พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 333 (เล่ม 8)

สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๘
เพราะภิกษุณีผู้ถูกตัดสินให้แพ้คดีในอธิกรณ์บางเรื่อง โกรธ ไม่ยอมสละกรรม
จนกระทั่งสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบ ๓ ครั้ง ต้องอาบัติ ๓ อย่าง คือ
๑. จบญัตติ ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. จบกรรมวาจา ๒ ครั้ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย
๓. จบกรรมวาจาครั้งสุดท้าย ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๙
เพราะภิกษุณีอยู่คลุกคลีกัน ไม่ยอมสละกรรม จนกระทั่งสงฆ์สวดสมนุภาสน์
ครบ ๓ ครั้ง ต้องอาบัติ ๓ อย่าง คือ
๑. จบญัตติ ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. จบกรรมวาจา ๒ ครั้ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย
๓. จบกรรมวาจาครั้งสุดท้าย ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑๐
เพราะภิกษุณีส่งเสริมกล่าวชักชวนว่า “น้องหญิงทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงอยู่
คลุกคลีกัน อย่าแยกกันอยู่” ไม่ยอมสละกรรม จนกระทั่งสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบ
๓ ครั้ง ต้องอาบัติ ๓ อย่าง คือ
๑. จบญัตติ ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. จบกรรมวาจา ๒ ครั้ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย
๓. จบกรรมวาจาครั้งสุดท้าย ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
สังฆาทิเสส ๑๐ สิกขาบท จบ
ฯลฯ
(พึงขยายความเหมือนข้างต้น ปัจจัยเท่านั้นที่เป็นเหตุให้ต่างกัน)

333
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 334 (เล่ม 8)

๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์
จำนวนอาบัติในปาฏิเทสนียกัณฑ์
ฯลฯ
ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๘
ถาม : เพราะภิกษุณีออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน ต้องอาบัติเท่าไร
ตอบ : เพราะภิกษุณีออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่า “จะฉัน” ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. ฉัน ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ ทุกๆ คำกลืน
เพราะภิกษุณีออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน ต้องอาบัติ ๒ อย่างเหล่านี้
กตาปัตติวารที่ ๒ จบ
๓. วิปัตติวาร
วาระว่าด้วยเป็นวิบัติ
๑. ปาราชิกกัณฑ์
คำถาม – คำตอบวิบัติในปาราชิกกัณฑ์
ปาราชิกสิกขาบทที่ ๕
[๒๕๑] ถาม : เพราะยินดีการถูกต้องกาย อาบัติทั้งหลาย บรรดาวิบัติ
๔ อย่าง จัดเป็นวิบัติเท่าไร
ตอบ : เพราะยินดีการถูกต้องกาย อาบัติทั้งหลาย บรรดาวิบัติ ๔ อย่าง
จัดเป็นวิบัติ ๒ อย่าง คือ (๑) สีลวิบัติ (๒) อาจารวิบัติ
ฯลฯ

334
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 335 (เล่ม 8)

๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์
คำถาม – คำตอบวิบัติในปาฏิเทสนียกัณฑ์
ฯลฯ
ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๘
ถาม : เพราะภิกษุณีออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน อาบัติทั้งหลาย บรรดาวิบัติ
๔ อย่าง จัดเป็นวิบัติเท่าไร
ตอบ : เพราะภิกษุณีออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน อาบัติทั้งหลาย บรรดาวิบัติ
๔ อย่าง จัดเป็นวิบัติ ๑ อย่าง คือ อาจารวิบัติ
วิปัตติวารที่ ๓ จบ
๔. สังคหวาร
วาระว่าด้วยการจัดเข้ากองอาบัติ
๑. ปาราชิกกัณฑ์
คำถาม – คำตอบจัดกองอาบัติในปาราชิกกัณฑ์
ปาราชิกสิกขาบทที่ ๕
[๒๕๒] ถาม : เพราะยินดีการถูกต้องกาย อาบัติทั้งหลาย บรรดากองอาบัติ
๗ กอง จัดเข้ากองอาบัติเท่าไร
ตอบ : เพราะยินดีการถูกต้องกาย อาบัติทั้งหลาย บรรดากองอาบัติ ๗ กอง
จัดเข้ากองอาบัติ ๕ กอง คือ (๑) กองอาบัติปาราชิก (๒) กองอาบัติสังฆาทิเสส
(๓) กองอาบัติถุลลัจจัย (๔) กองอาบัติปาจิตตีย์ (๕) กองอาบัติทุกกฏ
ฯลฯ

335
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 336 (เล่ม 8)

๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์
คำถาม – คำตอบจัดกองอาบัติในปาฏิเทสนียกัณฑ์
ฯลฯ
ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๘
ถาม : เพราะภิกษุณีออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน อาบัติทั้งหลาย บรรดากอง
อาบัติ ๗ กอง จัดเข้ากองอาบัติเท่าไร
ตอบ : เพราะภิกษุณีออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน อาบัติทั้งหลาย บรรดา
กองอาบัติ ๗ กอง จัดเข้ากองอาบัติ ๒ กอง คือ (๑) กองอาบัติปาฏิเทสนียะ
(๒) กองอาบัติทุกกฏ
สังคหวารที่ ๔ จบ
๕. สมุฏฐานวาร
วาระว่าด้วยสมุฏฐาน
๑. ปาราชิกกัณฑ์
คำถาม – คำตอบสมุฏฐานในปาราชิกกัณฑ์
ปาราชิกสิกขาบทที่ ๕
[๒๕๓] ถาม : เพราะภิกษุณียินดีการถูกต้องกาย อาบัติทั้งหลาย บรรดา
สมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : เพราะภิกษุณียินดีการถูกต้องกาย อาบัติทั้งหลาย บรรดาสมุฏฐาน
แห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๑ สมุฏฐาน คือ เกิดทางกายกับจิต
มิใช่เกิดทางวาจา
ฯลฯ

336
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 337 (เล่ม 8)

๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์
คำถาม – คำตอบสมุฏฐานอาบัติในปาฏิเทสนียกัณฑ์
ฯลฯ
ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๘
ถาม : เพราะภิกษุณีออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน อาบัติทั้งหลาย บรรดาสมุฏฐาน
แห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร
ตอบ : เพราะภิกษุณีออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน อาบัติทั้งหลาย บรรดา
สมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๔ อย่าง คือ (๑) เกิดทางกาย
มิใช่เกิดทางวาจา มิใช่เกิดทางจิต (๒) เกิดทางกายกับวาจา มิใช่เกิดทางจิต
(๓) เกิดทางกายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจา (๔) เกิดทางกายวาจากับจิต
สมุฏฐานวารที่ ๕ จบ
๖. อธิกรณวาร
วาระว่าด้วยการจัดเป็นอธิกรณ์
๑. ปาราชิกกัณฑ์
คำถาม – คำตอบอธิกรณ์ในปาราชิกกัณฑ์
ปาราชิกสิกขาบทที่ ๕
[๒๕๔] ถาม : เพราะยินดีการถูกต้องกาย อาบัติทั้งหลาย บรรดาอธิกรณ์
๔ อย่าง จัดเป็นอธิกรณ์ไหน
ตอบ : เพราะยินดีการถูกต้องกาย อาบัติทั้งหลาย บรรดาอธิกรณ์ ๔ อย่าง
จัดเป็นอาปัตตาธิกรณ์
ฯลฯ

337
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 338 (เล่ม 8)

๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์
คำถาม – คำตอบอธิกรณ์ในปาฏิเทสนียกัณฑ์
ฯลฯ
ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๘
ถาม : เพราะภิกษุณีออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน อาบัติทั้งหลาย บรรดาอธิกรณ์
๔ อย่าง จัดเป็นอธิกรณ์ไหน
ตอบ : เพราะภิกษุณีออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน อาบัติทั้งหลาย บรรดาอธิกรณ์
๔ อย่าง จัดเป็นอาปัตตาธิกรณ์
อธิกรณวารที่ ๖ จบ
๗. สมถวาร
วาระว่าด้วยการระงับด้วยสมถะ
๑. ปาราชิกกัณฑ์
คำถาม – คำตอบสมถะในปาราชิกกัณฑ์
ปาราชิกสิกขาบทที่ ๕
[๒๕๕] ถาม : เพราะยินดีการถูกต้องกาย อาบัติทั้งหลาย บรรดาสมถะ
๗ อย่าง ระงับด้วยสมถะเท่าไร
ตอบ : เพราะยินดีการถูกต้องกาย อาบัติทั้งหลาย บรรดาสมถะ ๗
อย่าง ระงับด้วยสมถะ ๓ อย่าง คือ (๑) สัมมุขาวินัย (๒) ปฏิญญาตกรณะ
(๓) สัมมุขาวินัยกับติณวัตถารกะ
ฯลฯ

338
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 339 (เล่ม 8)

๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์
คำถาม – คำตอบสมถะในปาฏิเทสนียกัณฑ์
ฯลฯ
ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๘
ถาม : เพราะภิกษุณีออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน อาบัติทั้งหลาย บรรดาสมถะ
๗ อย่าง ระงับด้วยสมถะเท่าไร
ตอบ : เพราะภิกษุณีออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน อาบัติทั้งหลาย บรรดาสมถะ
๗ อย่าง ระงับด้วยสมถะ ๓ อย่าง คือ (๑) สัมมุขาวินัย (๒) ปฏิญญาตกรณะ
(๓) สัมมุขาวินัยกับติณวัตถารกะ
สมถวารที่ ๗ จบ
๘. สมุจจยวาร
วาระว่าด้วยการสรุปรวม
๑. ปาราชิกกัณฑ์
คำถาม – คำตอบสรุปรวมอาบัติในปาราชิกกัณฑ์
ปาราชิกสิกขาบทที่ ๕
[๒๕๖] ถาม : เพราะยินดีการถูกต้องกายเป็นปัจจัย ต้องอาบัติเท่าไร
ตอบ : เพราะยินดีการถูกต้องกายเป็นปัจจัย ต้องอาบัติ ๕ อย่าง คือ
๑. ภิกษุณีผู้กำหนัด ยินดีการถูกต้องบริเวณใต้รากขวัญลงมา เหนือ
หัวเข่าขึ้นไป ของชายผู้กำหนัด ต้องอาบัติปาราชิก
๒. ภิกษุใช้กายจับต้องกาย ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
๓. ภิกษุใช้กายจับต้องของเนื่องด้วยกาย ต้องอาบัติถุลลัจจัย

339
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 340 (เล่ม 8)

๔. ภิกษุใช้ของที่เนื่องด้วยกายจับต้องของเนื่องด้วยกาย ต้องอาบัติทุกกฏ
๕. ภิกษุใช้นิ้วจี้กัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์
เพราะยินดีการจับต้องกายเป็นปัจจัย ต้องอาบัติ ๕ อย่างเหล่านี้
ถาม : อาบัติเหล่านั้น บรรดาวิบัติ ๔ อย่าง จัดเป็นวิบัติเท่าไร บรรดากอง
อาบัติ ๗ กอง จัดเข้ากองอาบัติเท่าไร บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน
เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร บรรดาอธิกรณ์ ๔ อย่าง เป็นอธิกรณ์ไหน บรรดาสมถะ
๗ อย่าง ระงับด้วยสมถะเท่าไร
ตอบ : อาบัติเหล่านั้น บรรดาวิบัติ ๔ อย่าง จัดเป็นวิบัติ ๒ อย่าง คือ
(๑) สีลวิบัติ (๒) อาจารวิบัติ
บรรดากองอาบัติ ๗ กอง จัดเข้ากองอาบัติ ๕ กอง คือ (๑) กองอาบัติปาราชิก
(๒) กองอาบัติสังฆาทิเสส (๓) กองอาบัติถุลลัจจัย (๔) กองอาบัติปาจิตตีย์
(๕) กองอาบัติทุกกฏ
บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๑ สมุฏฐาน คือ
เกิดทางกายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจา
บรรดาอธิกรณ์ ๔ อย่าง เป็นอาปัตตาธิกรณ์
บรรดาสมถะ ๗ อย่าง ระงับด้วยสมถะ ๓ อย่าง คือ (๑) สัมมุขาวินัย
(๒) ปฏิญญาตกรณะ (๓) สัมมุขาวินัยและติณวัตถารกะ
ฯลฯ

340
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 341 (เล่ม 8)

๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์
คำถาม – คำตอบสรุปรวมอาบัติในปาฏิเทสนียกัณฑ์
ฯลฯ
ปาฏิเทสนียสิกขาบทที่ ๘
ถาม : เพราะภิกษุณีออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน ต้องอาบัติเท่าไร
ตอบ : เพราะภิกษุณีออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่า “จะฉัน” ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. ฉัน ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ ทุกๆ คำกลืน
เพราะภิกษุณีออกปากขอนมเปรี้ยวมาฉัน ต้องอาบัติ ๒ อย่างเหล่านี้
ถาม : อาบัติเหล่านั้น บรรดาวิบัติ ๔ อย่าง จัดเป็นวิบัติเท่าไร บรรดากอง
อาบัติ ๗ กองจัดเข้ากองอาบัติเท่าไร บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน
เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร บรรดาอธิกรณ์ ๔ อย่าง เป็นอธิกรณ์อะไร บรรดาสมถะ
๗ อย่าง ระงับด้วยสมถะเท่าไร
ตอบ : อาบัติเหล่านั้น บรรดาวิบัติ ๔ อย่าง จัดเป็นวิบัติ ๑ อย่าง คือ
อาจารวิบัติ บรรดากองอาบัติ ๗ กอง จัดเข้ากองอาบัติ ๒ กอง คือ (๑) กองอาบัติ
ปาฏิเทสนียะ (๒) กองอาบัติทุกกฏ
บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สมุฏฐาน เกิดด้วยสมุฏฐาน ๔ สมุฏฐาน คือ
(๑) เกิดทางกาย มิใช่เกิดทางวาจา มิใช่เกิดทางจิต (๒) เกิดทางกายกับวาจา มิใช่
เกิดทางจิต (๓) เกิดทางกายกับจิต มิใช่เกิดทางวาจา (๔) เกิดทางกายวาจากับจิต
บรรดาอธิกรณ์ ๔ อย่าง เป็นอาปัตตาธิกรณ์
บรรดาสมถะ ๗ อย่าง ระงับด้วยสมถะ ๓ อย่าง คือ (๑) สัมมุขาวินัย
(๒) ปฏิญญาตกรณะ (๓) สัมมุขาวินัยและติณวัตถารกะ
สมุจจยวารที่ ๘ จบ ๘ ปัจจยวาร จบ
โสฬสมหาวารในภิกขุนีวิภังค์ จบ

341
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 342 (เล่ม 8)

๓. สมุฏฐานสีสสังเขป
ว่าด้วยการย่อหัวข้อสมุฏฐาน
[๒๕๗] สังขารทั้งปวงที่ปัจจัยปรุงแต่ง ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
พระนิพพานและบัญญัติ ท่านวินิจฉัยว่าเป็นอนัตตา๑
เมื่อดวงจันทร์คือพระพุทธเจ้ายังไม่เกิดขึ้น
เมื่อดวงอาทิตย์คือพระพุทธเจ้ายังไม่อุทัยขึ้นมา
เพียงชื่อของสภาคธรรมเหล่านั้น ก็ยังไม่มีใครรู้จัก
พระมหาธีรเจ้าทั้งหลายผู้ทรงเป็นดวงตา
ทรงทำทุกกรกิริยาหลายอย่าง
บำเพ็ญพระบารมีแล้วเสด็จอุบัติขึ้นในโลกอันเป็นไปพร้อมทั้งพรหมโลก
พระองค์ทรงแสดงพระสัทธรรมอันกำจัดเสียซึ่งทุกข์นำมาซึ่งความสุข
พระอังคีรสศากยมุนีทรงเป็นผู้อนุเคราะห์แก่หมู่สัตว์ทุกถ้วนหน้า
พระองค์ผู้ทรงอุดมกว่าสรรพสัตว์ดุจราชสีห์
ทรงแสดงพระไตรปิฎก คือ พระสุตตันตะ
พระอภิธรรม พระวินัย ซึ่งมีคุณมาก
พระสัทธรรมจะเป็นไปได้ หากพระวินัยคืออุภโตวิภังค์
ขันธกะและมาติกายังดำรงอยู่
พระวินัยท่านร้อยกรองไว้ด้วยคัมภีร์ปริวาร
เหมือนดอกไม้ร้อยด้วยเส้นด้าย
สมุฏฐานแห่งคัมภีร์ปริวารนั่นแล ท่านจัดไว้แน่นอนแล้ว
ความเจือปน นิทานและสิ่งอื่น จะปรากฏในพระสูตรข้างหน้า
เพราะฉะนั้น ภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก
ต้องการศึกษาพระธรรมก็พึงศึกษาคัมภีร์ปริวารเถิด
เชิงอรรถ :
๑ ที่ท่านนำสิ่งที่เป็นบัญญัติมาวินิจฉัยว่า “เป็นอนัตตา” ร่วมกับพระนิพพานซึ่งเป็นปรมัตถธรรมนั้น
เพราะว่าต่างก็เป็นสิ่งที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งเหมือนกัน (วิมติ.ฏีกา ๒/๒๕๗/๓๕๑)

342