พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 573 (เล่ม 8)

ผ้าที่ไม่ได้ยกให้ เรียกว่า ผ้ายืมเขามา
ที่ชื่อว่า ผ้าเก็บไว้ค้างคืน มี ๒ อย่าง คือ
๑. ผ้าทำค้างคืน ๒. ผ้าเก็บไว้ค้างคืน
ที่ชื่อว่า ผ้าเป็นนิสสัคคีย์ คือ เมื่อภิกษุกำลังทำอยู่ อรุณขึ้นมา
กฐินไม่เป็นอันกรานด้วยอาการ ๒๔ อย่างนี้
เหตุกฐินเป็นอันกราน
คำว่า อย่างไรกฐินเป็นอันกราน นั้น ได้แก่ กฐินเป็นอันกรานด้วยอาการ
๑๗ อย่าง คือ
๑. กฐินเป็นอันกรานด้วยผ้าใหม่
๒. กฐินเป็นอันกรานด้วยผ้าเทียมใหม่
๓. กฐินเป็นอันกรานด้วยผ้าเก่า
๔. กฐินเป็นอันกรานด้วยผ้าบังสุกุล
๕. กฐินเป็นอันกรานด้วยผ้าตกตามร้าน
๖. กฐินเป็นอันกรานด้วยผ้าที่ไม่ได้ทำนิมิตได้มา
๗. กฐินเป็นอันกรานด้วยผ้าที่ไม่ได้พูดเลียบเคียงได้มา
๘. กฐินเป็นอันกรานด้วยผ้าที่ไม่ได้ยืมเขามา
๙. กฐินเป็นอันกรานด้วยผ้าที่ไม่ได้เก็บไว้ค้างคืน
๑๐. กฐินเป็นอันกรานด้วยผ้าที่ไม่เป็นนิสสัคคีย์
๑๑. กฐินเป็นอันกรานด้วยผ้าที่ทำกัปปพินทุ
๑๒. กฐินเป็นอันกรานด้วยผ้าสังฆาฏิ
๑๓. กฐินเป็นอันกรานด้วยผ้าอุตตราสงค์
๑๔. กฐินเป็นอันกรานด้วยผ้าอันตรวาสก
๑๕. กฐินเป็นอันกรานด้วยจีวรมีขันธ์ ๕ หรือเกินกว่า ๕ ที่ตัดดีแล้ว
ทำให้มีมณฑลเสร็จในวันนั้น

573
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 574 (เล่ม 8)

๑๖. กฐินเป็นอันกราน เพราะมีบุคคลกราน
๑๗. กฐินเป็นอันกรานโดยชอบ ถ้าภิกษุอยู่ในสีมาอนุโมทนากฐินนั้น
กฐินเป็นอันกราน แม้ด้วยอาการอย่างนี้ กฐินเป็นอันกราน ด้วยอาการ ๑๗
อย่างนี้
ธรรมที่เกิดพร้อมกัน
ถาม : ธรรมเท่าไร ย่อมเกิดพร้อมกับการกรานกฐิน
ตอบ : ธรรม ๑๕ อย่าง ย่อมเกิดพร้อมกับการกรานกฐิน คือ มาติกา ๘
ปลิโพธ ๒ อานิสงส์ ๕
ธรรม ๑๕ อย่างนี้ ย่อมเกิดพร้อมกับการกรานกฐิน
๒. กฐินอนันตรปัจจยาทิ
ว่าด้วยอนันตรปัจจัยแห่งกฐิน เป็นต้น
[๔๐๔] ประโยคมีธรรมเหล่าไหน เป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย โดยสมนันตร
ปัจจัย โดยนิสสยปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย โดยปุเรชาตปัจจัย โดยปัจฉาชาต
ปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย
บุพพกรณ์ ฯลฯ การถอนผ้า ฯลฯ การอธิษฐานผ้า ฯลฯ การกราน ฯลฯ
มาติกาและปลิโพธ ฯลฯ
วัตถุมีธรรมเหล่าไหน เป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย โดยสมนันตรปัจจัย โดยนิสสย
ปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย โดยปุเรชาตปัจจัย โดยปัจฉาชาตปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย
บุพพกรณ์เป็นปัจจัย
ประโยคมีบุพพกรณ์เป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย โดยสมนันตรปัจจัย โดยนิสสย
ปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย บุพพกรณ์มีประโยคเป็นปัจจัย โดยปุเรชาตปัจจัย

574
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 575 (เล่ม 8)

ประโยคมีบุพพกรณ์เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย ธรรม ๑๕ อย่างเป็นปัจจัย
โดยสหชาตปัจจัย
การถอนผ้าเป็นปัจจัย
บุพพกรณ์มีการถอนผ้าเป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย โดยสมนันตรปัจจัย โดย
นิสสยปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย การถอนผ้ามีบุพพกรณ์เป็นปัจจัย โดยปุเรชาต
ปัจจัย บุพพกรณ์มีการถอนผ้าเป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย ธรรม ๑๕ อย่างเป็น
ปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย
การอธิษฐานผ้าเป็นปัจจัย
การถอนผ้ามีการอธิษฐานผ้าเป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย โดยสมนันตรปัจจัย
โดยนิสสยปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย การอธิษฐานผ้ามีการถอนผ้าเป็นปัจจัย โดย
ปุเรชาตปัจจัย การถอนผ้ามีการอธิษฐานผ้าเป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย ธรรม
๑๕ อย่างเป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย
การกรานผ้าเป็นปัจจัย
การอธิษฐานผ้ามีการกรานเป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย โดยสมนันตรปัจจัย
โดยนิสสยปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย การกรานมีการอธิษฐานผ้าเป็นปัจจัย โดย
ปุเรชาตปัจจัย การอธิษฐานผ้ามีการกรานเป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย ธรรม ๑๕
อย่างเป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย
มาติกาและปลิโพธเป็นปัจจัย
การกรานมีมาติกาและปลิโพธเป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย โดยสมนันตรปัจจัย
โดยนิสสยปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย มาติกาและปลิโพธ มีการกรานเป็นปัจจัย โดย
ปุเรชาตปัจจัย การกรานมีมาติกาและปลิโพธเป็นปัจจัย โดยปัจฉาชาตปัจจัย ธรรม
๑๕ อย่างเป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย
วัตถุมีความหวังและสิ้นหวังเป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย โดยสมนันตรปัจจัย
โดยนิสสยปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย ความหวังและสิ้นหวังมีวัตถุเป็นปัจจัย โดย

575
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 576 (เล่ม 8)

ปุเรชาตปัจจัย วัตถุมีความหวังและสิ้นหวังเป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย ธรรม ๑๕
อย่างเป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย
๓. ปุพพกรณนิทานาทิวิภาค
ว่าด้วยการจำแนกนิทานแห่งบุพพกรณ์ เป็นต้น
[๔๐๕] ถาม : บุพพกรณ์มีอะไรเป็นนิทาน มีอะไรเป็นสมุทัย มีอะไรเป็นชาติ
มีอะไรเป็นแดนเกิดก่อน มีอะไรเป็นองค์ มีอะไรเป็นสมุฏฐาน
การถอนผ้ามีอะไรเป็นนิทาน มีอะไรเป็นสมุทัย มีอะไรเป็นชาติ มีอะไรเป็นแดน
เกิดก่อน มีอะไรเป็นองค์ มีอะไรเป็นสมุฏฐาน
การอธิษฐานผ้ามีอะไรเป็นนิทาน มีอะไรเป็นสมุทัย มีอะไรเป็นชาติ มีอะไรเป็น
แดนเกิดก่อน มีอะไรเป็นองค์ มีอะไรเป็นสมุฏฐาน
การกรานมีอะไรเป็นนิทาน มีอะไรเป็นสมุทัย มีอะไรเป็นชาติ มีอะไรเป็นแดน
เกิดก่อน มีอะไรเป็นองค์ มีอะไรเป็นสมุฏฐาน
มาติกาและปลิโพธมีอะไรเป็นนิทาน มีอะไรเป็นสมุทัย มีอะไรเป็นชาติ มีอะไร
เป็นแดนเกิดก่อน มีอะไรเป็นองค์ มีอะไรเป็นสมุฏฐาน
ความหวังและความสิ้นหวังมีอะไรเป็นนิทาน มีอะไรเป็นสมุทัย มีอะไรเป็นชาติ
มีอะไรเป็นแดนเกิดก่อน มีอะไรเป็นองค์ มีอะไรเป็นสมุฏฐาน
ตอบ : บุพพกรณ์มีประโยคเป็นนิทาน มีประโยคเป็นสมุทัย มีประโยคเป็นชาติ
มีประโยคเป็นแดนเกิดก่อน มีประโยคเป็นองค์ มีประโยคเป็นสมุฏฐาน
การถอนผ้ามีบุพพกรณ์เป็นนิทาน มีบุพพกรณ์เป็นสมุทัย มีบุพพกรณ์เป็นชาติ
มีบุพพกรณ์เป็นแดนเกิดก่อน มีบุพพกรณ์เป็นองค์ มีบุพพกรณ์เป็นสมุฏฐาน
การอธิษฐานผ้ามีการถอนผ้าเป็นนิทาน มีการถอนผ้าเป็นสมุทัย มีการถอนผ้า
เป็นชาติ มีการถอนผ้าเป็นแดนเกิดก่อน มีการถอนผ้าเป็นองค์ มีการถอนผ้าเป็น
สมุฏฐาน

576
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 577 (เล่ม 8)

การกรานมีการอธิษฐานผ้าเป็นนิทาน มีการอธิษฐานผ้าเป็นสมุทัย มีการ
อธิษฐานผ้าเป็นชาติ มีการอธิษฐานผ้าเป็นแดนเกิดก่อน มีการอธิษฐานผ้าเป็นองค์
มีการอธิษฐานผ้าเป็นสมุฏฐาน
มาติกาและปลิโพธมีการกรานเป็นนิทาน มีการกรานเป็นสมุทัย มีการกราน
เป็นชาติ มีการกรานเป็นแดนเกิดก่อน มีการกรานเป็นองค์ มีการกรานเป็นสมุฏฐาน
ความหวังและความสิ้นหวังมีวัตถุเป็นนิทาน มีวัตถุเป็นสมุทัย มีวัตถุเป็นชาติ
มีวัตถุเป็นแดนเกิดก่อน มีวัตถุเป็นองค์ มีวัตถุเป็นสมุฏฐาน
[๔๐๖] ถาม : ประโยคมีอะไรเป็นนิทาน มีอะไรเป็นสมุทัย มีอะไรเป็นชาติ
มีอะไรเป็นแดนเกิดก่อน มีอะไรเป็นองค์ มีอะไรเป็นสมุฏฐาน
บุพพกรณ์ ฯลฯ การถอนผ้า ฯลฯ การอธิษฐานผ้า ฯลฯ การกราน ฯลฯ
มาติกาและปลิโพธ ฯลฯ วัตถุ ฯลฯ
ความหวังและความสิ้นหวังมีอะไรเป็นนิทาน มีอะไรเป็นสมุทัย มีอะไรเป็นชาติ
มีอะไรเป็นแดนเกิดก่อน มีอะไรเป็นองค์ มีอะไรเป็นสมุฏฐาน
ตอบ : ประโยคมีเหตุเป็นนิทาน มีเหตุเป็นสมุทัย มีเหตุเป็นชาติ มีเหตุเป็น
แดนเกิดก่อน มีเหตุเป็นองค์ มีเหตุเป็นสมุฏฐาน
บุพพกรณ์ ฯลฯ การถอนผ้า ฯลฯ การอธิษฐานผ้า ฯลฯ การกราน ฯลฯ
มาติกาและปลิโพธ ฯลฯ วัตถุ ฯลฯ
ความหวังและความสิ้นหวังมีเหตุเป็นนิทาน มีเหตุเป็นสมุทัย มีเหตุเป็นชาติ
มีเหตุเป็นแดนเกิดก่อน มีเหตุเป็นองค์ มีเหตุเป็นสมุฏฐาน
[๔๐๗] ถาม : ประโยคมีอะไรเป็นนิทาน มีอะไรเป็นสมุทัย มีอะไรเป็นชาติ
มีอะไรเป็นแดนเกิดก่อน มีอะไรเป็นองค์ มีอะไรเป็นสมุฏฐาน
บุพพกรณ์ ฯลฯ การถอนผ้า ฯลฯ การอธิษฐานผ้า ฯลฯ การกราน ฯลฯ
มาติกาและปลิโพธ ฯลฯ วัตถุ ฯลฯ
ความหวังและความสิ้นหวังมีอะไรเป็นนิทาน มีอะไรเป็นสมุทัย มีอะไรเป็นชาติ
มีอะไรเป็นแดนเกิดก่อน มีอะไรเป็นองค์ มีอะไรเป็นสมุฏฐาน

577
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 578 (เล่ม 8)

ตอบ : ประโยคมีปัจจัยเป็นนิทาน มีปัจจัยเป็นสมุทัย มีปัจจัยเป็นชาติ มีปัจจัย
เป็นแดนเกิดก่อน มีปัจจัยเป็นองค์ มีปัจจัยเป็นสมุฏฐาน
บุพพกรณ์ ฯลฯ การถอนผ้า ฯลฯ การอธิษฐานผ้า ฯลฯ การกราน ฯลฯ
มาติกาและปลิโพธ ฯลฯ วัตถุ ฯลฯ
ความหวังและความสิ้นหวังมีปัจจัยเป็นนิทาน มีปัจจัยเป็นสมุทัย มีปัจจัยเป็น
ชาติ มีปัจจัยเป็นแดนเกิดก่อน มีปัจจัยเป็นองค์ มีปัจจัยเป็นสมุฏฐาน
สงเคราะห์ธรรม
[๔๐๘] ถาม : บุพพกรณ์สงเคราะห์ด้วยธรรมเท่าไร
ตอบ : บุพพกรณ์สงเคราะห์ด้วยธรรม ๗ อย่าง คือ
๑. ซักผ้า ๒. กะผ้า
๓. ตัดผ้า ๔. ผูกผ้า
๕. เย็บผ้า ๖. ย้อมผ้า
๗. ทำกัปปพินทุ
บุพพกรณ์สงเคราะห์ด้วยธรรม ๗ อย่างนี้
ถาม : การถอนผ้าจัดเข้าธรรมเท่าไร
ตอบ : การถอนผ้าจัดเข้าธรรม ๓ อย่าง คือ
๑. ผ้าสังฆาฏิ ๒. ผ้าอุตตราสงค์
๓. ผ้าอันตรวาสก
ถาม : การอธิษฐานผ้าสงเคราะห์ด้วยธรรมเท่าไร
ตอบ : การอธิษฐานผ้าสงเคราะห์ด้วยธรรม ๓ อย่าง คือ
๑. ผ้าสังฆาฏิ ๒. ผ้าอุตตราสงค์
๓. ผ้าอันตรวาสก
ถาม : การกรานสงเคราะห์ด้วยธรรมเท่าไร
ตอบ : การกรานสงเคราะห์ด้วยธรรมอย่างเดียว คือ เปล่งวาจา

578
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 579 (เล่ม 8)

มูลเหตุแห่งกฐิน เป็นต้น
ถาม : กฐินมีมูลเหตุเท่าไร มีวัตถุเท่าไร มีภูมิเท่าไร
ตอบ : กฐินมีมูลเหตุอย่างเดียว คือ สงฆ์ มีวัตถุ ๓ คือ
๑. ผ้าสังฆาฏิ ๒. ผ้าอุตตราสงค์
๓. ผ้าอันตรวาสก
มีภูมิ ๖ คือ
๑. ผ้าทำด้วยเปลือกไม้ ๒. ผ้าทำด้วยฝ้าย
๓. ผ้าทำด้วยไหม ๔. ผ้าทำด้วยขนสัตว์
๕. ผ้าทำด้วยป่าน ๖. ผ้าทำด้วยสัมภาระเจือกัน
เบื้องต้นแห่งกฐิน
ถาม : กฐินมีอะไรเป็นเบื้องต้น มีอะไรเป็นท่ามกลาง มีอะไรเป็นที่สุด
ตอบ : กฐินมีบุพพกรณ์เป็นเบื้องต้น มีการกระทำเป็นท่ามกลาง มีการกราน
เป็นที่สุด
องค์ของภิกษุผู้กรานกฐิน
[๔๐๙] ถาม : ภิกษุประกอบด้วยองค์เท่าไรไม่ควรกรานกฐิน ภิกษุประกอบ
ด้วยองค์เท่าไรควรกรานกฐิน
ตอบ : ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๘ ไม่ควรกรานกฐิน ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๘
ควรกรานกฐิน
ถาม : ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๘ เป็นไฉน ไม่ควรกรานกฐิน
ตอบ :
๑. ภิกษุไม่รู้บุพพกรณ์ ๒. ไม่รู้การถอนผ้า
๓. ไม่รู้การอธิษฐาน ๔. ไม่รู้การกราน
๕. ไม่รู้มาติกา ๖. ไม่รู้ปลิโพธ
๗. ไม่รู้การเดาะกฐิน ๘. ไม่รู้อานิสงส์
ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ ไม่ควรกรานกฐิน

579
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 580 (เล่ม 8)

ถาม : ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๘ เป็นไฉน ควรกรานกฐิน
ตอบ :
๑. ภิกษุรู้บุพพกรณ์ ๒. รู้การถอนผ้า
๓. รู้การอธิษฐาน ๔. รู้การกราน
๕. รู้มาติกา ๖. รู้ปลิโพธ
๗. รู้การเดาะกฐิน ๘. รู้อานิสงส์
ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ ควรกรานกฐิน
การกรานกฐิน
[๔๑๐] ถาม : ภิกษุพวกไหนกรานกฐินไม่ขึ้น ภิกษุพวกไหนกรานกฐินขึ้น
ตอบ : ภิกษุ ๓ พวกกรานกฐินไม่ขึ้น ภิกษุ ๓ พวกกรานกฐินขึ้น
ถาม : ภิกษุ ๓ พวกไหนกรานกฐินไม่ขึ้น
ตอบ :
๑. ภิกษุผู้อยู่นอกสีมาอนุโมทนา
๒. เมื่ออนุโมทนากลับไม่เปล่งวาจา
๓. เมื่อเปล่งวาจากลับไม่ยอมให้ผู้อื่นรู้
ภิกษุ ๓ พวกนี้กรานกฐินไม่ขึ้น
ถาม : ภิกษุ ๓ พวกไหนกรานกฐินขึ้น
ตอบ :
๑. ภิกษุผู้อยู่ในสีมาอนุโมทนา
๒. เมื่ออนุโมทนาก็เปล่งวาจา
๓. เมื่อเปล่งวาจาก็ให้ผู้อื่นรู้
ภิกษุ ๓ พวกนี้กรานกฐินขึ้น

580
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 581 (เล่ม 8)

วัตถุวิบัติ เป็นต้น
[๔๑๑] ถาม : การกรานกฐินเท่าไรไม่ขึ้น การกรานกฐินเท่าไรขึ้น
ตอบ : การกรานกฐิน ๓ อย่าง ไม่ขึ้น การกรานกฐิน ๓ อย่าง ขึ้น
ถาม : การกรานกฐิน ๓ อย่างไหน ไม่ขึ้น
ตอบ :
๑. ผ้าวิบัติโดยวัตถุ ๒. วิบัติโดยกาล
๓. วิบัติโดยการกระทำ
การกรานกฐิน ๓ อย่างนี้ ไม่ขึ้น
ถาม : การกรานกฐิน ๓ อย่างไหน ขึ้น
ตอบ :
๑. ผ้าถึงพร้อมด้วยวัตถุ ๒. ผ้าถึงพร้อมด้วยกาล
๓. ผ้าถึงพร้อมด้วยการกระทำ
การกรานกฐิน ๓ อย่างนี้ ขึ้น
๔. กฐินาทิชานิตัพพวิภาค
ว่าด้วยการจำแนกข้อควรรู้มีกฐิน เป็นต้น
[๔๑๒] พึงรู้กฐิน พึงรู้การกรานกฐิน พึงรู้เดือนที่กรานกฐิน พึงรู้วิบัติแห่งการ
กรานกฐิน พึงรู้สมบัติแห่งการกรานกฐิน พึงรู้การทำนิมิต พึงรู้การพูดเลียบเคียง
พึงรู้ผ้าที่ยืมเขามา พึงรู้ผ้าที่เก็บไว้ค้างคืน พึงรู้ผ้าที่เป็นนิสสัคคีย์
ควรรู้กฐิน เป็นต้น
คำว่า พึงรู้กฐิน นั้น คือ การรวบรวม การประชุม ชื่อ การตั้งชื่อ การเรียกชื่อ
ภาษา พยัญชนะ การกล่าวธรรมเหล่านั้นแล รวมเรียกว่า กฐิน
คำว่า พึงรู้เดือนที่กรานกฐิน นั้น คือ รู้จักเดือนสุดท้ายแห่งฤดูฝน

581
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 582 (เล่ม 8)

คำว่า พึงรู้วิบัติแห่งการกรานกฐิน ได้แก่ พึงรู้จักวิบัติแห่งการกรานกฐินด้วย
อาการ ๒๔ อย่าง
คำว่า พึงรู้สมบัติแห่งการกรานกฐิน ได้แก่ พึงรู้จักสมบัติแห่งการกรานกฐิน
ด้วยอาการ ๑๗ อย่าง
คำว่า พึงรู้การทำนิมิต คือ ทำนิมิตว่า เราจักกรานกฐินด้วยผ้าผืนนี้
คำว่า พึงรู้การพูดเลียบเคียง คือ ทำการพูดเลียบเคียงด้วยคิดว่า เราจักให้
ผ้ากฐินเกิดด้วยการพูดเลียบเคียงนี้
คำว่า พึงรู้ผ้าที่ยืมเขามา คือ รู้ผ้าที่ไม่ได้ยกให้
คำว่า พึงรู้ผ้าที่เก็บไว้ค้างคืน คือ พึงรู้ผ้าที่เก็บไว้ค้างคืน ๒ อย่าง คือ
๑. ทำค้างคืน ๒. เก็บไว้ค้างคืน
คำว่า พึงรู้ผ้าที่เป็นนิสสัคคีย์ คือ เมื่อภิกษุกำลังตัดเย็บผ้าอยู่ อรุณขึ้นมา
คำว่า พึงรู้การกรานกฐิน ความว่า ถ้าผ้ากฐินเกิดขึ้นแก่สงฆ์ สงฆ์ควรปฏิบัติ
อย่างไร ภิกษุผู้กรานควรปฏิบัติอย่างไร ภิกษุผู้อนุโมทนาควรปฏิบัติอย่างไร
อธิบายการกรานกฐิน
[๔๑๓] สงฆ์พึงให้ผ้ากฐินแก่ภิกษุผู้กรานกฐิน ด้วยญัตติทุติยกรรม
ภิกษุผู้กรานกฐินนั้น ควรซักขยี้ให้สะอาดแล้วกะ ตัด เย็บ ย้อม ทำกัปปะ
พินทุ แล้วกรานกฐินในวันนั้นเลย ถ้าประสงค์จะกรานกฐินด้วยผ้าสังฆาฏิ ควรถอน
ผ้าสังฆาฏิผืนเก่าเสีย ควรอธิษฐานผ้าสังฆาฏิผืนใหม่ เปล่งวาจาว่า ข้าพเจ้าจะกราน
กฐินด้วยผ้าสังฆาฏิผืนนี้ ถ้าประสงค์จะกรานกฐินด้วยผ้าอุตตราสงค์ ควรถอนผ้า
อุตตราสงค์ผืนเก่าเสีย ควรอธิษฐานผ้าอุตตราสงค์ผืนใหม่ เปล่งวาจาว่า ข้าพเจ้า
จะกรานกฐินด้วยผ้าอุตตราสงค์ผืนนี้ ถ้าประสงค์จะกรานกฐินด้วยผ้าอันตรวาสก
ควรถอน ผ้าอันตรวาสกผืนเก่าเสีย ควรอธิษฐานผ้าอันตรวาสกผืนใหม่ เปล่งวาจาว่า
ข้าพเจ้าจะกรานกฐินด้วยผ้าอันตรวาสกผืนนี้

582