พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๑ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๕ หน้าที่ 791 (เล่ม 44)

[๑๑๑] สภาวธรรมที่เป็นปริตตะซึ่งเป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะ
ซึ่งเป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ)
สภาวธรรมที่เป็นปริตตะซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นปริตตะซึ่ง
เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะ
ซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
สภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะ
ซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (ย่อ)
เหตุปัจจัย มี ๑๓ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๕ วาระ
อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ
อัญญมัญญปัจจัย มี ๗ วาระ ฯลฯ
ปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ
อาเสวนปัจจัย มี ๒ วาระ
กัมมปัจจัย มี ๑๓ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย มี ๑๓ วาระ ย่อ
๑๓. ปริตตารัมมณติกะ ๑. กุสลติกะ
๑. ปฏิจจวาร – เหตุปัจจัย
[๑๑๒] สภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่มี
ปริตตะเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่มีมหัคคตะ
เป็นอารมณ์ซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)

791
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๑ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๕ หน้าที่ 792 (เล่ม 44)

สภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่มีอัปปมาณะ
เป็นอารมณ์ซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๓ วาระ ทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร)
[๑๑๓] สภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่มี
ปริตตะเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่มีมหัคคตะ
เป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๒ วาระ ทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร)
[๑๑๔] สภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรม
ที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่มี
มหัคคตะเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่มี
อัปปมาณะเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๓ วาระ ทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร)
๑๔. หีนติกะ ๑. กุสลติกะ
๑. ปฏิจจวาร – เหตุปัจจัย
[๑๑๕] สภาวธรรมชั้นกลางซึ่งเป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมชั้นกลางซึ่งเป็นกุศล
เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
สภาวธรรมชั้นประณีตซึ่งเป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมชั้นประณีตซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย (๑)
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๒ วาระ ทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร)

792
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๑ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๕ หน้าที่ 793 (เล่ม 44)

[๑๑๖] สภาวธรรมชั้นต่ำซึ่งเป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมชั้นต่ำซึ่งเป็นอกุศล
เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ)
[๑๑๗] สภาวธรรมชั้นกลางซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมชั้นกลางซึ่งเป็น
อัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
สภาวธรรมชั้นประณีตซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมชั้นประณีตซึ่งเป็น
อัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
สภาวธรรมชั้นกลางซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมชั้นกลางและชั้นประณีต
ซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑) (ย่อ)
เหตุปัจจัย มี ๕ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๒ วาระ ฯลฯ
อาเสวนปัจจัย มี ๑ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ
(ทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร)
๑๕. มิจฉัตตติกะ ๑. กุสลติกะ
๑. ปฏิจจวาร – เหตุปัจจัย
[๑๑๘] สภาวธรรมที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอนซึ่งเป็นกุศลอาศัย
สภาวธรรมที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอนซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองนั้นซึ่งเป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่ไม่
แน่นอนโดยอาการทั้งสองนั้นซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๒ วาระ ทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร)
[๑๑๙] สภาวธรรมที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอนซึ่งเป็นอกุศลอาศัย
สภาวธรรมที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอนซึ่งเป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)

793
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๑ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๕ หน้าที่ 794 (เล่ม 44)

สภาวธรรมที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองนั้นซึ่งเป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่
ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองนั้นซึ่งเป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๒ วาระ ทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร)
สภาวธรรมที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองนั้นซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรม
ที่ไม่แน่นอนโดยอาการทั้งสองนั้นซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (ทุกปัจจัย
มีปัจจัยละ ๑ วาระ)
๑๖. มัคคารัมมณติกะ ๑. กุสลติกะ
๑. ปฏิจจวาร – เหตุปัจจัย
[๑๒๐] สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรค
เป็นอารมณ์ซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุซึ่งเป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุซึ่ง
เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีซึ่งเป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดี
ซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ
สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็น
อารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุซึ่งเป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุ
และที่มีมรรคเป็นอธิบดีซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ (ย่อ)
เหตุปัจจัย มี ๑๗ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย มี ๑๗ วาระ (ย่อ)

794
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๑ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๕ หน้าที่ 795 (เล่ม 44)

[๑๒๑] สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่
มีมรรคเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็น
อธิบดีซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่มีมรรคเป็น
อารมณ์และที่มีมรรคเป็นอธิบดีซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาระ ทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร)
๑๗. อุปปันนติกะ ๑. กุสลติกะ
๗. ปัญหาวาร – เหตุปัจจัย
[๑๒๒] สภาวธรรมที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เกิดขึ้นซึ่ง
เป็นกุศลโดยเหตุปัจจัย
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ ทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร)
สภาวธรรมที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นอกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นอกุศล
โดยเหตุปัจจัย (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ ทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร)
สภาวธรรมที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นอัพยากฤตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เกิดขึ้นซึ่งเป็น
อัพยากฤตโดยเหตุปัจจัย (ย่อ)
เหตุปัจจัย มี ๑ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ
อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย มี ๑ วาระ
(ทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร)

795
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๑ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๕ หน้าที่ 796 (เล่ม 44)

๑๘. อตีตติกะ ๑. กุสลติกะ
๗. ปัญหาวาร – เหตุปัจจัย
[๑๒๓] สภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันซึ่งเป็นกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็น
ปัจจุบันซึ่งเป็นกุศลโดยเหตุปัจจัย (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ)
สภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันซึ่งเป็นอกุศลเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน
ซึ่งเป็นอกุศลโดยเหตุปัจจัย
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ ทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร)
สภาวธรรมที่เป็นปัจจุบันซึ่งเป็นอัพยากฤตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็น
ปัจจุบันซึ่งเป็นอัพยากฤตโดยเหตุปัจจัย
เหตุปัจจัย มี ๑ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
อธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ
อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย มี ๑ วาระ
(ทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร)
๑๙. อตีตารัมมณติกะ ๑. กุสลติกะ
๑. ปฏิจจวาร – เหตุปัจจัย
[๑๒๔] สภาวธรรมที่มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่มี
อดีตธรรมเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่มีอนาคตธรรมเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่มี
อนาคตธรรมเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)

796
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๑ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๕ หน้าที่ 797 (เล่ม 44)

สภาวธรรมที่มีปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่มี
ปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๓ วาระ ทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร)
[๑๒๕] สภาวธรรมที่มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่
มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่มีอนาคตธรรมเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่มี
อนาคตธรรมเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่มีปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่มี
ปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๓ วาระ ทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร)
[๑๒๖] สภาวธรรมที่มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัย
สภาวธรรมที่มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่มีอนาคตธรรมเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่มี
อนาคตธรรมเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่มีปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่มี
ปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๓ วาระ ทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร)
๒๐. อัชฌัตตติกะ ๑. กุสลติกะ
๑. ปฏิจจวาร – เหตุปัจจัย
[๑๒๗] สภาวธรรมที่เป็นภายในตนซึ่งเป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นภายใน
ตนซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)

797
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๑ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๕ หน้าที่ 798 (เล่ม 44)

สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนซึ่งเป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นภายนอกตน
ซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๒ วาระ ทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร)
[๑๒๘] สภาวธรรมที่เป็นภายในตนซึ่งเป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็น
ภายในตนซึ่งเป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนซึ่งเป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นภายนอกตน
ซึ่งเป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๒ วาระ ทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร)
[๑๒๙] สภาวธรรมที่เป็นภายในตนซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็น
ภายในตนซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตนซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เป็นภายนอก
ตนซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๒ วาระ ทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร)
๒๑. อัชฌัตตารัมมณติกะ ๑. กุสลติกะ
๑. ปฏิจจวาร – เหตุปัจจัย
[๑๓๐] สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นกุศลอาศัยสภาวธรรม
ที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (ทุกปัจจัยมีปัจจัย
ละ ๒ วาระ ทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร)
สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่มี
ธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (ทุกปัจจัยมีปัจจัย
ละ ๒ วาระ ทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร)

798
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๑ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๕ หน้าที่ 799 (เล่ม 44)

สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรม
ที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๒ วาระ ทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร)
๒๒. สนิทัสสนติกะ ๑. กุสลติกะ
๑. ปฏิจจวาร – เหตุปัจจัย
[๑๓๑] สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ซึ่งเป็นกุศลอาศัยสภาวธรรม
ที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ซึ่งเป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑
วาระ)
สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ซึ่งเป็นอกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เห็นไม่ได้
และกระทบไม่ได้ซึ่งเป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ)
[๑๓๒] สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรม
ที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่เห็นได้และกระทบได้ซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เห็นไม่ได้
แต่กระทบได้ซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่
เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่เห็นได้กระทบได้และที่เห็นไม่ได้กระทบไม่ได้ซึ่งเป็นอัพยากฤต
อาศัยสภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๔)
สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้และที่เห็นไม่ได้กระทบไม่ได้ซึ่งเป็นอัพยากฤต
อาศัยสภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๕)
สภาวธรรมที่เห็นได้กระทบได้และที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ซึ่งเป็นอัพยากฤต
อาศัยสภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๖)

799
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๑ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๕ หน้าที่ 800 (เล่ม 44)

สภาวธรรมที่เห็นได้กระทบได้ ที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ และที่เห็นไม่ได้กระทบ
ไม่ได้ซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย (๗)
[๑๓๓] สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัย
สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๗)
สภาวธรรมที่เห็นได้และกระทบได้ซึ่งเป็นอัพยากฤตอาศัยสภาวธรรมที่เห็นไม่ได้
กระทบไม่ได้และที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ซึ่งเป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (๗)
(ย่อ)
[๑๓๔] เหตุปัจจัย มี ๒๑ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ
อธิปติปัจจัย มี ๒๑ วาระ ฯลฯ
อัญญมัญญปัจจัย มี ๖ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย มี ๒๑ วาระ (ย่อ)
(พึงขยายสหชาตวาร ฯลฯ ปัญหาวารให้พิสดาร)
ธัมมานุโลม ติกติกปัฏฐาน จบ

800