พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค หน้าที่ 201 (เล่ม 16)

๒. ทุสสีลสูตร
ว่าด้วยสัตว์ผู้ทุศีล
[๑๐๘] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ … เขตกรุงสาวัตถี ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาค …
“ภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายคบค้าสมาคมกันโดยธาตุอย่างเดียวกัน คือสัตว์
ทั้งหลายผู้ไม่มีศรัทธา คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้ไม่มีศรัทธา สัตว์ทั้งหลายผู้
ไม่มีหิริ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้ไม่มีหิริ สัตว์ทั้งหลายผู้ไม่มีโอตตัปปะ
คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้ไม่มีโอตตัปปะ สัตว์ทั้งหลายผู้ทุศีล คบค้าสมาคม
กับสัตว์ทั้งหลายผู้ทุศีล สัตว์ทั้งหลายผู้มีปัญญาทราม คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลาย
ผู้มีปัญญาทราม
สัตว์ทั้งหลายผู้มีศรัทธา คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีศรัทธา สัตว์ทั้งหลาย
ผู้มีหิริ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีหิริ สัตว์ทั้งหลายผู้มีโอตตัปปะ คบค้าสมาคม
กับสัตว์ทั้งหลายผู้มีโอตตัปปะ สัตว์ทั้งหลายผู้มีศีล คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลาย
ผู้มีศีล สัตว์ทั้งหลายผู้มีปัญญา คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีปัญญา”
ทุสสีลสูตรที่ ๒ จบ
๓. ปัญจสิกขาปทสูตร
ว่าด้วยสัตว์ผู้มีศีล ๕
[๑๐๙] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ-
บิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาคได้รับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลาย
มาตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย” ภิกษุเหล่านั้นทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว พระผู้มี
พระภาคจึงได้ตรัสเรื่องนี้ว่า
“ภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายคบค้าสมาคมกันโดยธาตุอย่างเดียวกัน คือสัตว์
ทั้งหลายผู้ฆ่าสัตว์ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้ฆ่าสัตว์ สัตว์ทั้งหลายผู้ลักทรัพย์
คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้ลักทรัพย์ สัตว์ทั้งหลายผู้ประพฤติผิดในกาม คบค้า

201
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค หน้าที่ 202 (เล่ม 16)

สมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้ประพฤติผิดในกาม สัตว์ทั้งหลายผู้พูดเท็จ คบค้าสมาคม
กับสัตว์ทั้งหลายผู้พูดเท็จ สัตว์ทั้งหลายผู้เสพของมึนเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นเหตุ
แห่งความประมาท คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้เสพของมึนเมาคือสุราและเมรัย
อันเป็นเหตุแห่งความประมาท
สัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาด
จากการฆ่าสัตว์ สัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาดจากการลักทรัพย์ คบค้าสมาคมกับสัตว์
ทั้งหลายผู้เว้นขาดจากการลักทรัพย์ สัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาดจากการประพฤติผิดในกาม
คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาดจากการประพฤติผิดในกาม สัตว์ทั้งหลายผู้
เว้นขาดจากการพูดเท็จ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาดจากการพูดเท็จ
สัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาดจากการเสพของมึนเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นเหตุแห่งความ
ประมาท คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาดจากการเสพของมึนเมาคือสุราและ
เมรัยอันเป็นเหตุแห่งความประมาท”
ปัญจสิกขาปทสูตรที่ ๓ จบ
๔. สัตตกัมมปถสูตร
ว่าด้วยสัตว์ผู้มีกรรมบถ ๗
[๑๑๐] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ … เขตกรุงสาวัตถี ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาค …
“ภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายคบค้าสมาคมกันโดยธาตุอย่างเดียวกัน คือสัตว์
ทั้งหลายผู้ฆ่าสัตว์ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้ฆ่าสัตว์ สัตว์ทั้งหลายผู้ลักทรัพย์
คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้ลักทรัพย์ สัตว์ทั้งหลายผู้ประพฤติผิดในกาม คบค้า
สมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้ประพฤติผิดในกาม สัตว์ทั้งหลายผู้พูดเท็จ คบค้าสมาคมกับ
สัตว์ทั้งหลายผู้พูดเท็จ สัตว์ทั้งหลายผู้พูดส่อเสียด คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลาย
ผู้พูดส่อเสียด สัตว์ทั้งหลายผู้พูดคำหยาบ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้พูดคำหยาบ
สัตว์ทั้งหลายผู้พูดเพ้อเจ้อ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้พูดเพ้อเจ้อ
สัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ … สัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาดจากการ
ลักทรัพย์ … สัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาดจากการประพฤติผิดในกาม … สัตว์ทั้งหลาย
ผู้เว้นขาดจากการพูดเท็จ … สัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาดจากการพูดส่อเสียด คบค้า

202
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค หน้าที่ 203 (เล่ม 16)

สมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาดจากการพูดส่อเสียด สัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาดจาก
การพูดคำหยาบ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาดจากการพูดคำหยาบ
สัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาดจากการพูดเพ้อเจ้อ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาด
จากการพูดเพ้อเจ้อ”
สัตตกัมมปถสูตรที่ ๔ จบ
๕. ทสกัมมปถสูตร
ว่าด้วยสัตว์ผู้มีกรรมบถ ๑๐
[๑๑๑] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ … เขตกรุงสาวัตถี ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาค …
“ภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายคบค้าสมาคมกันโดยธาตุอย่างเดียวกัน คือสัตว์
ทั้งหลายผู้ฆ่าสัตว์ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้ฆ่าสัตว์ สัตว์ทั้งหลายผู้ลักทรัพย์
… สัตว์ทั้งหลายผู้ประพฤติผิดในกาม … สัตว์ทั้งหลายผู้พูดเท็จ … สัตว์ทั้งหลายผู้
พูดส่อเสียด … สัตว์ทั้งหลายผู้พูดคำหยาบ … สัตว์ทั้งหลายผู้พูดเพ้อเจ้อ คบค้า
สมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้พูดเพ้อเจ้อ สัตว์ทั้งหลายผู้มีอภิชฌา (ความเพ่งเล็งอยาก
ได้ของคนอื่น)มาก คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีอภิชฌามาก สัตว์ทั้งหลาย
ผู้มีจิตพยาบาท คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีจิตพยาบาท สัตว์ทั้งหลายผู้มี
มิจฉาทิฏฐิ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีมิจฉาทิฏฐิ
สัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาด
จากการฆ่าสัตว์ สัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาดจากการลักทรัพย์ … สัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาด
จากการประพฤติผิดในกาม … สัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาดจากการพูดเท็จ … สัตว์
ทั้งหลายผู้เว้นขาดจากการพูดส่อเสียด … สัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาดจากการพูดคำหยาบ
… สัตว์ทั้งหลายผู้เว้นขาดจากการพูดเพ้อเจ้อ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้เว้น
ขาดจากการพูดเพ้อเจ้อ สัตว์ทั้งหลายผู้ไม่มีอภิชฌามาก คบค้าสมาคมกับสัตว์
ทั้งหลายผู้ไม่มีอภิชฌามาก สัตว์ทั้งหลายผู้ไม่มีจิตพยาบาท คบค้าสมาคมกับสัตว์
ทั้งหลายผู้ไม่มีจิตพยาบาท สัตว์ทั้งหลายผู้มีสัมมาทิฏฐิ คบค้าสมาคมกับสัตว์
ทั้งหลายผู้มีสัมมาทิฏฐิ”
ทสกัมมปถสูตรที่ ๕ จบ

203
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค หน้าที่ 204 (เล่ม 16)

๖. อัฏฐังคิกสูตร
ว่าด้วยสัตว์ผู้ประกอบด้วยอริยมรรคมีองค์ ๘
[๑๑๒] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ … เขตกรุงสาวัตถี ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาค …
“ภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายคบค้าสมาคมกันโดยธาตุอย่างเดียวกัน คือสัตว์
ทั้งหลายผู้มีมิจฉาทิฏฐิ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีมิจฉาทิฏฐิ สัตว์ทั้งหลาย
ผู้มีมิจฉาสังกัปปะ … สัตว์ทั้งหลายผู้มีมิจฉาวาจา … สัตว์ทั้งหลายผู้มีมิจฉากัมมันตะ
… สัตว์ทั้งหลายผู้มีมิจฉาอาชีวะ … สัตว์ทั้งหลายผู้มีมิจฉาวายามะ … สัตว์ทั้งหลาย
ผู้มีมิจฉาสติ … สัตว์ทั้งหลายผู้มีมิจฉาสมาธิ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มี
มิจฉาสมาธิ
สัตว์ทั้งหลายผู้มีสัมมาทิฏฐิ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีสัมมาทิฏฐิ
สัตว์ทั้งหลายผู้มีสัมมาสังกัปปะ … สัตว์ทั้งหลายผู้มีสัมมาวาจา … สัตว์ทั้งหลายผู้มี
สัมมากัมมันตะ … สัตว์ทั้งหลายผู้มีสัมมาอาชีวะ … สัตว์ทั้งหลายผู้มีสัมมาวายามะ
… สัตว์ทั้งหลายผู้มีสัมมาสติ … สัตว์ทั้งหลายผู้มีสัมมาสมาธิ คบค้าสมาคมกับสัตว์
ทั้งหลายผู้มีสัมมาสมาธิ”
อัฏฐังคิกสูตรที่ ๖ จบ
๗. ทสังคสูตร
ว่าด้วยสัตว์ผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐
[๑๑๓] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ … เขตกรุงสาวัตถี ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาค …
“ภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายคบค้าสมาคมกันโดยธาตุอย่างเดียวกัน คือสัตว์
ทั้งหลายผู้มีมิจฉาทิฏฐิ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีมิจฉาทิฏฐิ สัตว์ทั้งหลาย
ผู้มีมิจฉาสังกัปปะ … สัตว์ทั้งหลายผู้มีมิจฉาวาจา … สัตว์ทั้งหลายผู้มีมิจฉากัมมันตะ
… สัตว์ทั้งหลายผู้มีมิจฉาอาชีวะ … สัตว์ทั้งหลายผู้มีมิจฉาวายามะ … สัตว์ทั้งหลาย

204
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค หน้าที่ 205 (เล่ม 16)

ผู้มีมิจฉาสติ … สัตว์ทั้งหลายผู้มีมิจฉาสมาธิ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลาย
ผู้มีมิจฉาสมาธิ สัตว์ทั้งหลายผู้มีมิจฉาญาณ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มี
มิจฉาญาณ๑ สัตว์ทั้งหลายผู้มีมิจฉาวิมุตติ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มี
มิจฉาวิมุตติ
สัตว์ทั้งหลายผู้มีสัมมาทิฏฐิ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีสัมมาทิฏฐิ
สัตว์ทั้งหลายผู้มีสัมมาสังกัปปะ … สัตว์ทั้งหลายผู้มีสัมมาวาจา … สัตว์ทั้งหลาย
ผู้มีสัมมากัมมันตะ … สัตว์ทั้งหลายผู้มีสัมมาอาชีวะ … สัตว์ทั้งหลายผู้มีสัมมา-
วายามะ … สัตว์ทั้งหลายผู้มีสัมมาสติ … สัตว์ทั้งหลายผู้มีสัมมาสมาธิ … สัตว์
ทั้งหลายผู้มีสัมมาญาณ คบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีสัมมาญาณ สัตว์ทั้งหลาย
ผู้มีสัมมาวิมุตติคบค้าสมาคมกับสัตว์ทั้งหลายผู้มีสัมมาวิมุตติ”
ทสังคสูตรที่ ๗ จบ
[ส่วนที่เป็นอดีต อนาคต ปัจจุบันในที่ทุกแห่ง พึงทำเหมือนอย่างข้างต้น]
รวมพระสูตรในวรรคนี้ ๗ สูตร คือ
๑. อสมาหิตสูตร ๒. ทุสลีลสูตร
๓. ปัญจสิกขาปทสูตร ๔. สัตตกัมมปถสูตร
๕. ทสกัมมปถสูตร ๖. อัฏฐังคิกสูตร
๗. ทสังคสูตร
กัมมปถวรรคที่ ๓ จบ
เชิงอรรถ :
๑ มิจฉาญาณ ในที่นี้หมายถึงมิจฉาปัจจเวกขณญาณ (คือ ญาณหยั่งรู้ด้วยการพิจารณาทบทวนธรรมที่ไม่ใช่
มรรคผลและนิพพาน) (สํ.นิ.อ. ๒/๑๑๓/๑๗๐)

205
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค หน้าที่ 206 (เล่ม 16)

๔. จตุตถวรรค
หมวดว่าด้วยธรรมะ สูตรละ ๔ ประการ
๑. จตุธาตุสูตร
ว่าด้วยธาตุ ๔
[๑๑๔] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ
อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี
“ภิกษุทั้งหลาย ธาตุมี ๔ ประการนี้ ธาตุ ๔ ประการอะไรบ้าง คือ
๑. ปฐวีธาตุ ๒. อาโปธาตุ
๓. เตโชธาตุ ๔. วาโยธาตุ
ภิกษุทั้งหลาย ธาตุมี ๔ ประการนี้”
จตุธาตุสูตรที่ ๑ จบ
๒. ปุพเพสัมโพธสูตร
ว่าด้วยความดำริก่อนตรัสรู้
[๑๑๕] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ … เขตกรุงสาวัตถี ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาค …
“ภิกษุทั้งหลาย ก่อนแต่ตรัสรู้ เมื่อเราเป็นโพธิสัตว์ยังไม่ได้ตรัสรู้ ได้มีความคิด
คำนึงอย่างนี้ว่า ‘อะไรเป็นคุณ อะไรเป็นโทษของปฐวีธาตุ อะไรเป็นเครื่องสลัดออก
จากปฐวีธาตุ
อะไรเป็นคุณ อะไรเป็นโทษของอาโปธาตุ อะไรเป็นเครื่องสลัดออกจากอาโปธาตุ
อะไรเป็นคุณ อะไรเป็นโทษของเตโชธาตุ อะไรเป็นเครื่องสลัดออกจากเตโชธาตุ
อะไรเป็นคุณ อะไรเป็นโทษของวาโยธาตุ อะไรเป็นเครื่องสลัดออกจากวาโยธาตุ’
เรานั้นได้มีความดำริว่า ‘สุขโสมนัสเกิดขึ้นเพราะอาศัยปฐวีธาตุ’ นี้เป็นคุณ
ของปฐวีธาตุ

206
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค หน้าที่ 207 (เล่ม 16)

ปฐวีธาตุเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรผันเป็นธรรมดา นี้เป็นโทษของ
ปฐวีธาตุ
ธรรมเป็นที่กำจัดฉันทราคะ ธรรมเป็นที่ละฉันทราคะในปฐวีธาตุ นี้เป็นเครื่อง
สลัดออกจากปฐวีธาตุ
สุขโสมนัสเกิดขึ้นเพราะอาศัยอาโปธาตุ …
สุขโสมนัสเกิดขึ้นเพราะอาศัยเตโชธาตุ …
สุขโสมนัสเกิดขึ้นเพราะอาศัยวาโยธาตุ … นี้เป็นคุณของวาโยธาตุ
วาโยธาตุเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรผันเป็นธรรมดา นี้เป็นโทษ
ของวาโยธาตุ
ธรรมเป็นที่กำจัดฉันทราคะ ธรรมเป็นที่ละฉันทราคะในวาโยธาตุ นี้เป็นเครื่อง
สลัดออกจากวาโยธาตุ
ภิกษุทั้งหลาย ตราบใดเรายังไม่รู้คุณโดยความเป็นคุณ โทษโดยความเป็นโทษ
และเครื่องสลัดออกโดยความเป็นเครื่องสลัดออกจากธาตุ ๔ ประการนี้ ตามความ
เป็นจริง ตราบนั้นเราก็ปฏิญาณไม่ได้ว่า ‘เป็นผู้ได้ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณอัน
ยอดเยี่ยมในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์ พร้อมทั้ง
สมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์’
เมื่อใดเรารู้คุณโดยความเป็นคุณ โทษโดยความเป็นโทษ และเครื่องสลัดออก
โดยความเป็นเครื่องสลัดออกจากธาตุ ๔ ประการนี้ ตามความเป็นจริง เมื่อนั้น
เราจึงปฏิญาณได้ว่า ‘เป็นผู้ได้ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณอันยอดเยี่ยมในโลก พร้อมทั้ง
เทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์’
อนึ่ง ญาณและทัสสนะ๑ เกิดขึ้นแล้วแก่เราว่า วิมุตติของเราไม่กำเริบ ชาตินี้
เป็นชาติสุดท้าย บัดนี้ภพใหม่ไม่มีอีก”
ปุพเพสัมโพธสูตรที่ ๒ จบ
เชิงอรรถ :
๑ ญาณและทัสสนะ ในที่นี้หมายถึงปัจจเวกขณญาณ คือญาณหยั่งรู้ด้วยการพิจารณาทบทวนมรรคผล
กิเลสที่ละได้แล้วและนิพพาน (สํ.นิ.อ. ๒/๑๑๕/๑๗๓)

207
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค หน้าที่ 208 (เล่ม 16)

๓. อจริงสูตร
ว่าด้วยการเที่ยวแสวงหาคุณโทษและเครื่องสลัดออกจากธาตุ ๔
[๑๑๖] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ … เขตกรุงสาวัตถี ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาค …
“ภิกษุทั้งหลาย เราได้เที่ยวแสวงหาคุณของปฐวีธาตุ ได้พบคุณของปฐวีธาตุ
ได้เห็นคุณของปฐวีธาตุเท่าที่มีอยู่ด้วยปัญญา เราได้แสวงหาโทษของปฐวีธาตุ ได้พบ
โทษของปฐวีธาตุ ได้เห็นโทษของปฐวีธาตุเท่าที่มีอยู่ด้วยปัญญา เราได้เที่ยวแสวงหา
เครื่องสลัดออกจากปฐวีธาตุ ได้พบเครื่องสลัดออกจากปฐวีธาตุ ได้เห็นเครื่องสลัดออก
จากปฐวีธาตุเท่าที่มีอยู่ด้วยปัญญา
เราได้เที่ยวแสวงหาคุณของอาโปธาตุ …
เราได้เที่ยวแสวงหาคุณของเตโชธาตุ …
เราได้เที่ยวแสวงหาคุณของวาโยธาตุ ได้พบคุณของวาโยธาตุ ได้เห็นคุณของ
วาโยธาตุเท่าที่มีอยู่ด้วยปัญญา เราได้เที่ยวแสวงหาโทษของวาโยธาตุ ได้พบโทษของ
วาโยธาตุ เราได้เที่ยวแสวงหาเครื่องสลัดออกจากวาโยธาตุ ได้เห็นโทษของวาโยธาตุ
เท่าที่มีอยู่ด้วยปัญญา เราได้พบเครื่องสลัดออกจากวาโยธาตุ ได้เห็นเครื่องสลัด
ออกจากวาโยธาตุ เท่าที่มีอยู่ด้วยปัญญา
ภิกษุทั้งหลาย ตราบใดเรายังไม่รู้คุณโดยความเป็นคุณ โทษโดยความเป็นโทษ
และเครื่องสลัดออกโดยความเป็นเครื่องสลัดออกจากธาตุ ๔ ประการนี้ ตามความ
เป็นจริง ตราบนั้นเราก็ปฏิญาณไม่ได้ว่า ‘เป็นผู้ได้ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณอัน
ยอดเยี่ยมในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณ-
พราหมณ์ เทวดาและมนุษย์’
เมื่อใดเรารู้คุณโดยความเป็นคุณ โทษโดยความเป็นโทษ และเครื่องสลัดออก
โดยความเป็นเครื่องสลัดออกจากธาตุ ๔ ประการนี้ ตามความเป็นจริง เมื่อนั้นเรา
จึงปฏิญาณได้ว่า ‘เป็นผู้ได้ตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณอันยอดเยี่ยมในโลก พร้อมทั้งเทวโลก
มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์’
อนึ่ง ญาณและทัสสนะเกิดขึ้นแล้วแก่เราว่า วิมุตติของเราไม่กำเริบ ชาตินี้
เป็นชาติสุดท้าย บัดนี้ภพใหม่ไม่มีอีก”
อจริงสูตรที่ ๓ จบ

208
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค หน้าที่ 209 (เล่ม 16)

๔. โนเจทังสูตร
ว่าด้วยคุณโทษและเครื่องสลัดออกจากธาตุ ๔
[๑๑๗] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ … เขตกรุงสาวัตถี ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาค …
“ภิกษุทั้งหลาย ถ้าคุณของปฐวีธาตุจักไม่ได้มี สัตว์ทั้งหลายไม่พึงยินดีในปฐวีธาตุ
แต่เพราะคุณของปฐวีธาตุมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงยินดีในปฐวีธาตุ
ถ้าโทษของปฐวีธาตุจักไม่ได้มี สัตว์ทั้งหลายไม่พึงเบื่อหน่ายในปฐวีธาตุ แต่เพราะ
โทษของปฐวีธาตุมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงเบื่อหน่ายในปฐวีธาตุ
ถ้าเครื่องสลัดออกจากปฐวีธาตุจักไม่ได้มี สัตว์ทั้งหลายไม่พึงสลัดตนออกจาก
ปฐวีธาตุ แต่เพราะเครื่องสลัดออกจากปฐวีธาตุมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงสลัดตน
ออกจากปฐวีธาตุ
ถ้าคุณของอาโปธาตุจักไม่ได้มี …
ถ้าคุณของเตโชธาตุจักไม่ได้มี …
ถ้าคุณของวาโยธาตุจักไม่ได้มี สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงยินดีในวาโยธาตุ แต่เพราะ
คุณของวาโยธาตุมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงยินดีในวาโยธาตุ
ถ้าโทษของวาโยธาตุจักไม่ได้มี สัตว์ทั้งหลายไม่พึงเบื่อหน่ายในวาโยธาตุ แต่เพราะ
โทษของวาโยธาตุมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงเบื่อหน่ายในวาโยธาตุ
ถ้าเครื่องสลัดออกของวาโยธาตุจักไม่ได้มี สัตว์ทั้งหลายไม่พึงสลัดตนออกจาก
วาโยธาตุ แต่เพราะเครื่องสลัดออกจากวาโยธาตุมีอยู่ ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงสลัดตน
ออกจากวาโยธาตุ
ภิกษุทั้งหลาย ตราบใดสัตว์เหล่านี้ยังไม่รู้คุณโดยความเป็นคุณ โทษโดยความ
เป็นโทษ และเครื่องสลัดออกโดยความเป็นเครื่องสลัดออกจากธาตุ ๔ ประการนี้
ตามความเป็นจริง ตราบนั้นสัตว์เหล่านี้ยังสลัดตนออกไม่ได้ พรากตนออกไม่ได้
ยังไม่หลุดพ้นไปจากโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก จากหมู่สัตว์พร้อมทั้ง
สมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ มีใจเป็นอิสระอยู่ไม่ได้

209
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค หน้าที่ 210 (เล่ม 16)

เมื่อใดสัตว์เหล่านี้รู้คุณโดยความเป็นคุณ โทษโดยความเป็นโทษ และเครื่อง
สลัดออกโดยความเป็นเครื่องสลัดออกจากธาตุ ๔ ประการนี้ ตามความเป็นจริง
เมื่อนั้นสัตว์เหล่านี้ย่อมสลัดตนออกได้ พรากตนออกได้ หลุดพ้นไปจากโลกพร้อมทั้ง
เทวโลก มารโลก พรหมโลก จากหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์
มีใจเป็นอิสระอยู่ได้”
โนเจทังสูตรที่ ๔ จบ
๕. เอกันตทุกขสูตร
ว่าด้วยธาตุ ๔ มีทุกข์โดยส่วนเดียว
[๑๑๘] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ … เขตกรุงสาวัตถี ณ ที่นั้น พระผู้มีพระภาค …
“ภิกษุทั้งหลาย ถ้าปฐวีธาตุนี้จักได้มีทุกข์โดยส่วนเดียว ถูกทุกข์ติดตาม มีทุกข์
หยั่งลง สุขไม่หยั่งลง สัตว์ทั้งหลายไม่พึงยินดีในปฐวีธาตุ แต่เพราะปฐวีธาตุมีสุข
ติดตาม มีสุขหยั่งลง มีทุกข์ไม่หยั่งลง ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงยินดีในปฐวีธาตุ
ถ้าอาโปธาตุนี้ …
ถ้าเตโชธาตุนี้ …
ถ้าวาโยธาตุนี้จักได้มีทุกข์โดยส่วนเดียว ถูกทุกข์ติดตาม มีทุกข์หยั่งลง มีสุข
ไม่หยั่งลง สัตว์ทั้งหลายไม่พึงยินดีในวาโยธาตุ แต่เพราะวาโยธาตุมีสุขติดตาม มีสุข
หยั่งลง มีทุกข์ไม่หยั่งลง ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงยินดีในวาโยธาตุ
ภิกษุทั้งหลาย ถ้าปฐวีธาตุนี้จักได้มีสุขโดยส่วนเดียว มีสุขติดตาม มีสุขหยั่งลง
มีทุกข์ไม่หยั่งลง สัตว์ทั้งหลายไม่พึงเบื่อหน่ายในปฐวีธาตุ แต่เพราะปฐวีธาตุถูกทุกข์
ติดตาม มีทุกข์หยั่งลง มีสุขไม่หยั่งลง ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงเบื่อหน่ายในปฐวีธาตุ
ถ้าอาโปธาตุนี้ …
ถ้าเตโชธาตุนี้ …
ถ้าวาโยธาตุนี้จักได้มีสุขโดยส่วนเดียว มีสุขติดตาม มีสุขหยั่งลง มีทุกข์ไม่
หยั่งลง สัตว์ทั้งหลายไม่พึงเบื่อหน่ายในวาโยธาตุ แต่เพราะวาโยธาตุถูกทุกข์ติดตาม
มีทุกข์หยั่งลง มีสุขไม่หยั่งลง ฉะนั้น สัตว์ทั้งหลายจึงเบื่อหน่ายในวาโยธาตุ”
เอกันตทุกขสูตรที่ ๕ จบ

210