทั้งหลาย กิจนั้นเราก็ได้กระทำแล้วแก่เธอทั้งหลาย
ภิกษุทั้งหลาย นั่นโคนไม้ นั่นเรือนว่าง เธอทั้งหลายจงเพ่งพินิจ อย่าประมาท
อย่าได้มีความร้อนใจในภายหลัง นี้เป็นคำพร่ำสอนสำหรับเธอทั้งหลายของเรา (๑)
ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงอสังขตธรรมและทางที่ให้ถึงอสังขตธรรมแก่เธอ
ทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง
อสังขตธรรม คืออะไร
คือ ความสิ้นราคะ ความสิ้นโทสะ และความสิ้นโมหะ
นี้เราเรียกว่า อสังขตธรรม

453
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค หน้าที่ 454 (เล่ม 18)

ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม คืออะไร
คือ วิปัสสนา
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม
อสังขตธรรมเราได้แสดงแล้ว ฯลฯ นี้เป็นคำพร่ำสอนสำหรับเธอทั้งหลายของเรา (๒)
ภิกษุทั้งหลาย ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม คืออะไร
คือ สวิตักกสวิจารสมาธิ (สมาธิที่มีวิตกมีวิจาร)
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ
ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม คืออะไร
คือ อวิตักกวิจารสมาธิ (สมาธิที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร)
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ
ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม คืออะไร
คือ อวิตักกอวิจารสมาธิ (สมาธิที่ไม่มีวิตกไม่มีวิจาร)
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ (๓๕)
ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม คืออะไร
คือ สุญญตสมาธิ
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ
ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม คืออะไร
คือ อนิมิตตสมาธิ
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ
ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม คืออะไร
คือ อัปปณิหิตสมาธิ
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ (๖๘)

454
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค หน้าที่ 455 (เล่ม 18)

ภิกษุทั้งหลาย ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม เป็นอย่างไร
คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้พิจารณาเห็นกายในกายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ
มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกได้
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ
ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม เป็นอย่างไร
คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลายอยู่ ฯลฯ
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ
ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม เป็นอย่างไร
คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้พิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่ ฯลฯ
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ
ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม เป็นอย่างไร
คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้พิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลาย๑ อยู่ ฯลฯ
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ (๙๑๒)
ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม เป็นอย่างไร
คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้สร้างฉันทะ พยายาม ปรารภความเพียร ประคองจิต
มุ่งมั่น๒ เพื่อป้องกันธรรมที่เป็นบาปอกุศลที่ยังไม่เกิดมิให้เกิดขึ้น
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ
เชิงอรรถ :
๑ ธรรมทั้งหลาย ในที่นี้หมายถึงนิวรณ์ ๕ อุปาทานขันธ์ ๕ อายตนะภายใน ๖ อายตนะภายนอก ๖
โพชฌงค์ ๗ และอริยสัจ ๔ (องฺ.เอกก.อ. ๑/๓๙๐/๔๔๐)
๒ สร้างฉันทะ หมายถึงสร้างความพอใจใคร่จะทำกุศล พยายาม หมายถึงทำความเพียรบากบั่น ปรารภ
ความเพียร หมายถึงบำเพ็ญเพียรทั้งทางกายและทางใจ ประคองจิต หมายถึงยกจิตขึ้นพร้อมๆ กับ
ความเพียรทางกายและจิต มุ่งมั่น หมายถึงทำความเพียรเป็นหลักใหญ่ (องฺ.เอกก.อ. ๑/๓๙๔/๔๔๐)
ได้แก่สัมมัปปธาน ๔ ประการ (ดู องฺ.จตุกฺก. ๒๑/๖๙/๘๔๘๘)

455
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค หน้าที่ 456 (เล่ม 18)

ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม เป็นอย่างไร
คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้สร้างฉันทะ พยายาม ปรารภความเพียร ประคองจิต
มุ่งมั่นเพื่อละธรรมที่เป็นบาปอกุศลที่เกิดขึ้นแล้ว
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ
ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม เป็นอย่างไร
คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้สร้างฉันทะ พยายาม ปรารภความเพียร ประคองจิต
มุ่งมั่นเพื่อทำกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ
ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม เป็นอย่างไร
คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้สร้างฉันทะ พยายาม ปรารภความเพียร ประคองจิต
มุ่งมั่นเพื่อความดำรงอยู่ ไม่เลือนหาย ภิญโญภาพ ไพบูลย์ เจริญเต็มที่แห่งกุศล-
ธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ (๑๓๑๖)
ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม เป็นอย่างไร
คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยฉันทสมาธิปธานสังขาร๑
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ
ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม เป็นอย่างไร
คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยวีริยสมาธิปธานสังขาร
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ
เชิงอรรถ :
๑ ฉันทสมาธิ หมายถึงสมาธิที่เกิดจากฉันทะ ปธานสังขาร หมายถึงความเพียรที่มุ่งมั่น (ปธาน) คำว่า
ฉันทสมาธิปธานสังขาร จึงหมายถึงสมาธิที่เกิดจากฉันทะและความเพียรที่มุ่งมั่น วิริยสมาธิ จิตตสมาธิ
และวีมังสาสมาธิ ก็มีอรรถาธิบายเช่นเดียวกัน (องฺ.เอกก.อ. ๑/๓๙๘/๔๔๕)

456
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค หน้าที่ 457 (เล่ม 18)

ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม เป็นอย่างไร
คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยจิตตสมาธิปธานสังขาร
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ
ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม เป็นอย่างไร
คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญอิทธิบาทที่ประกอบด้วยวีมังสาสมาธิปธานสังขาร
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ (๑๗๒๐)
ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม เป็นอย่างไร
คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญสัทธินทรีย์อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ
น้อมไปในการสละ
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ
ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม เป็นอย่างไร
คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญวีริยินทรีย์อันอาศัยวิเวก ฯลฯ
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ
ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม เป็นอย่างไร
คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญสตินทรีย์ ฯลฯ
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ
ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม เป็นอย่างไร
คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญสมาธินทรีย์ ฯลฯ
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ
ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม เป็นอย่างไร
คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญปัญญินทรีย์อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ
น้อมไปในการสละ
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ (๒๑๒๕)

457
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค หน้าที่ 458 (เล่ม 18)

ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม เป็นอย่างไร
คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญสัทธาพละอันอาศัยวิเวก ฯลฯ
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ
ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม เป็นอย่างไร
คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญวีริยพละ ฯลฯ
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ
ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม เป็นอย่างไร
คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญสติพละ ฯลฯ
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ
ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม เป็นอย่างไร
คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญสมาธิพละ ฯลฯ
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ
ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม เป็นอย่างไร
คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญปัญญาพละอันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ
น้อมไปในการสละ
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ (๒๖๓๐)
ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม เป็นอย่างไร
คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญสติสัมโพชฌงค์อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัย
นิโรธ น้อมไปในการสละ
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ
ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม เป็นอย่างไร
คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ ฯลฯ เจริญวีริยสัมโพชฌงค์
ฯลฯ เจริญปีติสัมโพชฌงค์ ฯลฯ เจริญปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ ฯลฯ เจริญ

458
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค หน้าที่ 459 (เล่ม 18)

สมาธิสัมโพชฌงค์ ฯลฯ เจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ
อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ (๓๑๓๗)
ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม เป็นอย่างไร
คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญสัมมาทิฏฐิอันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัย
นิโรธ น้อมไปในการสละ
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ
ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม เป็นอย่างไร
คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญสัมมาสังกัปปะ ฯลฯ เจริญสัมมาวาจา ฯลฯ
เจริญสัมมากัมมันตะ ฯลฯ เจริญสัมมาอาชีวะ ฯลฯ เจริญสัมมาวายามะ ฯลฯ
เจริญสัมมาสติ ฯลฯ
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม ฯลฯ
ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม เป็นอย่างไร
คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญสัมมาสมาธิอันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัย
นิโรธ น้อมไปในการสละ
นี้เราเรียกว่า ทางที่ให้ถึงอสังขตธรรม
ภิกษุทั้งหลาย อสังขตธรรมเราได้แสดงแล้วและทางที่ให้ถึงอสังขตธรรมเราได้
แสดงแล้วแก่เธอทั้งหลายอย่างนี้ กิจใดที่ศาสดาผู้แสวงหาประโยชน์เกื้อกูล ผู้อนุเคราะห์
พึงอาศัยความอนุเคราะห์กระทำแก่สาวกทั้งหลาย กิจนั้นเราก็ได้กระทำแล้วแก่เธอ
ทั้งหลาย ภิกษุทั้งหลาย นั่นโคนไม้ นั่นเรือนว่าง เธอทั้งหลายจงเพ่งพินิจ อย่า
ประมาท อย่าได้มีความร้อนใจในภายหลัง นี้เป็นคำพร่ำสอนสำหรับเธอทั้งหลาย
ของเรา” (๓๘๔๕)
อสังขตสูตรที่ ๑ จบ

459
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค หน้าที่ 460 (เล่ม 18)

๒. อนตสูตร๑
ว่าด้วยความไม่น้อมไป
[๓๗๘] “ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงความไม่น้อมไป๒ และทางที่ให้ถึงความไม่
น้อมไปแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง
ความไม่น้อมไป เป็นอย่างไร ฯลฯ
(พึงขยายความให้พิสดารเหมือนอสังขตสูตร)
อนตสูตรที่ ๒ จบ
๓๓๒. อนาสวาทิสูตร
ว่าด้วยธรรมอันหาอาสวะมิได้เป็นต้น
[๓๗๙๔๐๘] “ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมอันหาอาสวะมิได้และทางที่
ให้ถึงธรรมอันหาอาสวะมิได้แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง
ธรรมอันหาอาสวะมิได้ เป็นอย่างไร ฯลฯ
ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงสัจจธรรมและทางที่ให้ถึงสัจจธรรมแก่เธอทั้งหลาย
เธอทั้งหลายจงฟัง
สัจจธรรม เป็นอย่างไร ฯลฯ
ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมที่เป็นฝั่งและทางที่ให้ถึงธรรมที่เป็นฝั่งแก่เธอ
ทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง
ธรรมที่เป็นฝั่ง เป็นอย่างไร ฯลฯ
เชิงอรรถ :
๑ ฉบับโรมันและสยามรัฐ เป็น อนฺตสุตฺต ว่าด้วยที่สุด
๒ ความไม่น้อมไป ในที่นี้แปลจากคำบาลีว่า %“อนต”% อรรถกถาแก้ว่า %อนตนฺติ ตณฺหานติยา อภาเวน อนตํ
ที่ชื่อว่าอนตะ เพราะไม่มีความน้อมไปคือตัณหา% (สํ.สฬา.อ. ๓/๓๗๗๔๐๙/๑๗๔)

460
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค หน้าที่ 461 (เล่ม 18)

ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมที่ละเอียดอ่อนและทางที่ให้ถึงธรรมที่ละเอียด
อ่อนแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง
ธรรมที่ละเอียดอ่อน เป็นอย่างไร ฯลฯ
ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมที่เห็นได้ยากยิ่งและทางที่ให้ถึงธรรมที่เห็นได้
ยากยิ่งแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง
ธรรมที่เห็นได้ยากยิ่ง เป็นอย่างไร ฯลฯ
ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมที่ไม่คร่ำครึและทางที่ให้ถึงธรรมที่ไม่คร่ำครึ
แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง
ธรรมที่ไม่คร่ำครึ เป็นอย่างไร ฯลฯ
ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมที่ยั่งยืนและทางที่ให้ถึงธรรมที่ยั่งยืนแก่เธอ
ทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง
ธรรมที่ยั่งยืน เป็นอย่างไร ฯลฯ
ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมที่ไม่เสื่อมสลายและทางที่ให้ถึงธรรมที่ไม่
เสื่อมสลายแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง
ธรรมที่ไม่เสื่อมสลาย เป็นอย่างไร ฯลฯ
ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมที่ใครๆ ไม่พึงเห็น (ด้วยจักขุวิญญาณ)
และทางที่ให้ถึงธรรมที่ใครๆ ไม่พึงเห็นแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง
ธรรมที่ใครๆ ไม่พึงเห็น เป็นอย่างไร ฯลฯ
ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมที่ไม่มีกิเลสเครื่องปรุงแต่ง (ตัณหา มานะ และ
ทิฏฐิ) และทางที่ให้ถึงธรรมที่ไม่มีกิเลสเครื่องปรุงแต่งแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง
ธรรมที่ไม่มีกิเลสเครื่องปรุงแต่ง เป็นอย่างไร ฯลฯ

461
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค หน้าที่ 462 (เล่ม 18)

ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมที่สงบและทางที่ให้ถึงธรรมที่สงบแก่เธอทั้งหลาย
เธอทั้งหลายจงฟัง
ธรรมที่สงบ เป็นอย่างไร ฯลฯ
ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงอมตธรรมและทางที่ให้ถึงอมตธรรมแก่เธอทั้งหลาย
เธอทั้งหลายจงฟัง
อมตธรรม เป็นอย่างไร ฯลฯ
ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมที่ประณีตและทางที่ให้ถึงธรรมที่ประณีตแก่
เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง
ธรรมที่ประณีต เป็นอย่างไร ฯลฯ
ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมที่ปลอดภัยและทางที่ให้ถึงธรรมที่ปลอดภัย
แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง
ธรรมที่ปลอดภัย เป็นอย่างไร ฯลฯ
ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมที่เกษมและทางที่ให้ถึงธรรมที่เกษมแก่เธอ
ทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง
ธรรมที่เกษม เป็นอย่างไร ฯลฯ
ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมเป็นที่สิ้นตัณหาและทางที่ให้ถึงธรรมเป็นที่สิ้น
ตัณหาแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง
ธรรมเป็นที่สิ้นตัณหา เป็นอย่างไร ฯลฯ
ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมที่น่าอัศจรรย์และทางที่ให้ถึงธรรมที่น่าอัศจรรย์
แก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง
ธรรมที่น่าอัศจรรย์ เป็นอย่างไร ฯลฯ
ภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมที่ไม่เคยปรากฏและทางที่ให้ถึงธรรมที่ไม่เคย
ปรากฏแก่เธอทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง
ธรรมที่ไม่เคยปรากฏ เป็นอย่างไร ฯลฯ

462