“เธอเห็นว่า เพราะชาติเป็นปัจจัย ชราและมรณะจึงมีหรือ”
“อย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า”
“เธอเห็นว่า เพราะภพเป็นปัจจัย ชาติจึงมีหรือ”
“อย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า”
“เธอเห็นว่า เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย ภพจึงมีหรือ”
“อย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า”
“เธอเห็นว่า เพราะตัณหาเป็นปัจจัย อุปาทานจึงมีหรือ”
“อย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า”
“สุสิมะ เธอเห็นว่า เพราะเวทนาเป็นปัจจัย ตัณหาจึงมีหรือ … เพราะผัสสะเป็น
ปัจจัย เวทนาจึงมี … เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย ผัสสะจึงมี … เพราะสังขารเป็น
ปัจจัย วิญญาณจึงมี … เพราะนามรูปเป็นปัจจัย สฬายตนะจึงมี … เพราะวิญญาณเป็น
ปัจจัย นามรูปจึงมี” … เธอเห็นว่า เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย สังขารจึงมีหรือ”
“อย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า”
“เธอเห็นว่า เพราะชาติดับ ชราและมรณะจึงดับหรือ”
“อย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า”
“เธอเห็นว่า เพราะภพดับ ชาติจึงดับหรือ”
“อย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า”
“สุสิมะ เธอเห็นว่า เพราะอุปาทานดับ ภพจึงดับ … เพราะตัณหาดับ
อุปาทานจึงดับ … เพราะเวทนาดับ ตัณหาจึงดับ … เพราะผัสสะดับ เวทนาจึงดับ …
เพราะสฬายตนะดับ ผัสสะจึงดับ … เพราะนามรูปดับ สฬายตนะจึงดับ … เพราะ
วิญญาณดับ นามรูปจึงดับ … เพราะสังขารดับ วิญญาณจึงดับ … เพราะอวิชชาดับ
สังขารจึงดับหรือ”
“อย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า”