พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค หน้าที่ 331 (เล่ม 17)

ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความบังเกิด ความปรากฏแห่งมโนสัมผัสสชา-
เวทนา นี้เป็นความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ เป็นความตั้งอยู่แห่งโรค เป็นความปรากฏ
แห่งชราและมรณะ
ภิกษุทั้งหลาย ส่วนความดับ ความสงบระงับ … แห่งจักขุสัมผัสสชาเวทนา
ฯลฯ เป็นความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งชราและมรณะ ฯลฯ
ความดับ ความสงบระงับ ความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งมโนสัมผัสสชาเวทนา ฯลฯ
นี้เป็นความดับแห่งทุกข์ เป็นความสงบระงับแห่งโรค เป็นความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งชรา
และมรณะ”
สัมผัสสชาสูตรที่ ๕ จบ
๖. สัญญาสูตร
ว่าด้วยสัญญา
[๓๑๗] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ …
แห่งรูปสัญญา ฯลฯ เป็นความปรากฏแห่งชราและมรณะ ฯลฯ
ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความบังเกิด ความปรากฏแห่งธัมมสัญญา
นี้เป็นความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ เป็นความตั้งอยู่แห่งโรค เป็นความปรากฏแห่งชราและ
มรณะ
ภิกษุทั้งหลาย ส่วนความดับ … แห่งรูปสัญญา ฯลฯ เป็นความตั้งอยู่ไม่
ได้แห่งชราและมรณะ ฯลฯ
ความดับ ความสงบระงับ ความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งธัมมสัญญา นี้เป็นความดับ
แห่งทุกข์ เป็นความสงบระงับแห่งโรค เป็นความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งชราและมรณะ”
สัญญาสูตรที่ ๖ จบ

331
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค หน้าที่ 332 (เล่ม 17)

๗. สัญเจตนาสูตร
ว่าด้วยสัญเจตนา
[๓๑๘] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ …
แห่งรูปสัญเจตนา ฯลฯ เป็นความปรากฏแห่งชราและมรณะ ฯลฯ
ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความบังเกิด ความปรากฏแห่งธัมมสัญเจตนา
นี้เป็นความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ เป็นความตั้งอยู่แห่งโรค เป็นความปรากฏแห่งชราและ
มรณะ
ภิกษุทั้งหลาย ส่วนความดับ … แห่งรูปสัญเจตนา ฯลฯ เป็นความตั้งอยู่
ไม่ได้แห่งชราและมรณะ ฯลฯ
ความดับ ความสงบระงับ ความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งธัมมสัญเจตนา นี้เป็นความ
ดับแห่งทุกข์ เป็นความสงบระงับแห่งโรค เป็นความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งชราและมรณะ”
สัญเจตนาสูตรที่ ๗ จบ
๘. ตัณหาสูตร
ว่าด้วยตัณหา
[๓๑๙] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ …
แห่งรูปตัณหา ฯลฯ เป็นความปรากฏแห่งชราและมรณะ ฯลฯ
ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความบังเกิด ความปรากฏแห่งธัมมตัณหา
นี้เป็นความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ เป็นความตั้งอยู่แห่งโรค เป็นความปรากฏแห่งชราและ
มรณะ
ภิกษุทั้งหลาย ส่วนความดับ … แห่งรูปตัณหา ฯลฯ เป็นความตั้งอยู่ไม่ได้
แห่งชราและมรณะ ฯลฯ

332
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค หน้าที่ 333 (เล่ม 17)

ความดับ ความสงบระงับ ความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งธัมมตัณหา นี้เป็นความดับ
แห่งทุกข์ เป็นความสงบระงับแห่งโรค เป็นความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งชราและมรณะ”
ตัณหาสูตรที่ ๘ จบ
๙. ธาตุสูตร
ว่าด้วยธาตุ
[๓๒๐] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความ
บังเกิด ความปรากฏแห่งปฐวีธาตุ ฯลฯ เป็นความปรากฏแห่งชราและมรณะ …
แห่งอาโปธาตุ ฯลฯ แห่งเตโชธาตุ … แห่งวาโยธาตุ … แห่งอากาสธาตุ …
ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความบังเกิด ความปรากฏแห่งวิญญาณธาตุ
นี้เป็นความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ เป็นความตั้งอยู่แห่งโรค เป็นความปรากฏแห่งชราและ
มรณะ
ภิกษุทั้งหลาย ส่วนความดับ … แห่งปฐวีธาตุ ฯลฯ เป็นความตั้งอยู่ไม่ได้
แห่งชราและมรณะ
ความดับ … แห่งอาโปธาตุ ฯลฯ
ความดับ … แห่งเตโชธาตุ …
ความดับ … แห่งวาโยธาตุ …
ความดับ … แห่งอากาสธาตุ …
ความดับ ความสงบระงับ ความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งวิญญาณธาตุ นี้เป็นความดับ
แห่งทุกข์ เป็นความสงบระงับแห่งโรค เป็นความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งชราและมรณะ”
ธาตุสูตรที่ ๙ จบ

333
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค หน้าที่ 334 (เล่ม 17)

๑๐. ขันธสูตร
ว่าด้วยขันธ์
[๓๒๑] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความ
บังเกิด ความปรากฏแห่งรูป นี้เป็นความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ เป็นความตั้งอยู่แห่งโรค
เป็นความปรากฏแห่งชราและมรณะ
ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ … แห่งเวทนา ฯลฯ แห่งสัญญา … แห่งสังขาร …
ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความบังเกิด ความปรากฏแห่งวิญญาณ นี้เป็น
ความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ เป็นความตั้งอยู่แห่งโรค เป็นความปรากฏแห่งชราและมรณะ
ภิกษุทั้งหลาย ส่วนความดับ ความสงบระงับ ความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งรูป
นี้เป็นความดับแห่งทุกข์ เป็นความสงบระงับแห่งโรค เป็นความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งชรา
และมรณะ
ความดับ ความสงบระงับ … แห่งเวทนา ฯลฯ แห่งสัญญา … แห่งสังขาร …
ความดับ ความสงบระงับ ความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งวิญญาณ นี้เป็นความดับ
แห่งทุกข์ เป็นความสงบระงับแห่งโรค เป็นความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งชราและมรณะ”
ขันธสูตรที่ ๑๐ จบ
อุปปาทสังยุต จบ
รวมพระสูตรที่มีในสังยุตนี้ คือ
๑. จักขุสูตร ๒. รูปสูตร
๓. วิญญาณสูตร ๔. สัมผัสสสูตร
๕. สัมผัสสชาสูตร ๖. สัญญาสูตร
๗. สัญเจตนาสูตร ๘. ตัณหาสูตร
๙. ธาตุสูตร ๑๐. ขันธสูตร

334
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค หน้าที่ 335 (เล่ม 17)

๖. กิเลสสังยุต
๑. จักขุสูตร
ว่าด้วยจักขุ
[๓๒๒] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ฉันทราคะในจักขุ นี้เป็นความ
เศร้าหมองแห่งจิต
ฉันทราคะในโสตะ นี้เป็นความเศร้าหมองแห่งจิต
ฉันทราคะในฆานะ นี้เป็นความเศร้าหมองแห่งจิต
ฉันทราคะในชิวหา นี้เป็นความเศร้าหมองแห่งจิต
ฉันทราคะในกาย นี้เป็นความเศร้าหมองแห่งจิต
ฉันทราคะในมโน นี้เป็นความเศร้าหมองแห่งจิต
ภิกษุทั้งหลาย เมื่อใด ภิกษุละความเศร้าหมองแห่งจิตในฐานะ ๖ ประการนี้ได้
เมื่อนั้น จิตของเธอที่น้อมไปในเนกขัมมะ๑ อันเนกขัมมะอบรมแล้ว ควรแก่การงาน
ปรากฏในธรรมที่ควรทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันรู้ยิ่ง”
จักขุสูตรที่ ๑ จบ
๒. รูปสูตร
ว่าด้วยรูป
[๓๒๓] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ฉันทราคะในรูป นี้เป็นความ
เศร้าหมองแห่งจิต
เชิงอรรถ :
๑ เนกขัมมะ ในที่นี้หมายถึงโลกุตตรธรรม ๙ ประการ (คือ มรรค ๔ ผล ๔ และนิพพาน)
(สํ.ข.อ. ๒/๓๒๒/๓๗๙)

335
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค หน้าที่ 336 (เล่ม 17)

ฉันทราคะในสัททะ ฯลฯ
ฉันทราคะในคันธะ …
ฉันทราคะในรสะ …
ฉันทราคะในโผฏฐัพพะ …
ฉันทราคะในธรรมารมณ์ นี้เป็นความเศร้าหมองแห่งจิต
ภิกษุทั้งหลาย เมื่อใด ภิกษุละความเศร้าหมองแห่งจิตในฐานะ ๖ ประการนี้ได้
เมื่อนั้น จิตของเธอที่น้อมไปในเนกขัมมะ อันเนกขัมมะอบรมแล้ว ควรแก่การงาน
ปรากฏในธรรมที่ควรทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันรู้ยิ่ง”
รูปสูตรที่ ๒ จบ
๓. วิญญาณสูตร
ว่าด้วยวิญญาณ
[๓๒๔] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ฉันทราคะในจักขุวิญญาณ นี้เป็น
ความเศร้าหมองแห่งจิต
ฉันทราคะในโสตวิญญาณ ฯลฯ
ฉันทราคะในฆานวิญญาณ …
ฉันทราคะในชิวหาวิญญาณ …
ฉันทราคะในกายวิญญาณ …
ฉันทราคะในมโนวิญญาณ นี้เป็นความเศร้าหมองแห่งจิต
ภิกษุทั้งหลาย เมื่อใด ภิกษุละความเศร้าหมองแห่งจิตในฐานะ ๖ ประการนี้ได้
เมื่อนั้น จิตของเธอที่น้อมไปในเนกขัมมะ อันเนกขัมมะอบรมแล้ว ควรแก่การงาน
ปรากฏในธรรมที่ควรทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันรู้ยิ่ง”
วิญญาณสูตรที่ ๓ จบ

336
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค หน้าที่ 337 (เล่ม 17)

๔. สัมผัสสสูตร
ว่าด้วยสัมผัส
[๓๒๕] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ฉันทราคะในจักขุสัมผัส นี้เป็น
ความเศร้าหมองแห่งจิต
ฉันทราคะในโสตสัมผัส ฯลฯ
ฉันทราคะในฆานสัมผัส …
ฉันทราคะในชิวหาสัมผัส …
ฉันทราคะในกายสัมผัส …
ฉันทราคะในมโนสัมผัส นี้เป็นความเศร้าหมองแห่งจิต
ภิกษุทั้งหลาย เมื่อใด ภิกษุ ฯลฯ ในธรรมที่ควรทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันรู้ยิ่ง”
สัมผัสสสูตรที่ ๔ จบ
๕. สัมผัสสชาสูตร
ว่าด้วยสัมผัสสชาเวทนา
[๓๒๖] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ฉันทราคะในจักขุสัมผัสสชาเวทนา
นี้เป็นความเศร้าหมองแห่งจิต
ฉันทราคะในโสตสัมผัสสชาเวทนา ฯลฯ
ฉันทราคะในฆานสัมผัสสชาเวทนา …
ฉันทราคะในชิวหาสัมผัสสชาเวทนา …
ฉันทราคะในกายสัมผัสสชาเวทนา …

337
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค หน้าที่ 338 (เล่ม 17)

ฉันทราคะในมโนสัมผัสสชาเวทนา นี้เป็นความเศร้าหมองแห่งจิต
ภิกษุทั้งหลาย เมื่อใด ภิกษุ ฯลฯ ในธรรมที่ควรทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันรู้ยิ่ง”
สัมผัสสชาสูตรที่ ๕ จบ
๖. สัญญาสูตร
ว่าด้วยสัญญา
[๓๒๗] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ฉันทราคะในรูปสัญญา นี้เป็นความ
เศร้าหมองแห่งจิต
ฉันทราคะในสัททสัญญา ฯลฯ
ฉันทราคะในคันธสัญญา …
ฉันทราคะในรสสัญญา …
ฉันทราคะในโผฏฐัพพสัญญา …
ฉันทราคะในธัมมสัญญา นี้เป็นความเศร้าหมองแห่งจิต
ภิกษุทั้งหลาย เมื่อใด ภิกษุ ฯลฯ ในธรรมที่ควรทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันรู้ยิ่ง”
สัญญาสูตรที่ ๖ จบ
๗. สัญเจตนาสูตร
ว่าด้วยสัญเจตนา
[๓๒๘] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ฉันทราคะในรูปสัญเจตนา นี้เป็น
ความเศร้าหมองแห่งจิต
ฉันทราคะในสัททสัญเจตนา ฯลฯ
ฉันทราคะในคันธสัญเจตนา …

338
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค หน้าที่ 339 (เล่ม 17)

ฉันทราคะในรสสัญเจตนา …
ฉันทราคะในโผฏฐัพพสัญเจตนา …
ฉันทราคะในธัมมสัญเจตนา นี้เป็นความเศร้าหมองแห่งจิต
ภิกษุทั้งหลาย เมื่อใด ภิกษุ ฯลฯ ในธรรมที่ควรทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันรู้ยิ่ง”
สัญเจตนาสูตรที่ ๗ จบ
๘. ตัณหาสูตร
ว่าด้วยตัณหา
[๓๒๙] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ฉันทราคะในรูปตัณหา นี้เป็นความ
เศร้าหมองแห่งจิต
ฉันทราคะในสัททตัณหา ฯลฯ
ฉันทราคะในคันธตัณหา …
ฉันทราคะในรสตัณหา …
ฉันทราคะในโผฏฐัพพตัณหา …
ฉันทราคะในธัมมตัณหา นี้เป็นความเศร้าหมองแห่งจิต
ภิกษุทั้งหลาย เมื่อใด ภิกษุ ฯลฯ ในธรรมที่ควรทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันรู้ยิ่ง”
ตัณหาสูตรที่ ๘ จบ
๙. ธาตุสูตร
ว่าด้วยธาตุ
[๓๓๐] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ฉันทราคะในปฐวีธาตุ นี้เป็นความ
เศร้าหมองแห่งจิต

339
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค หน้าที่ 340 (เล่ม 17)

ฉันทราคะในอาโปธาตุ ฯลฯ
ฉันทราคะในเตโชธาตุ …
ฉันทราคะในวาโยธาตุ …
ฉันทราคะในอากาสธาตุ …
ฉันทราคะในวิญญาณธาตุ นี้เป็นความเศร้าหมองแห่งจิต
ภิกษุทั้งหลาย เมื่อใด ภิกษุละความเศร้าหมองแห่งจิตในฐานะ ๖ ประการนี้ได้
เมื่อนั้น จิตของเธอที่น้อมไปในเนกขัมมะ อันเนกขัมมะอบรมแล้ว ควรแก่การงาน
ปรากฏในธรรมที่ควรทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันรู้ยิ่ง”
ธาตุสูตรที่ ๙ จบ
๑๐. ขันธสูตร
ว่าด้วยขันธ์
[๓๓๑] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ฉันทราคะในรูป นี้เป็นความ
เศร้าหมองแห่งจิต ฯลฯ
ฉันทราคะในวิญญาณ นี้เป็นความเศร้าหมองแห่งจิต
ภิกษุทั้งหลาย เมื่อใด ภิกษุละความเศร้าหมองแห่งจิตในฐานะ ๖ ประการนี้ได้
เมื่อนั้น จิตของเธอที่น้อมไปในเนกขัมมะ อันเนกขัมมะอบรมแล้ว ควรแก่การงาน
ปรากฏในธรรมที่ควรทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันรู้ยิ่ง”
ขันธสูตรที่ ๑๐ จบ
กิเลสสังยุต จบ

340