พุทธธรรมสงฆ์
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 153 (เล่ม 8)

๙. ราชวรรค
๑. อันเตปุรสิกขาบท
[๑๗๓] ภิกษุไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้า เข้าเขตพระราชฐานชั้นใน ต้องอาบัติ ๒
อย่าง คือ
๑. ก้าวเท้าที่ ๑ ล่วงธรณีประตู ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. ก้าวเท้าที่ ๒ ล่วงธรณีประตู ต้องอาบัติปาจิตตีย์
๒. รตนสิกขาบท
ภิกษุเก็บรัตนะ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังเก็บ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อเก็บแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
๓. วิกาลคามปเวสนสิกขาบท
ภิกษุไม่บอกลาภิกษุที่มีอยู่แล้ว เข้าหมู่บ้านในเวลาวิกาล๑ ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. ยกเท้าแรกก้าวเข้าเขตรั้วล้อม ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. ยกเท้าที่ ๒ ก้าวเลยเข้าไป ต้องอาบัติปาจิตตีย์
๔. สูจิฆรสิกขาบท
ภิกษุทำกล่องเข็มด้วยกระดูก ด้วยงา หรือด้วยเขา ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อทำเสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
เชิงอรรถ :
๑ เวลาวิกาล ในที่นี้ประสงค์เอาตั้งแต่เที่ยงวันจนถึงอรุณขึ้น (วิ.มหา. (แปล) ๒/๕๑๓/๖๐๓)

153
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 154 (เล่ม 8)

๕. มัญจปีฐสิกขาบท
ภิกษุให้ทำเตียงหรือตั่งเกินขนาด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อทำเสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
๖. ตูโลนัทธสิกขาบท
ภิกษุให้ทำเตียงหรือตั่งหุ้มนุ่น ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อทำเสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
๗. นิสีทนสิกขาบท
ภิกษุให้ทำผ้ารองนั่งเกินขนาด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อทำเสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
๘. กัณฑุปฏิจฉาทิสิกขาบท
ภิกษุให้ทำผ้าปิดฝีเกินขนาด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อทำเสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
๙. วัสสิกสาฏิกาสิกขาบท
ภิกษุให้ทำผ้าอาบน้ำฝนเกินขนาด ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อทำเสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
๑๐. นันทสิกขาบท
ถาม : ภิกษุให้ทำจีวรเท่ากับสุคตจีวร ต้องอาบัติเท่าไร

154
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 155 (เล่ม 8)

ตอบ : ภิกษุให้ทำจีวรเท่ากับสุคตจีวร ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังทำ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อทำเสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
ภิกษุให้ทำจีวรเท่ากับสุคตจีวร ต้องอาบัติ ๒ อย่างเหล่านี้
ราชวรรคที่ ๙ จบ
ขุททกสิกขาบท จบ
๖. ปาฏิเทสนียกัณฑ์
คำถาม – คำตอบจำนวนอาบัติในปาฏิเทสนียกัณฑ์
๑. ปฐมปาฏิเทสนียสิกขาบท
[๑๗๔] ถาม : ภิกษุรับของเคี้ยวหรือของฉันด้วยมือตนจากมือของภิกษุณีผู้ไม่
ใช่ญาติผู้เข้าไปในละแวกบ้านแล้วฉัน ต้องอาบัติเท่าไร
ตอบ : ภิกษุรับของเคี้ยวหรือของฉันด้วยมือตนจากมือของภิกษุณีผู้ไม่ใช่ญาติ
ผู้เข้าไปในละแวกบ้านแล้วฉัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่า “จะฉัน” ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. ฉัน ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ ทุกๆ คำกลืน
ภิกษุรับของเคี้ยวหรือของฉันด้วยมือตนจากมือของภิกษุณีผู้ไม่ใช่ญาติผู้เข้าไป
ในละแวกบ้านแล้วฉัน ต้องอาบัติ ๒ อย่างเหล่านี้
๒. ทุติยปาฏิเทสนียสิกขาบท
ภิกษุไม่ห้ามภิกษุณีผู้บงการ(ทายก)อยู่ แล้วฉัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่า “จะฉัน” ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. ฉัน ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ ทุกๆ คำกลืน

155
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 156 (เล่ม 8)

๓. ตติยปาฏิเทสนียสิกขาบท
ภิกษุรับของเคี้ยวหรือของฉันในตระกูลที่ได้รับสมมติว่าเป็นเสขะด้วยมือตนเองแล้ว
ฉัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่า “จะฉัน” ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. ฉัน ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ ทุกๆ คำกลืน
๔. จตุตถปาฏิเทสนียสิกขาบท
ถาม : ภิกษุผู้ที่ไม่ได้รับแจ้งไว้ก่อนรับของเคี้ยวหรือของฉันด้วยมือตนเองในอาราม
ในเสนาสนะป่าแล้วฉัน ต้องอาบัติเท่าไร
ตอบ : ภิกษุผู้ที่ไม่ได้รับแจ้งไว้ก่อนรับของเคี้ยวหรือของฉันด้วยมือตนเองใน
อารามในเสนาสนะป่าแล้วฉัน ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. รับประเคนด้วยตั้งใจว่า “จะฉัน” ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. ฉัน ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ ทุกๆ คำกลืน
ภิกษุผู้ที่ไม่ได้รับแจ้งไว้ก่อนรับของเคี้ยวหรือของฉันด้วยมือตนเองในอารามใน
เสนาสนะป่าแล้วฉัน ต้องอาบัติ ๒ อย่างเหล่านี้
ปาฏิเทสนียะ ๔ สิกขาบท จบ
๗. เสขิยกัณฑ์
คำถาม – คำตอบจำนวนอาบัติในเสขิยกัณฑ์
๑. ปริมัณฑลวรรค
สิกขาบทที่ ๑
[๑๗๕] ถาม : ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ครองอันตรวาสกย้อยข้างหน้าบ้าง ข้างหลังบ้าง
ต้องอาบัติเท่าไร
ตอบ : ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ครองอันตรวาสกย้อยข้างหน้าบ้าง ข้างหลังบ้าง
ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ

156
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 157 (เล่ม 8)

ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ครองอันตรวาสกย้อยข้างหน้าบ้าง ข้างหลังบ้าง ต้องอาบัติ
๑ อย่างนี้
สิกขาบทที่ ๒
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ครองอุตตราสงค์ย้อยข้างหน้าบ้าง ข้างหลังบ้าง ต้องอาบัติ
๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๓
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ เดินเปิดกายไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติ
ทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๔
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ นั่งเปิดกายในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๕
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ เดินคะนองมือบ้าง คะนองเท้าบ้างไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ
๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๖
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ คะนองมือบ้าง คะนองเท้าบ้าง นั่งในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ
๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๗
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ เดินมองดูในที่นั้นๆ ไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง
คือ อาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๘
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ นั่งมองดูในที่นั้นๆ ในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ
อาบัติทุกกฏ

157
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 158 (เล่ม 8)

สิกขาบทที่ ๙
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ เดินเวิกผ้าไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติ
ทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๑๐
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ นั่งเวิกผ้าในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ
ปริมัณฑลวรรคที่ ๑ จบ
๒. อุชชัคฆิกวรรค
สิกขาบทที่ ๑
[๑๗๖] ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ เดินหัวเราะดังไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง
คือ อาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๒
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ นั่งหัวเราะดังในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๓
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ เดินตะโกนเสียงดังไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ
อาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๔
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ นั่งตะโกนเสียงดังในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ
อาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๕
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ เดินโคลงกายไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติ
ทุกกฏ

158
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 159 (เล่ม 8)

สิกขาบทที่ ๖
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ นั่งโคลงกายในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๗
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ เดินแกว่งแขน ห้อยแขนไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง
คือ อาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๘
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ นั่งแกว่งแขน ห้อยแขนในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง
คือ อาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๙
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ เดินโคลงศีรษะไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติ
ทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๑๐
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ นั่งโคลงศีรษะในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ
อุชชัคฆิกวรรคที่ ๒ จบ
๓. ขัมภกตวรรค
สิกขาบทที่ ๑
[๑๗๗] ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ เดินเท้าสะเอวไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง
คือ อาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๒
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ นั่งเท้าสะเอวในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ

159
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 160 (เล่ม 8)

สิกขาบทที่ ๓
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ เดินคลุมศีรษะไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๔
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ นั่งคลุมศีรษะในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๕
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ เดินกระโหย่งไปในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๖
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ นั่งรัดเข่าในละแวกบ้าน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๗
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ รับบิณฑบาตโดยไม่เคารพ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๘
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ รับบิณฑบาตมองดูในที่นั้นๆ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๙
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ เลือกรับเฉพาะแกงมาก ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๑๐
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ รับบิณฑบาตล้นขอบปากบาตร ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ
ขัมภกตวรรคที่ ๓ จบ

160
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 161 (เล่ม 8)

๔. ปิณฑปาตวรรค
สิกขาบทที่ ๑
[๑๗๘] ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ฉันบิณฑบาตโดยไม่เคารพ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ
อาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๒
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ฉันบิณฑบาตมองดูที่นั้นๆ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๓
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ฉันบิณฑบาตเจาะลงในที่นั้นๆ ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติ
ทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๔
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ฉันเฉพาะแกงมาก ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๕
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ฉันบิณฑบาตขยุ้มลงแต่ยอด ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติ
ทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๖
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ใช้ข้าวสุกกลบแกงหรือกับข้าว ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติ
ทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๗
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ไม่เป็นไข้ ออกปากขอแกงหรือข้าวสุกมาฉันส่วนตัว ต้องอาบัติ
๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๘
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ มุ่งตำหนิ มองดูบาตรของภิกษุเหล่าอื่น ต้องอาบัติ ๑ อย่าง
คือ อาบัติทุกกฏ

161
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๘ ปริวาร หน้าที่ 162 (เล่ม 8)

สิกขาบทที่ ๙
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ทำคำข้าวให้ใหญ่เกิน ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๑๐
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ทำคำข้าวยาว ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ
ปิณฑปาตวรรคที่ ๔ จบ
๕. กพฬวรรค
สิกขาบทที่ ๑
[๑๗๙] ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ อ้าปากรอคำข้าวที่ยังไม่ถึงปาก ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ
อาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๒
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ขณะกำลังฉัน สอดมือทั้งหมดเข้าไปในปาก ต้องอาบัติ ๑
อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๓
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ พูดคุยขณะที่ในปากมีคำข้าว ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๔
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ฉันโยนคำข้าว ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๕
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ฉันกัดคำข้าว ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ อาบัติทุกกฏ
สิกขาบทที่ ๖
ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อ ฉันภัตตาหารทำกระพุ้งแก้มให้ตุ่ย ต้องอาบัติ ๑ อย่าง คือ
อาบัติทุกกฏ

162