พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๒ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๖ หน้าที่ 241 (เล่ม 45)

อุปาทานอาศัยสภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือเป็นอารมณ์ของ
อุปาทานและที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ
อุปาทานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๓) (ย่อ)
[๒๗] เหตุปัจจัย มี ๑๙ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ
อธิปติปัจจัย มี ๑๑ วาระ ฯลฯ
สหชาตปัจจัย มี ๑๙ วาระ ฯลฯ
อาเสวนปัจจัย มี ๖ วาระ ฯลฯ
วิปากปัจจัย มี ๑๓ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย มี ๑๙ วาระ
(พึงขยายสหชาตวาร ปัจจยวาร นิสสยวาร สังสัฏฐวาร และสัมปยุตตวาร
ให้พิสดาร)
๔. อุปาทินนติกะ ๗. ปัญหาวาร
ปัจจยจตุกกนัย – เหตุปัจจัยและอารัมมณปัจจัย
[๒๘] สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์
ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่ใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิ
ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของ
อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ
แต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยเหตุปัจจัย ฯลฯ
[๒๙] สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์
ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่ใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิ
ยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของ
อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึด
ถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย

241
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๒ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๖ หน้าที่ 242 (เล่ม 45)

สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของ
อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ
และไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของ
อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่ใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือ
เป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือไม่
เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของ
อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ
แต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ
ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย (๕)
สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ
อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ
แต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ
อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่ใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือ
และเป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ
อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ
และไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ
อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่ใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือ
เป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือไม่
เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย

242
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๒ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๖ หน้าที่ 243 (เล่ม 45)

สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของ
อุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ
แต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานและที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ
ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย (๕)
สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์
ของอุปาทานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มิใช่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่
ยึดถือและไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานโดยอารัมมณปัจจัย ฯลฯ มี ๕ วาระ (ย่อ)
[๓๐] เหตุปัจจัย มี ๑๓ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๑๕ วาระ
อธิปติปัจจัย มี ๑๑ วาระ
อนันตรปัจจัย มี ๑๖ วาระ ฯลฯ
สหชาตปัจจัย มี ๑๙ วาระ
อัญญมัญญปัจจัย มี ๙ วาระ
นิสสยปัจจัย มี ๒๓ วาระ
อุปนิสสยปัจจัย มี ๑๘ วาระ
ปุเรชาตปัจจัย มี ๑๖ วาระ
ปัจฉาชาตปัจจัย มี ๑๕ วาระ
อาเสวนปัจจัย มี ๕ วาระ
กัมมปัจจัย มี ๑๕ วาระ
วิปากปัจจัย มี ๑๐ วาระ
อาหารปัจจัย มี ๒๐ วาระ
อินทรียปัจจัย มี ๑๓ วาระ
ฌานปัจจัย มี ๑๓ วาระ
มัคคปัจจัย มี ๑๓ วาระ
สัมปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ
วิปปยุตตปัจจัย มี ๑๖ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย มี ๓๖ วาระ
(พึงขยายปัญหาวารให้พิสดาร)

243
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๒ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๖ หน้าที่ 244 (เล่ม 45)

๕. สังกิลิฏฐติกะ ๑. ปฏิจจวาร
๑. ปัจจยานุโลม – เหตุปัจจัย
[๓๑] สภาวธรรมที่ไม่ใช่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสอาศัย
สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลสเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่มิใช่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลสอาศัย
สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลสเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่มิใช่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสอาศัย
สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลสเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่ใช่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นอารมณ์ของกิเลสและที่มิใช่กิเลส
ไม่ทำให้เศร้าหมองไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสอาศัยสภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมอง
และเป็นอารมณ์ของกิเลสเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่มิใช่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นอารมณ์ของกิเลสและที่มิใช่กิเลส
ไม่ทำให้เศร้าหมองไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสอาศัยสภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมอง
และเป็นอารมณ์ของกิเลสเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๕)
สภาวธรรมที่ไม่ใช่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลสอาศัยสภาวธรรม
ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่มิใช่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสอาศัย
สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่ใช่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นอารมณ์ของกิเลสและที่มิใช่กิเลส
ไม่ทำให้เศร้าหมองไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสอาศัยสภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมอง
แต่เป็นอารมณ์ของกิเลสเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่มิใช่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสอาศัย
สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสเกิดขึ้นเพราะ
เหตุปัจจัย

244
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๒ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๖ หน้าที่ 245 (เล่ม 45)

สภาวธรรมที่ไม่ใช่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลสอาศัยสภาวธรรม
ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่มิใช่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสอาศัย
สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสเกิดขึ้นเพราะ
เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่ใช่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นอารมณ์ของกิเลสและที่มิใช่กิเลส
ไม่ทำให้เศร้าหมองไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสอาศัยสภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมอง
และไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่ใช่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นอารมณ์ของกิเลสและที่มิใช่กิเลส
ไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสอาศัยสภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมอง
และไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๕)
สภาวธรรมที่ไม่ใช่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลสอาศัยสภาวธรรม
ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นอารมณ์ของกิเลสและที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองไม่เป็น
อารมณ์ของกิเลสเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
สภาวธรรมที่ไม่ใช่กิเลสทำให้เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลสอาศัยสภาวธรรม
ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นอารมณ์ของกิเลสและที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็น
อารมณ์ของกิเลสเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ฯลฯ มี ๓ วาระ (ย่อ)
เหตุปัจจัย มี ๑๙ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ
วิปากปัจจัย มี ๑๑ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย มี ๑๙ วาระ
(พึงขยายสหชาตวาร ปัจจยวาร นิสสยวาร สังสัฏฐวาร สัมปยุตตวารให้พิสดาร
ในปัญหาวารไม่ได้เป็นเช่นเดียวกัน)
[๓๒] เหตุปัจจัย มี ๑๓ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๑๕ วาระ
อธิปติปัจจัย มี ๑๕ วาระ

245
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๒ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๖ หน้าที่ 246 (เล่ม 45)

อนันตรปัจจัย มี ๑๖ วาระ ฯลฯ
สหชาตปัจจัย มี ๑๙ วาระ
อัญญมัญญปัจจัย มี ๙ วาระ
นิสสยปัจจัย มี ๒๖ วาระ
อุปนิสสยปัจจัย มี ๑๗ วาระ
ปุเรชาตปัจจัย มี ๖ วาระ
ปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ
อาเสวนปัจจัย มี ๘ วาระ
กัมมปัจจัย มี ๑๓ วาระ
วิปากปัจจัย มี ๘ วาระ
อาหารปัจจัย มี ๑๓ วาระ ฯลฯ
มัคคปัจจัย มี ๑๓ วาระ
สัมปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ
วิปปยุตตปัจจัย มี ๑๒ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย มี ๒๖ วาระ
๖. วิตักกติกะ ๑. ปฏิจจวาร
๑. ปัจจยานุโลม – เหตุปัจจัย
[๓๓] สภาวธรรมที่ไม่ใช่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจาร
เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่มิใช่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจาร
เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่มิใช่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจาร
เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่ใช่มีทั้งวิตกวิจารและที่มิใช่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่
มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย

246
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๒ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๖ หน้าที่ 247 (เล่ม 45)

สภาวธรรมที่มิใช่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่มิใช่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรม
ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่ใช่มีทั้งวิตกวิจารและที่มิใช่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรม
ที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่ใช่มีทั้งวิตกวิจารที่มิใช่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่มิใช่ไม่มีทั้งวิตก
วิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๗)
[๓๔] สภาวธรรมที่มิใช่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียง
วิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่ใช่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร
เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่มิใช่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร
เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่ใช่มีทั้งวิตกวิจารและที่มิใช่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรมที่
ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่มิใช่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่มิใช่ไม่มีทั้งวิตกวิจารอาศัยสภาวธรรม
ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่ใช่มีทั้งวิตกวิจารและที่มิใช่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารอาศัยสภาวธรรม
ที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่ใช่มีทั้งวิตกวิจารที่มิใช่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและที่มิใช่ไม่มีทั้งวิตก
วิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๗)
สภาวธรรมที่มิใช่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร
เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ฯลฯ มี ๗ วาระ
สภาวธรรมที่ไม่ใช่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มีทั้ง
วิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ฯลฯ มี ๗ วาระ
สภาวธรรมที่ไม่ใช่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารและ
ที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ฯลฯ มี ๗ วาระ

247
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๒ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๖ หน้าที่ 248 (เล่ม 45)

สภาวธรรมที่ไม่ใช่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารและที่ไม่มี
วิตกมีเพียงวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ฯลฯ มี ๗ วาระ
สภาวธรรมที่ไม่ใช่มีทั้งวิตกและวิจารอาศัยสภาวธรรมที่มีทั้งวิตกวิจารที่ไม่มีวิตก
มีเพียงวิจาร และที่ไม่มีทั้งวิตกวิจารเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ฯลฯ มี ๗ วาระ (ย่อ)
เหตุปัจจัย มี ๔๙ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๔๙ วาระ
อธิปติปัจจัย มี ๓๒ วาระ ฯลฯ
ปุเรชาตปัจจัย มี ๒๕ วาระ
อาเสวนปัจจัย มี ๒๕ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย มี ๔๙ วาระ
(พึงขยายสหชาตวาร ฯลฯ ปัญหาวารให้พิสดาร)
๗. ปีติติกะ ๑. ปฏิจจวาร
๑. ปัจจยานุโลม – เหตุปัจจัย
[๓๕] สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยปีติอาศัยสภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยสุขอาศัยสภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเกิดขึ้นเพราะ
เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาอาศัยสภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยปีติและที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาอาศัยสภาวธรรมที่
สหรคตด้วยปีติเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยสุขและที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาอาศัยสภาวธรรมที่
สหรคตด้วยปีติเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยปีติและที่ไม่สหรคตด้วยสุขอาศัยสภาวธรรมที่สหรคต
ด้วยปีติเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย

248
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๒ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๖ หน้าที่ 249 (เล่ม 45)

สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยปีติที่ไม่สหรคตด้วยสุขและที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา
อาศัยสภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๗)
สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยสุขอาศัยสภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขเกิดขึ้นเพราะ
เหตุปัจจัย ฯลฯ มี ๗ วาระ
สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาอาศัยสภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขา
เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ฯลฯ มี ๗ วาระ
สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยปีติอาศัยสภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติและที่สหรคต
ด้วยสุขเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ฯลฯ มี ๗ วาระ (ย่อ)
เหตุปัจจัย มี ๒๘ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๒๔ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย มี ๒๘ วาระ
(พึงขยายสหชาตวาร ฯลฯ สัมปยุตตวารและปัญหาวารให้พิสดาร)
๘. ทัสสนติกะ ๑. ปฏิจจวาร
๑. ปัจจยานุโลม – เหตุปัจจัย
[๓๖] สภาวธรรมที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่ต้อง
ประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่ต้อง
ประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่มิใช่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓
อาศัยสภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่มิใช่ไม่ต้อง
ประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่ต้องประหาณ
ด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ อาศัย
สภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๕)

249
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๒ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๖ หน้าที่ 250 (เล่ม 45)

สภาวธรรมที่ไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ อาศัยสภาวธรรมที่ต้อง
ประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ
สภาวธรรมที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่ไม่ต้อง
ประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
สภาวธรรมที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่ต้องประหาณ
ด้วยโสดาปัตติมรรคและที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓
เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
สภาวธรรมที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่ต้องประหาณ
ด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓
เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ (ย่อ)
เหตุปัจจัย มี ๑๙ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ
วิปากปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย มี ๑๙ วาระ
(พึงขยายสหชาตวาร ฯลฯ สัมปยุตตวาร และปัญหาวารให้พิสดาร)
๙. ทัสสนเหตุติกะ ๑. ปฏิจจวาร
[๓๗] สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรม
ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (ย่อ)
เหตุปัจจัย มี ๒๖ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๒๑ วาระ
อธิปติปัจจัย มี ๑๙ วาระ ฯลฯ
วิปากปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย มี ๒๖ วาระ
(พึงขยายให้พิสดาร)

250