พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค หน้าที่ 323 (เล่ม 18)

๑. มีศรัทธา ๒. มีหิริ
๓. มีโอตตัปปะ ๔. ไม่ผูกโกรธ
๕. มีปัญญา
อนุรุทธะ มาตุคามประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล หลังจากตายแล้ว
จะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์”
อนุปนาหีสูตรที่ ๒ จบ
๓. อนิสสุกีสูตร
ว่าด้วยมาตุคามผู้ไม่ริษยา
[๒๙๖] “อนุรุทธะ มาตุคามประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ หลังจากตาย
แล้วจะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์
ธรรม ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. มีศรัทธา ๒. มีหิริ
๓. มีโอตตัปปะ ๔. ไม่ริษยา
๕. มีปัญญา ฯลฯ
อนิสสุกีสูตรที่ ๓ จบ
๔. อมัจฉรีสูตร
ว่าด้วยมาตุคามผู้ไม่ตระหนี่
[๒๙๗] “…
๔. ไม่ตระหนี่ ๕. มีปัญญา ฯลฯ๑
อมัจฉรีสูตรที่ ๔ จบ
เชิงอรรถ :
๑ ดูเนื้อความเต็มในข้อ ๒๙๔ (อักโกธนสูตร) หน้า ๓๒๒ ในเล่มนี้

323
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค หน้าที่ 324 (เล่ม 18)

๕. อนติจารีสูตร
ว่าด้วยมาตุคามผู้ไม่ประพฤตินอกใจ
[๒๙๘] “…
๔. ไม่ประพฤตินอกใจ ๕. มีปัญญา ฯลฯ๑
อนติจารีสูตรที่ ๕ จบ
๖. สุสีลสูตร
ว่าด้วยมาตุคามผู้มีศีลดี
[๒๙๙] “…
๔. มีศีล ๕. มีปัญญา ฯลฯ๒
สุสีลสูตรที่ ๖ จบ
๗. พหุสสุตสูตร
ว่าด้วยมาตุคามผู้มีการฟังมาก
[๓๐๐] “…
๔. มีการฟังมาก ๕. มีปัญญา ฯลฯ๓
พหุสสุตสูตรที่ ๗ จบ
๘. อารัทธวีริยสูตร
ว่าด้วยมาตุคามผู้ปรารภความเพียร
[๓๐๑] “…
๔. ปรารภความเพียร ๕. มีปัญญา ฯลฯ๔
อารัทธวีริยสูตรที่ ๘ จบ
เชิงอรรถ :
๑๔ ดูเนื้อความเต็มในข้อ ๒๙๔ (อักโกธนสูตร) หน้า ๓๒๒ ในเล่มนี้

324
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค หน้าที่ 325 (เล่ม 18)

๙. อุปัฏฐิตัสสติสูตร
ว่าด้วยมาตุคามผู้มีสติตั้งมั่น
[๓๐๒] “…
๔. มีสติตั้งมั่น ๕. มีปัญญา ฯลฯ๑
อนุรุทธะ มาตุคามประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล หลังจากตายแล้ว
จะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์”
อุปัฏฐิตัสสติสูตรที่ ๙ จบ
ทั้ง ๘ สูตรนี้กล่าวไว้ย่อๆ
๑๐. ปัญจสีลสูตร
ว่าด้วยมาตุคามผู้มีศีล ๕
[๓๐๓] “อนุรุทธะ มาตุคามประกอบด้วยธรรม ๕ ประการ หลังจากตายแล้ว
จะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์
ธรรม ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์
๒. เว้นขาดจากการลักทรัพย์
๓. เว้นขาดจากการประพฤติผิดในกาม
๔. เว้นขาดจากการพูดเท็จ
๕. เว้นขาดจากการเสพของมึนเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นเหตุแห่ง
ความประมาท
อนุรุทธะ มาตุคามประกอบด้วยธรรม ๕ ประการนี้แล หลังจากตายแล้ว
จะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์”
ปัญจสีลสูตรที่ ๑๐ จบ
ทุติยเปยยาลวรรค จบ
เชิงอรรถ :
๑ ดูเนื้อความเต็มในข้อ ๒๙๔ (อักโกธนสูตร) หน้า ๓๒๒ ในเล่มนี้

325
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค หน้าที่ 326 (เล่ม 18)

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. อักโกธนสูตร ๒. อนุปนาหีสูตร
๓. อนิสสุกีสูตร ๔. อมัจฉรีสูตร
๕. อนติจารีสูตร ๖. สุสีลสูตร
๗. พหุสสุตสูตร ๘. อารัทธวีริยสูตร
๙. อุปัฏฐิตัสสติสูตร ๑๐. ปัญจสีลสูตร

326
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค หน้าที่ 327 (เล่ม 18)

๓. พลวรรค
หมวดว่าด้วยกำลัง
๑. วิสารทสูตร
ว่าด้วยมาตุคามผู้แกล้วกล้า
[๓๐๔] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย กำลังของมาตุคาม ๕ ประการนี้
กำลัง ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. กำลังรูป ๒. กำลังทรัพย์
๓. กำลังญาติ ๔. กำลังบุตร
๕. กำลังศีล
กำลังของมาตุคาม ๕ ประการนี้
ภิกษุทั้งหลาย มาตุคามประกอบด้วยกำลัง ๕ ประการนี้แล ย่อมแกล้วกล้า
อยู่ครองเรือน”
วิสารทสูตรที่ ๑ จบ
๒. ปสัยหสูตร
ว่าด้วยมาตุคามที่ครอบงำสามี
[๓๐๕] “ภิกษุทั้งหลาย กำลังของมาตุคาม ๕ ประการนี้
กำลัง ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. กำลังรูป ๒. กำลังทรัพย์
๓. กำลังญาติ ๔. กำลังบุตร
๕. กำลังศีล
กำลังของมาตุคาม ๕ ประการนี้
ภิกษุทั้งหลาย มาตุคามประกอบด้วยกำลัง ๕ ประการนี้แล ย่อมครอบงำ
สามีอยู่ครองเรือน”
ปสัยหสูตรที่ ๒ จบ

327
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค หน้าที่ 328 (เล่ม 18)

๓. อภิภุยยสูตร
ว่าด้วยมาตุคามที่ครองใจสามี
[๓๐๖] “ภิกษุทั้งหลาย กำลังของมาตุคาม ๕ ประการนี้
กำลัง ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. กำลังรูป ๒. กำลังทรัพย์
๓. กำลังญาติ ๔. กำลังบุตร
๕. กำลังศีล
กำลังของมาตุคาม ๕ ประการนี้
ภิกษุทั้งหลาย มาตุคามประกอบด้วยกำลัง ๕ ประการนี้แล ย่อมครองใจสามี”
อภิภุยยสูตรที่ ๓ จบ
๔. เอกสูตร
ว่าด้วยกำลังที่เป็นเอก
[๓๐๗] “ภิกษุทั้งหลาย บุรุษประกอบด้วยกำลังที่เป็นเอก ย่อมครองใจ
มาตุคามได้
กำลังที่เป็นเอก คืออะไร
คือ กำลังคือความเป็นใหญ่
มาตุคามถูกกำลังคือความเป็นใหญ่ครอบงำแล้ว กำลังรูปก็ต้านทานไม่ได้
กำลังทรัพย์ก็ต้านทานไม่ได้ กำลังญาติก็ต้านทานไม่ได้ กำลังบุตรก็ต้านทานไม่ได้
กำลังศีลก็ต้านทานไม่ได้”
เอกสูตรที่ ๔ จบ
๕. อังคสูตร
ว่าด้วยองค์ประกอบของมาตุคาม
[๓๐๘] “ภิกษุทั้งหลาย กำลังของมาตุคาม ๕ ประการนี้

328
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค หน้าที่ 329 (เล่ม 18)

กำลัง ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. กำลังรูป ๒. กำลังทรัพย์
๓. กำลังญาติ ๔. กำลังบุตร
๕. กำลังศีล
มาตุคามประกอบด้วยกำลังรูป แต่ไม่ประกอบด้วยกำลังทรัพย์ มาตุคามนั้น
ชื่อว่ายังไม่บริบูรณ์ด้วยองค์ประกอบนั้นอย่างนี้
แต่เมื่อมาตุคามประกอบด้วยกำลังรูปและกำลังทรัพย์ มาตุคามนั้นชื่อว่าบริบูรณ์
ด้วยองค์ประกอบนั้นอย่างนี้
มาตุคามประกอบด้วยกำลังรูปและกำลังทรัพย์ แต่ไม่ประกอบด้วยกำลังญาติ
มาตุคามนั้นชื่อว่ายังไม่บริบูรณ์ด้วยองค์ประกอบนั้นอย่างนี้
แต่เมื่อมาตุคามประกอบด้วยกำลังรูป กำลังทรัพย์และกำลังญาติ มาตุคามนั้น
ชื่อว่าบริบูรณ์ด้วยองค์ประกอบนั้นอย่างนี้ มาตุคามประกอบด้วยกำลังรูป กำลัง
ทรัพย์ และกำลังญาติ แต่ไม่ประกอบด้วยกำลังบุตร มาตุคามนั้นชื่อว่ายังไม่
บริบูรณ์ด้วยองค์ประกอบนั้นอย่างนี้
แต่เมื่อมาตุคามประกอบด้วยกำลังรูป กำลังทรัพย์ กำลังญาติ และกำลังบุตร
มาตุคามนั้นชื่อว่าบริบูรณ์ด้วยองค์ประกอบนั้นอย่างนี้
มาตุคามประกอบด้วยกำลังรูป กำลังทรัพย์ กำลังญาติ และกำลังบุตร แต่
ไม่ประกอบด้วยกำลังศีล มาตุคามนั้นชื่อว่ายังไม่บริบูรณ์ด้วยองค์ประกอบนั้น
อย่างนี้
แต่เมื่อมาตุคามประกอบด้วยกำลังรูป กำลังทรัพย์ กำลังญาติ กำลังบุตร
และกำลังศีล มาตุคามนั้นชื่อว่าเป็นผู้บริบูรณ์ด้วยองค์ประกอบนั้นอย่างนี้
ภิกษุทั้งหลาย กำลังของมาตุคาม ๕ ประการนี้แล”
อังคสูตรที่ ๕ จบ

329
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค หน้าที่ 330 (เล่ม 18)

๖. นาเสนติสูตร
ว่าด้วยมาตุคามที่จะถูกญาติทำให้พินาศ
[๓๐๙] “ภิกษุทั้งหลาย กำลังของมาตุคาม ๕ ประการนี้
กำลัง ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. กำลังรูป ๒. กำลังทรัพย์
๓. กำลังญาติ ๔. กำลังบุตร
๕. กำลังศีล
มาตุคามประกอบด้วยกำลังรูป แต่ไม่ประกอบด้วยกำลังศีล พวกญาติย่อม
ให้มาตุคามนั้นพินาศไป คือ ไม่ให้อยู่ในตระกูล
มาตุคามประกอบด้วยกำลังรูปและกำลังทรัพย์ แต่ไม่ประกอบด้วยกำลังศีล
พวกญาติย่อมให้มาตุคามนั้นพินาศไป คือ ไม่ให้อยู่ในตระกูล
มาตุคามประกอบด้วยกำลังรูป กำลังทรัพย์ และกำลังญาติ แต่ไม่ประกอบ
ด้วยกำลังศีล พวกญาติย่อมให้มาตุคามนั้นพินาศไป คือ ไม่ให้อยู่ในตระกูล
มาตุคามประกอบด้วยกำลังรูป กำลังทรัพย์ กำลังญาติ และกำลังบุตร แต่
ไม่ประกอบด้วยกำลังศีล พวกญาติย่อมให้มาตุคามนั้นพินาศไป คือ ไม่ให้อยู่ใน
ตระกูล
ภิกษุทั้งหลาย แต่มาตุคามประกอบด้วยกำลังรูป กำลังทรัพย์ กำลังญาติ
กำลังบุตร และกำลังศีล พวกญาติย่อมให้มาตุคามนั้นอยู่ในตระกูล คือ ไม่ให้
พินาศไป
ภิกษุทั้งหลาย ส่วนมาตุคามประกอบด้วยกำลังศีล แต่ไม่ประกอบด้วยกำลังรูป
พวกญาติย่อมให้มาตุคามนั้นอยู่ในตระกูล คือ ไม่ให้พินาศไป
มาตุคามประกอบด้วยกำลังศีล แต่ไม่ประกอบด้วยกำลังทรัพย์ พวกญาติ
ย่อมให้มาตุคามนั้นอยู่ในตระกูล คือ ไม่ให้พินาศไป
มาตุคามประกอบด้วยกำลังศีล แต่ไม่ประกอบด้วยกำลังญาติ พวกญาติย่อม
ให้มาตุคามนั้นอยู่ในตระกูล คือ ไม่ให้พินาศไป

330
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค หน้าที่ 331 (เล่ม 18)

มาตุคามประกอบด้วยกำลังศีล แต่ไม่ประกอบด้วยกำลังบุตร พวกญาติย่อม
ให้มาตุคามนั้นอยู่ในตระกูล คือ ไม่ให้พินาศไป
ภิกษุทั้งหลาย กำลังของมาตุคาม ๕ ประการนี้แล”
นาเสนติสูตรที่ ๖ จบ
๗. เหตุสูตร
ว่าด้วยเหตุที่ทำให้มาตุคามไปเกิดในสุคติ
[๓๑๐] “ภิกษุทั้งหลาย กำลังของมาตุคาม ๕ ประการนี้
กำลัง ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. กำลังรูป ๒. กำลังทรัพย์
๓. กำลังญาติ ๔. กำลังบุตร
๕. กำลังศีล
ภิกษุทั้งหลาย มาตุคามหลังจากตายแล้วจะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์เพราะ
กำลังรูปเป็นเหตุหรือเพราะกำลังทรัพย์เป็นเหตุ เพราะกำลังญาติเป็นเหตุหรือเพราะ
กำลังบุตรเป็นเหตุก็หามิได้ แต่มาตุคามหลังจากตายแล้วจะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์
ได้ ก็เพราะกำลังศีลเป็นเหตุ
ภิกษุทั้งหลาย กำลังของมาตุคาม ๕ ประการนี้แล”
เหตุสูตรที่ ๗ จบ
๘. ฐานสูตร
ว่าด้วยฐานะที่มาตุคามได้ยากและได้ง่าย
[๓๑๑] “ภิกษุทั้งหลาย ฐานะ ๕ ประการนี้ ที่มาตุคามผู้ไม่ได้ทำบุญไว้ได้
โดยยาก

331
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๑๐ สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค หน้าที่ 332 (เล่ม 18)

ฐานะ ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. ขอเราพึงเกิดในตระกูลที่เหมาะสม นี้เป็นฐานะข้อที่ ๑ ที่มาตุคาม
ผู้ไม่ได้ทำบุญไว้ได้โดยยาก
๒. ครั้นเกิดในตระกูลที่เหมาะสมแล้ว ขอเราพึงไปสู่ตระกูลที่เหมาะสม
นี้เป็นฐานะข้อที่ ๒ ที่มาตุคามผู้ไม่ได้ทำบุญไว้ได้โดยยาก
๓. ครั้นเกิดในตระกูลที่เหมาะสม ไปสู่ตระกูลที่เหมาะสมแล้ว ขอเรา
พึงอยู่ครองเรือนไม่มีหญิงร่วมสามี นี้เป็นฐานะข้อที่ ๓ ที่มาตุคาม
ผู้ไม่ได้ทำบุญไว้ได้โดยยาก
๔. ครั้นเกิดในตระกูลที่เหมาะสม ไปสู่ตระกูลที่เหมาะสมแล้ว อยู่
ครองเรือนไม่มีหญิงร่วมสามี ขอเราพึงมีบุตร นี้เป็นฐานะข้อที่ ๔
ที่มาตุคามผู้ไม่ได้ทำบุญไว้ได้โดยยาก
๕. ครั้นเกิดในตระกูลที่เหมาะสม ไปสู่ตระกูลที่เหมาะสมแล้ว อยู่
ครองเรือนไม่มีหญิงร่วมสามี มีบุตร ขอเราพึงครองใจสามี นี้เป็น
ฐานะข้อที่ ๕ ที่มาตุคามผู้ไม่ได้ทำบุญไว้ได้โดยยาก
ภิกษุทั้งหลาย ฐานะ ๕ ประการนี้แล ที่มาตุคามผู้ไม่ได้ทำบุญไว้ได้โดยยาก
ภิกษุทั้งหลาย ฐานะ ๕ ประการนี้ มาตุคามผู้ได้ทำบุญไว้ได้โดยง่าย
ฐานะ ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ
๑. ขอเราพึงเกิดในตระกูลที่เหมาะสม นี้เป็นฐานะข้อที่ ๑ ที่มาตุคาม
ผู้ได้ทำบุญไว้ได้โดยง่าย
๒. ครั้นเกิดในตระกูลที่เหมาะสมแล้ว ขอเราพึงไปสู่ตระกูลที่เหมาะสม
นี้เป็นฐานะข้อที่ ๒ ที่มาตุคามผู้ได้ทำบุญไว้ได้โดยง่าย
๓. ครั้นเกิดในตระกูลที่เหมาะสม ไปสู่ตระกูลที่เหมาะสมแล้ว ขอเรา
พึงอยู่ครองเรือนไม่มีหญิงร่วมสามี นี้เป็นฐานะข้อที่ ๓ ที่มาตุคาม
ผู้ได้ทำบุญไว้ได้โดยง่าย
๔. ครั้นเกิดในตระกูลที่เหมาะสม ไปสู่ตระกูลที่เหมาะสมแล้ว อยู่
ครองเรือนไม่มีหญิงร่วมสามี ขอเราพึงมีบุตร นี้เป็นฐานะข้อที่ ๔
ที่มาตุคามผู้ได้ทำบุญไว้ได้โดยง่าย

332