เพราะอุปาทานดับ ภพจึงดับ ฯลฯ ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ มีได้ด้วย
ประการฉะนี้
ความดับแห่งโลก เป็นอย่างนี้แล
เพราะอาศัยโสตะและเสียง … เพราะอาศัยฆานะและกลิ่น … เพราะอาศัย
ชิวหาและรส … เพราะอาศัยกายและโผฏฐัพพะ … เพราะอาศัยมโนและธรรมารมณ์
มโนวิญญาณจึงเกิด ความประจวบแห่งธรรม ๓ ประการเป็นผัสสะ เพราะผัสสะ
เป็นปัจจัย เวทนาจึงเกิด เพราะเวทนาเป็นปัจจัย ตัณหาจึงเกิด เพราะตัณหานั้น
ดับไปไม่เหลือด้วยวิราคะ อุปาทานจึงดับ เพราะอุปาทานดับ ภพจึงดับ ฯลฯ
ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ มีได้ด้วยประการฉะนี้
ความดับแห่งโลก เป็นอย่างนี้แล”
โลกสูตรที่ ๔ จบ
๕. ญาติกสูตร๑
ว่าด้วยการแสดงธรรม ณ หมู่บ้านญาติกะ
[๔๕] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ตำหนักอิฐ ใกล้หมู่บ้านญาติกะ
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงหลีกเร้นอยู่ในที่สงัดได้ตรัสธรรมบรรยายนี้ว่า
“เพราะอาศัยจักขุและรูป จักขุวิญญาณจึงเกิด ความประจวบแห่งธรรม
๓ ประการเป็นผัสสะ เพราะผัสสะเป็นปัจจัย เวทนาจึงเกิด เพราะเวทนาเป็น
ปัจจัย ตัณหาจึงเกิด เพราะตัณหาเป็นปัจจัย อุปาทานจึงเกิด ฯลฯ ความเกิดขึ้น
แห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ มีได้ด้วยประการฉะนี้
เพราะอาศัยโสตะและเสียง … เพราะอาศัยฆานะและกลิ่น … เพราะอาศัย
ชิวหาและรส … เพราะอาศัยกายและโผฏฐัพพะ … เพราะอาศัยมโนและธรรมารมณ์
เชิงอรรถ :
๑ ญาติกสูตร ปรากฏชื่อว่าอุปัสสุติสูตร ใน สํ.สฬา. (แปล) ๑๘/๑๑๓/๑๒๖๑๒๗