พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 353 (เล่ม 8)

ธรรม คือ สิกขาบทเหล่านี้ รวม ๓๗ สิกขาบท
เกิดทางกายวาจากับจิต ทุกสิกขาบทมีสมุฏฐานอันหนึ่ง
เหมือนสมนุภาสนสิกขาบท
สมนุภาสนาสมุฏฐาน จบ
๕. กฐินสมุฏฐาน
[๒๖๒] อุพภตกฐินสิกขาบท ว่าด้วยกฐินเดาะ ๓ สิกขาบท๑
ปฐมปัตตสิกขาบท ว่าด้วยบาตรสิกขาบทที่ ๑
เภสัชชสิกขาบท ว่าด้วยเภสัช อัจเจกสิกขาบท ว่าด้วยอัจเจกจีวร
สาสังกสิกขาบท ว่าด้วยเสนาสนะป่าที่น่าหวาดระแวง
ปักกมันตสิกขาบท ว่าด้วยเมื่อจะจากไป ๒ สิกขาบท๒
อุปัสสยสิกขาบท ว่าด้วยการไปสั่งสอนภิกษุณีถึงที่สำนัก
ปรัมปรสิกขาบท ว่าด้วยการฉันปรัมปรโภชนะ
อนติริตตสิกขาบท ว่าด้วยการฉันของฉันที่ไม่เป็นเดน๓
นิมันตนาสิกขาบท ว่าด้วยการได้รับนิมนต์๔
วิกัปปสิกขาบท ว่าด้วยการวิกัปจีวร
รัญโญสิกขาบท ว่าด้วยการเข้าไปในตำหนักที่บรรทมของพระราชา๕
วิกาลสิกขาบท ว่าด้วยการเข้าหมู่บ้านในเวลาวิกาล
โวสาสสิกขาบท ว่าด้วยการไม่ห้ามภิกษุณีผู้คอยบงการ
เชิงอรรถ :
๑ ปฐมกฐินสิกขาบทที่ ๑ อุทโทสิตสิกขาบทที่ ๒ ตติยกฐินสิกขาบทที่ ๓ แห่งจีวรวรรค
วิ.มหา. (แปล) ๒/๔๕๙/๑, ๔๗๑/๙, ๔๙๗/๑๙
๒ ปฐมเสนาสนสิกขาบท ทุติยเสนาสนสิกขาบท แห่งภูตคามวรรค
วิ.มหา. (แปล) ๒/๑๐๘/๒๙๑, ๑๑๔/๒๙๕
๓ ปฐมปวารณาสิกขาบท แห่งโภชนวรรค วิ.มหา. (แปล) ๒/๒๓๖/๓๙๓
๔ จาริตตสิกขาบทที่ ๖ แห่งอเจลกวรรค วิ.มหา. (แปล) ๒/๒๙๔/๔๓๗
๕ อันเตปุรสิกขาบทที่ ๑ แห่งรตนวรรค วิ.มหา. (แปล) ๒/๔๙๔/๕๘๕

353
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 354 (เล่ม 8)

อารัญญกสิกขาบท ว่าด้วยการรับของเคี้ยวในเสนาสนะป่า๑
อุสูยาสิกขาบท ว่าด้วยภิกษุณีก่อคดีพิพาท
สันนิจยสิกขาบท ว่าด้วยการสะสมบาตร
ปูเรภัตตสิกขาบท ว่าด้วยการเข้าไปสู่ตระกูลในเวลาก่อนฉันภัตตาหาร๒
ปัจฉาภัตตสิกขาบท ว่าด้วยการเข้าไปสู่ตระกูลในเวลาหลังฉันภัตตาหาร
วิกาลสิกขาบท ว่าด้วยการเข้าไปสู่ตระกูลในเวลาวิกาล๓
ปัญจาหิกสิกขาบท ว่าด้วยการให้วาระผลัดเปลี่ยนสังฆาฏิ
มีกำหนดระยะเวลา ๕ วันล่วงเลยไป
สังกมนีสิกขาบท ว่าด้วยการห่มจีวรสับเปลี่ยนกัน
อาวสถสิกขาบท ๒ สิกขาบท ว่าด้วยการใช้ผ้าซับระดูแล้ว
ไม่สละและว่าด้วยการไม่สละที่พัก
ปสาขสิกขาบท ว่าด้วยการให้บ่งฝีในร่มผ้า
อาสนสิกขาบท ว่าด้วยการนั่งบนอาสนะ
โดยไม่ขอโอกาสก่อน ธรรม คือสิกขาบทเหล่านี้
รวม ๒๙ สิกขาบท เกิดทางกายกับวาจา มิใช่เกิดทางจิต
และเกิดทางทวารทั้ง ๓ ทุกสิกขาบท มี ๒ สมุฏฐาน
เหมือนกับกฐินสิกขาบท
กฐินสมุฏฐาน จบ
๖. เอฬกโลมสมุฏฐาน
[๒๖๓] เอฬกสิกขาบท ว่าด้วยการทำสันถัตผสมใยไหม
เสยยสิกขาบท ๒ สิกขาบท ว่าด้วยการนอนร่วมกัน๔
เชิงอรรถ :
๑ จตุตถปฏิเทสนียสิกขาบท วิ.มหา. (แปล) ๒/๕๗๐/๖๔๒
๒ สิกขาบทที่ ๕ แห่งอันธการวรรค วิ.ภิกฺขุนี. (แปล) ๓/๘๕๔/๑๖๗
๓ สิกขาบทที่ ๗ แห่งอันธการวรรค วิ.ภิกฺขุนี. (แปล) ๓/๘๖๔/๑๗๓
๔ สหเสยยสิกขาบทที่ ๕ ทุติยสหเสยยสิกขาบทที่ ๖ แห่งมุสาวาทวรรค
วิ.มหา. (แปล) ๒/๔๙/๒๓๗, ๕๕/๒๔๑

354
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 355 (เล่ม 8)

อาหัจจปาทกสิกขาบท ว่าด้วยเรื่องเตียงตั่งมีขาจดแม่แคร่๑
ปิณฑโภชนสิกขาบท ว่าด้วยการฉันภัตตาหารในที่พักแรม
คณโภชนสิกขาบท ว่าด้วยการฉันคณโภชนะ
วิกาลโภชนสิกขาบท ว่าด้วยการฉันโภชนในเวลาวิกาล
สันนิธิการกสิกขาบท ว่าด้วยการสะสมโภชนะ
ทันตโปนสิกขาบท ว่าด้วยการรับประเคนอาหารนอกจากน้ำและไม้ชำระฟัน
อเจลกสิกขาบท ว่าด้วยนักบวชเปลือยกาย
อุยยุตตสิกขาบท ว่าด้วยกองทัพที่เคลื่อนขบวนออกรบ
อุยโยธิกสิกขาบท ว่าด้วยการไปดูสนามรบ
สุราปานสิกขาบท ว่าด้วยการดื่มสุราและเมรัย
โอเรนนหายนสิกขาบท ว่าด้วยยังไม่ถึงครึ่งเดือนอาบน้ำ
ทุพพัณณสิกขาบท ว่าด้วยการทำจีวรใหม่ให้เสียสี
ปาฏิเทสนียสิกขาบท ๒ สิกขาบท๒
ลสุณสิกขาบท ว่าด้วยการขอกระเทียม
อุปติฏฐสิกขาบท ว่าด้วยการปรนนิบัติ
นัจจาสิกขาบท ว่าด้วยการไปดูการฟ้อนรำ
นาหนสิกขาบท ว่าด้วยการเปลือยกายอาบน้ำ
เอกัตถรณปาปุรณสิกขาบท ว่าด้วยการใช้ผ้าผืนเดียวเป็นทั้งผ้าปูนอนเป็นทั้งผ้าห่ม
เสยยสิกขาบท ว่าด้วยการนอนบนเตียงเดียวกัน
อันโตรัฏฐสิกขาบท ว่าด้วยการเที่ยวจาริกไปในที่ที่น่าหวาดระแวงภายในรัฐ
พหิรัฏฐสิกขาบท ว่าด้วยการเที่ยวจาริกไปในที่ที่น่าหวาดระแวงภายนอกรัฐ
เชิงอรรถ :
๑ ปฐมเสนาสนสิกขาบทที่ ๔ แห่งภูตคามวรรค วิ.มหา. (แปล) ๒/๑๐๘/๒๙๑
๒ ปฐมปาฎิเทสนียสิกขาบท และตติยปาฏิเทสนียสิกขาบท เป็นเอฬกโลมสมุฏฐาน
วิ.อ. ๒/๕๕๖/๔๔๓, ๕๖๙/๔๔๔

355
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 356 (เล่ม 8)

อันโตวัสสสิกขาบท ว่าด้วยการเที่ยวจาริกไปภายในพรรษา
จิตตาคารสิกขาบท ว่าด้วยการไปดูหอจิตรกรรม
อาสันทิสิกขาบท ว่าด้วยใช้ตั่งยาว
สุตตกันตนาสิกขาบท ว่าด้วยการกรอด้าย
เวยยาวัจจสิกขาบท ว่าด้วยการช่วยทำการขวนขวาย
สหัตถาสิกขาบท ว่าด้วยการให้ของเคี้ยวด้วยมือตน
อภิกขุกาวาสสิกขาบท ว่าด้วยการอยู่จำพรรษาในอาวาสที่ไม่มีภิกษุ
ฉัตตสิกขาบท ว่าด้วยภิกษุณีผู้ไม่เป็นไข้กั้นร่มและสวมรองเท้า
ยานสิกขาบท ว่าด้วยการเดินทางด้วยยานพาหนะ
สังฆาณิสิกขาบท ว่าด้วยการใช้เครื่องประดับเอว
อลังการสิกขาบท ว่าด้วยการใช้เครื่องประดับของสตรี
คันธสิกขาบท ว่าด้วยการใช้ของหอม
วาสิตสิกขาบท ว่าด้วยการใช้แป้งอบกลิ่น
ภิกขุนีสิกขาบท ว่าด้วยการใช้ภิกษุณีให้บีบนวด
สิกขมานาสิกขาบท ว่าด้วยการใช้สิกขมานาให้บีบนวด
สามเณรีสิกขาบท ว่าด้วยการใช้สามเณรีให้บีบนวด
คิหินีสิกขาบท ว่าด้วยการใช้คฤหัสถ์หญิงให้บีบนวด
อสังกัจฉิกาสิกขาบท ว่าด้วยการเข้าหมู่บ้านโดยไม่มีผ้ารัดถัน
รวมเป็น ๔๔ สิกขาบท
เกิดทางกาย มิใช่เกิดทางวาจากับจิต
เกิดทางกายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจา
ทุกสิกขาบทมี ๒ สมุฏฐาน เหมือนกับเอฬกโลมสิกขาบท
เอฬกโลมสมุฏฐาน จบ

356
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 357 (เล่ม 8)

๗. ปทโสธัมมสมุฏฐาน
[๒๖๔] ปทโสธัมมสิกขาบท ว่าด้วยการสอนให้กล่าวธรรมแข่งกันเป็นบทๆ
อัญญัตรสิกขาบท ว่าด้วยภิกษุแสดงธรรมแก่มาตุคาม เกิน ๕๖ คำ
เว้นไว้แต่มีบุรุษรู้เดียงสาอยู่
อสัมมตสิกขาบท ว่าด้วยภิกษุไม่ได้รับแต่งตั้งสั่งสอนภิกษุณี
อัตถังคตสิกขาบท ว่าด้วยการสั่งสอนภิกษุณีในเวลาที่ดวงอาทิตย์อัสดงแล้ว
ติรัจฉานวิชชาสิกขาบท ๒ สิกขาบท ว่าด้วยการเรียนดิรัจฉานวิชา
และว่าด้วยการสอนดิรัจฉานวิชา
อโนกาสปุจฉาสิกขาบท ว่าด้วยการถามปัญหาภิกษุโดยไม่ขอโอกาส
รวมสิกขาบทเหล่านี้เป็น ๗ สิกขาบท
เกิดทางวาจา มิใช่เกิดทางกาย มิใช่เกิดทางจิต
เกิดทางวาจากับจิต มิใช่เกิดทางกาย
ทุกสิกขาบทมี ๒ สมุฏฐาน เหมือนปทโสธัมมสิกขาบท
ปทโสธัมมสมุฏฐาน จบ
๘. อัทธานสมุฏฐาน
[๒๖๕] อัทธานสิกขาบท ว่าด้วยการชักชวนกันเดินทางไกลร่วมกันกับภิกษุณี
นาวสิกขาบท ว่าด้วยการชักชวนภิกษุณีโดยสารเรือลำเดียวกัน
ปณีตสิกขาบท ว่าด้วยการออกปากขอโภชนะอันประณีต
มาตุคามสิกขาบท ว่าด้วยการชักชวนเดินทางไกลร่วมกับมาตุคาม
สังหรสิกขาบท ว่าด้วยการถอนขนในที่แคบ
ธัญญสิกขาบท ว่าด้วยการออกปากขอข้าวเปลือกดิบ
นิมันติตาสิกขาบท ว่าด้วยภิกษุณีได้รับนิมนต์๑
ปาฏิเทสนียสิกขาบท ๘ สิกขาบท๒
เชิงอรรถ :
๑ สิกขาบทที่ ๔ แห่งอารามวรรค วิ.ภิกฺขุนี. (แปล) ๓/๑๐๓๗/๒๗๔
๒ ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๑๘ วิ.ภิกฺขุนี. (แปล) ๓/๑๒๒๘/๓๘๕, ๑๒๓๔/๓๘๙

357
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 358 (เล่ม 8)

สิกขาบทเหล่านี้ รวมเป็น ๑๕ สิกขาบท
เกิดทางกาย มิใช่เกิดทางวาจา มิใช่เกิดทางจิต
เกิดทางกายกับวาจา มิใช่เกิดทางจิต
เกิดทางกายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจา
เกิดทางกายวาจากับจิต รวมเป็น ๔ สมุฏฐาน
พระพุทธเจ้าผู้ทรงมีพระญาณทรงบัญญัตินัยไว้เสมอกับอัทธานสิกขาบท
อัทธานสมุฏฐาน จบ
๙. เถยยสัตถสมุฏฐาน
[๒๖๖] เถยยสัตถสิกขาบท ว่าด้วยการเดินทางไกลร่วม
กับพ่อค้าเกวียนผู้เป็นโจร
อุปัสสุติสิกขาบท ว่าด้วยการแอบฟังภิกษุทะเลาะกัน
สูปวิญญาปนสิกขาบท ว่าด้วยการออกปากขอแกงและข้าวสุก๑
รัตติสิกขาบท ว่าด้วยการสนทนากับชายในเวลาค่ำคืน
ฉันนสิกขาบท ว่าด้วยการยืนเคียงคู่กันสองต่อสองกับชาย
ในโอกาสที่กำบัง
โอกาสสิกขาบท ว่าด้วยการยืนเคียงคู่กันสองต่อสองกับชายในที่แจ้ง
พยูหสิกขาบท ว่าด้วยการยืนเคียงคู่กันสองต่อสองกับชายในตรอกตัน
สิกขาบทเหล่านี้รวมเป็น ๗ สิกขาบท
เกิดทางกายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจา เกิดทางทวารทั้ง ๓
สิกขาบทเหล่านี้มี ๒ สมุฏฐาน
พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์
ได้ทรงแสดงนัยไว้ เหมือนเถยยสัตถสมุฏฐาน
เถยยสัตถสมุฏฐาน จบ
เชิงอรรถ :
๑ สิกขาบทที่ ๗ แห่งสักกัจจวรรค วิ.มหา. (แปล) ๒/๖๑๒/๖๘๗

358
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 359 (เล่ม 8)

๑๐. ธัมมเทสนาสมุฏฐาน
[๒๖๗] พระตถาคตเจ้าจะไม่ทรงแสดงพระสัทธรรมแก่คนกั้นร่ม
ผู้ถือไม้พลอง ผู้ถือศัสตรา ผู้ถืออาวุธ ผู้สวมเขียงเท้า
ผู้สวมรองเท้า ผู้อยู่ในยานพาหนะ ผู้อยู่บนที่นอน ผู้นั่งรัดเข่า
ผู้โพกศีรษะ ผู้คลุมศีรษะ รวมเป็น ๑๑ สิกขาบทพอดี
เกิดทางวาจากับจิต มิใช่เกิดทางกาย
ทุกสิกขาบทมีสมุฏฐานอันหนึ่ง เสมอกับธัมมเทสนาสิกขาบท
ธัมมเทสนาสมุฏฐาน จบ
๑๑. ภูตาโรจนสมุฏฐาน
[๒๖๘] ภูตาโรจนสิกขาบทว่าด้วยการบอกอุตตริมนุสสธรรมที่มีจริง
เกิดทางกาย มิใช่เกิดทางวาจา มิใช่เกิดทางจิต
เกิดทางวาจา มิใช่เกิดทางกาย มิใช่เกิดทางจิต
เกิดทางกายกับวาจา มิใช่เกิดทางจิต
ขึ้นชื่อว่าภูตาโรจนสิกขาบทย่อมเกิดจาก ๓ สมุฏฐาน
ภูตาโรจนสมุฏฐาน จบ
๑๒. โจรีวุฏฐาปนสมุฏฐาน
[๒๖๙] โจรีวุฏฐาปนสิกขาบท ว่าด้วยการบวชให้สตรีผู้เป็นโจร
โจรีวุฏฐาปนสิกขาบทนี้ เกิดทางวาจากับจิต
มิใช่เกิดทางกาย และเกิดทางทวารทั้ง ๓
สิกขาบทนี้พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นพระธรรมราชาทรงบัญญัติไว้ว่ามี
๒ สมุฏฐาน ไม่ซ้ำกัน
โจรีวุฏฐาปนสมุฏฐาน จบ

359
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 360 (เล่ม 8)

๑๓. อนนุญญาตสมุฏฐาน
[๒๗๐] อนนุญญาตสิกขาบท ว่าด้วยการบวชให้สิกขมานา
ที่ยังไม่ได้รับอนุญาต
เกิดทางวาจา มิใช่เกิดทางกาย มิใช่เกิดทางจิต
เกิดทางกายกับวาจา มิใช่เกิดทางจิต
เกิดทางวาจากับจิต มิใช่เกิดทางกาย
และเกิดทางทวารทั้ง ๓
จึงมี ๔ สมุฏฐาน ไม่ซ้ำกัน
อนนุญญาตสมุฏฐาน จบ
ความจริง สมุฏฐานโดยย่อทั้ง ๑๓ สิกขาบท
พระองค์ทรงแสดงไว้ดีแล้ว ซึ่งเป็นเหตุทำความไม่หลง
อนุโลมในหัวข้อหลักธรรมที่เป็นแบบแผน
วิญญูชนเมื่อจำสมุฏฐานนี้ไว้ได้
ก็จะไม่หลงในสมุฏฐานแล
สมุฏฐานสีสสังเขป จบ

360
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 361 (เล่ม 8)

อันตรเปยยาล
ว่าด้วยการละข้อความในระหว่าง
กติปุจฉาวาร
วาระว่าด้วยการถามว่ามีเท่าไร
[๒๗๑] ถาม : อาบัติมีเท่าไร กองอาบัติมีเท่าไร วินีตวัตถุมีเท่าไร ความไม่
เคารพมีเท่าไร ความเคารพมีเท่าไร วินีตวัตถุมีเท่าไร วิบัติมีเท่าไร สมุฏฐานแห่ง
อาบัติมีเท่าไร มูลแห่งวิวาทมีเท่าไร มูลแห่งการโจทมีเท่าไร สาราณียธรรม(ธรรม
เป็นที่ตั้งแห่งความระลึกถึงกัน)มีเท่าไร สังฆเภท(เรื่องทำความแตกร้าว)มีเท่าไร
อธิกรณ์มีเท่าไร สมถะมีเท่าไร
ตอบ : อาบัติมี ๕ กองอาบัติมี ๕ วินีตวัตถุมี ๕ อาบัติมี ๗ กองอาบัติมี
๗ วินีตวัตถุมี ๗ ความไม่เคารพมี ๖ ความเคารพมี ๖ วินีตวัตถุมี ๖ วิบัติมี ๔
สมุฏฐานแห่งอาบัติมี ๖ มูลแห่งวิวาทมี ๖ มูลแห่งการโจทมี ๖ สาราณียธรรม
มี ๖ สังฆเภทมี ๑๘ อธิกรณ์มี ๔ สมถะมี ๗
อาบัติ ๕
ในหัวข้อเหล่านั้น อาบัติ ๕ เป็นไฉน คือ
๑. อาบัติปาราชิก ๒. อาบัติสังฆาทิเสส
๓. อาบัติปาจิตตีย์ ๔. อาบัติปาฏิเทสนียะ
๕. อาบัติทุกกฏ
นี้คืออาบัติ ๕ อย่าง
กองอาบัติ ๕
ในหัวข้อเหล่านั้น กองอาบัติ ๕ เป็นไฉน คือ
๑. กองอาบัติปาราชิก ๒. กองอาบัติสังฆาทิเสส
๓. กองอาบัติปาจิตตีย์ ๔. กองอาบัติปาฏิเทสนียะ
๕. กองอาบัติทุกกฏ
นี้คือกองอาบัติ ๕ กอง

361
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 362 (เล่ม 8)

วินีตวัตถุ ๕
ในหัวข้อเหล่านั้น วินีตวัตถุ ๕ เป็นไฉน คือ
๑. การเว้นไกล ๒. การเว้นขาด
๓. การงดเว้น ๔. เจตนาเครื่องงดเว้นจากกองอาบัติ ๕
๕. ความไม่ประกอบ การไม่ทำ การไม่แกล้งต้อง การไม่ละเมิดเวลา
การกำจัดด้วยอริยมรรคชื่อเสตุ
นี้คือวินีตวัตถุ ๕ อย่าง
อาบัติ ๗
ในหัวข้อเหล่านั้น อาบัติ ๗ เป็นไฉน คือ
๑. อาบัติปาราชิก ๒. อาบัติสังฆาทิเสส
๓. อาบัติถุลลัจจัย ๔. อาบัติปาจิตตีย์
๕. อาบัติปาฏิเทสนียะ ๖. อาบัติทุกกฏ
๗. อาบัติทุพภาสิต
นี้คืออาบัติ ๗ อย่าง
กองอาบัติ ๗
ในหัวข้อเหล่านั้น กองอาบัติ ๗ เป็นไฉน คือ
๑. กองอาบัติปาราชิก ๒. กองอาบัติสังฆาทิเสส
๓. กองอาบัติถุลลัจจัย ๔. กองอาบัติปาจิตตีย์
๕. กองอาบัติปาฏิเทสนียะ ๖. กองอาบัติทุกกฏ
๗. กองอาบัติทุพภาสิต
นี้คือกองอาบัติ ๗ กอง
วินีตวัตถุ ๗
ในหัวข้อเหล่านั้น วินีตวัตถุ ๗ เป็นไฉน คือ

362