พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 518 (เล่ม 43)

ศรัทธาที่ไม่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ เสนาสนะและสุขเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่สหรคต
ด้วยสุข ฯลฯ ปัญญา ฯลฯ ราคะ ฯลฯ มานะ ฯลฯ ทิฏฐิ ฯลฯ ความปรารถนา
ฯลฯ สุขทางกาย ฯลฯ มรรค และผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยสุข เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขและ
ไม่สหรคตด้วยสุขโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ
อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ
ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาที่ไม่สหรคตด้วยสุขแล้วให้ทานด้วย
จิตที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ (เหมือนกับข้อความตอนที่ ๒ ) มีมานะ ถือทิฏฐิ
อาศัยศีลที่ไม่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ เสนาสนะและสุขแล้วให้ทาน ฯลฯ ทำสมาบัติ
ให้เกิดขึ้น ลักทรัพย์ด้วยจิตที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ ศรัทธาที่ไม่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ
เสนาสนะและสุขเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ ความปรารถนา …
สุขทางกาย … มรรค … ผลสมาบัติและสุขโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขและไม่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่
สหรคตด้วยสุขโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ
ปุเรชาตปัจจัยเป็นต้น
[๑๗๔] สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่สหรคต
ด้วยสุขโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะ
อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุด้วยจิตที่ไม่
สหรคตด้วยสุข โดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภ
ความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้น ราคะที่ไม่สหรคตด้วยสุข ฯลฯ โทมนัสจึง
เกิดขึ้น สุขจึงเกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะเป็น
ปัจจัยแก่กายวิญญาณ ฯลฯ
วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ กายายตนะ
เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ฯลฯ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่สหรคตด้วยสุข
และสุขโดยปุเรชาตปัจจัย (๑)

518
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 519 (เล่ม 43)

สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขโดย
ปุเรชาตชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะ
อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุด้วยจิตที่
สหรคตด้วยสุขโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความ
ยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้น ราคะที่สหรคตด้วยสุขจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น
วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยสุขโดย
ปุเรชาตปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขและ
ไม่สหรคตด้วยสุขโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและ
วัตถุปุเรชาตะ
อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุด้วยจิตที่
สหรคตด้วยสุข โดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภ
ความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้น ราคะที่สหรคตด้วยสุขจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิ ฯลฯ
วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยสุขและสุขโดย
ปุเรชาตปัจจัย (๓)
… เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาระ
… เป็นปัจจัยโดยอาเสวนปัจจจัย มี ๙ วาระ
กัมมปัจจัยเป็นต้น
[๑๗๕] สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วย
สุขโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ (กัมมปัจจัยมี
๖ วาระ คือ พึงเพิ่มทั้งสหชาตะและนานาขณิกะ เป็น ๔ วาระ เพิ่มนานาขณิกะ
เป็น ๒ วาระ)
… เป็นปัจจัยโดยวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ
… เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย มี ๔ วาระ
… เป็นปัจจัยโดยอินทรียปัจจัย มี ๙ วาระ

519
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 520 (เล่ม 43)

… เป็นปัจจัยโดยฌานปัจจัย มี ๙ วาระ
… เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย มี ๔ วาระ
… เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๖ วาระ
… เป็นปัจจัยโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๕ วาระ
… เป็นปัจจัยโดยอัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ
… เป็นปัจจัยโดยนัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ
… เป็นปัจจัยโดยวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ
… เป็นปัจจัยโดยอวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
[๑๗๖] เหตุปัจจัย มี ๔ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ
อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ
อนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ
สมนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ
สหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ
อัญญมัญญปัจจัย มี ๙ วาระ
นิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ
อุปนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ
ปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ
ปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาระ
อาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ
กัมมปัจจัย มี ๖ วาระ
วิปากปัจจัย มี ๙ วาระ
อาหารปัจจัย มี ๔ วาระ
อินทรียปัจจัย มี ๙ วาระ

520
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 521 (เล่ม 43)

ฌานปัจจัย มี ๙ วาระ
มัคคปัจจัย มี ๔ วาระ
สัมปยุตตปัจจัย มี ๖ วาระ
วิปปยุตตปัจจัย มี ๕ วาระ
อัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ
นัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ
วิคตปัจจัย มี ๙ วาระ
อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ
(โดยนัยนี้พึงทำปัจจนียวิภังค์ และการนับให้เป็นเหมือนกับสัปปีติกทุกะ แม้
หากยังมีความสงสัย พึงตรวจอนุโลมแล้วนับเถิด)
สุขสหคตทุกะ จบ
๙๒. อุเปกขาสหคตทุกะ ๑. ปฏิจจวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
[๑๗๗] สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาอาศัยสภาวธรรมที่สหรคตด้วย
อุเบกขาเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วย
อุเบกขาเกิดขึ้น … อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาอาศัยสภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขา
เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ อุเบกขาและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่สหรคต
ด้วยอุเบกขาเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาและไม่สหรคตด้วยอุเบกขาอาศัยสภาวธรรม
ที่สหรคตด้วยอุเบกขาเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อุเบกขาและจิตต-
สมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยอุเบกขาเกิดขึ้น … อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓)

521
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 522 (เล่ม 43)

สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาอาศัยสภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา
เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่
สหรคตด้วยอุเบกขาเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัย
อุเบกขาเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่
สหรคตด้วยอุเบกขาเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ
กฏัตตารูปอาศัยอุเบกขาเกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุ
เกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัยอุเบกขาเกิดขึ้น อุเบกขาอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น … อาศัย
มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (เหมือนกับสัปปีติกทุกะ ในอนุโลม มี ๙ วาระ)
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
[๑๗๘] เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ
อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ
ปุเรชาตปัจจัย มี ๖ วาระ
อาเสวนปัจจัย มี ๖ วาระ
กัมมปัจจัย มี ๙ วาระ
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาระ)
อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร
นเหตุปัจจัย
[๑๗๙] สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาอาศัยสภาวธรรมที่สหรคตด้วย
อุเบกขาเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่ง
สหรคตด้วยอุเบกขาเกิดขึ้น … อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ
ฯลฯ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคต
ด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น

522
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 523 (เล่ม 43)

สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาอาศัยสภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขา
เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ อุเบกขาและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีเหตุ
ซึ่งสหรคตด้วยอุเบกขาเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาและไม่สหรคตด้วยอุเบกขาอาศัยสภาวธรรม
ที่สหรคตด้วยอุเบกขาเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อุเบกขาและจิตต-
สมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งสหรคตด้วยอุเบกขาเกิดขึ้น … อาศัย
ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ (๓)
[๑๘๐] สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาอาศัยสภาวธรรมที่ไม่สหรคต
ด้วยอุเบกขาเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์
๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตต-
สมุฏฐานรูปอาศัยอุเบกขาที่ไม่มีเหตุเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ
หทัยวัตถุอาศัยอุเบกขาเกิดขึ้น อุเบกขาอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น … อาศัยมหาภูตรูป
๑ ฯลฯ (พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม)
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาอาศัยสภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา
เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตขันธ์อาศัยอุเบกขาที่ไม่มีเหตุเกิดขึ้น ใน
ปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ สัมปยุตตขันธ์อาศัยอุเบกขาเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่
เป็นอเหตุกะ หทัยวัตถุอาศัยอุเบกขาเกิดขึ้น ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาอาศัย
หทัยวัตถุเกิดขึ้น โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัย
อุเบกขาที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาและไม่สหรคตด้วยอุเบกขาอาศัยสภาวธรรม
ที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตขันธ์และจิตต-
สมุฏฐานรูป อาศัยอุเบกขาที่ไม่มีเหตุเกิดขึ้น สัมปยุตตขันธ์อาศัยอุเบกขาที่ไม่มี
เหตุเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ
สัมปยุตตขันธ์และกฏัตตารูปอาศัยอุเบกขาเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ
สัมปยุตตขันธ์อาศัยอุเบกขาเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิ-
ขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูป
อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ อุเบกขาและสัมปยุตตขันธ์
อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๓)

523
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 524 (เล่ม 43)

[๑๘๑] สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาอาศัยสภาวธรรมที่สหรคตด้วย
อุเบกขาและไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ อาศัย
ขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งสหรคตด้วยอุเบกขาและอาศัยอุเบกขาเกิดขึ้น … อาศัยขันธ์ ๒
ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยอุเบกขา
และอาศัยอุเบกขาเกิดขึ้น … อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ
ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยอุเบกขาและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น …
อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัย
ขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและอาศัยอุเบกขาเกิดขึ้น
สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาอาศัยสภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขา
และไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัย
ขันธ์ที่ไม่มีเหตุซึ่งสหรคตด้วยอุเบกขา และอาศัยอุเบกขาเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป
อาศัยขันธ์ที่ไม่มีเหตุซึ่งสหรคตด้วยอุเบกขาและอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิ-
ขณะที่เป็นอเหตุกะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาและอาศัยอุเบกขาเกิดขึ้น
ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขา และ
อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ อุเบกขาอาศัยขันธ์ที่
สหรคตด้วยอุเบกขาและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาและไม่สหรคตด้วยอุเบกขาอาศัยสภาวธรรม
ที่สหรคตด้วยอุเบกขาและไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่
ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งสหรคตด้วยอุเบกขา
และอาศัยอุเบกขาเกิดขึ้น … อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่
มีเหตุซึ่งสหรคตด้วยอุเบกขาและอาศัยอุเบกขาเกิดขึ้น … อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ
จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีเหตุซึ่งสหรคตด้วยอุเบกขาและอาศัยอุเบกขาและ
มหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปอาศัย
ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยอุเบกขาและอาศัยอุเบกขาเกิดขึ้น … อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ
ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยอุเบกขาและอาศัยอุเบกขาเกิดขึ้น … อาศัย
ขันธ์ ๒ ฯลฯ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีเหตุซึ่งสหรคตด้วยอุเบกขาและอาศัย

524
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 525 (เล่ม 43)

อุเบกขาและมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๒ และ
อุเบกขาอาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยอุเบกขาและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น … อาศัย
ขันธ์ ๒ ฯลฯ (ย่อ) (๓)
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
[๑๘๒] นเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ
นอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
นอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ
นอนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย มี ๓ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย มี ๙ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ
นอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ
นกัมมปัจจัย มี ๔ วาระ
นวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ
นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ
นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ
นฌานปัจจัย มี ๙ วาระ
นมัคคปัจจัย มี ๙ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย มี ๖ วาระ
โนนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ
โนวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ
(การนับ ๒ อย่างนอกนี้และสหชาตวาร พึงทำอย่างนี้)

525
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 526 (เล่ม 43)

๙๒. อุเปกขาสหคตทุกะ ๓. ปัจจยวาร
๑. ปัจจยานุโลมเป็นต้น
เหตุปัจจัย
[๑๘๓] สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาทำสภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขา
ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วย
อุเบกขาให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น … ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
(เหมือนกับสวิตักกทุกะ ในปัจจยวาร ยังมีข้อแตกต่างกันในคำว่า อุเบกขา พึงเพิ่ม
เป็น ๙ วาระ มีทั้งปฏิสนธิกาล ปวัตติกาลและหทัยวัตถุ)
เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ
ปุเรชาตปัจจัย มี ๙ วาระ
อาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาระ)
อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ
อนุโลม จบ
[๑๘๔] สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาทำสภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขา
ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่ง
สหรคตด้วยอุเบกขาให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น … ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่
เป็นอเหตุกะ ฯลฯ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำขันธ์ที่
สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
(โดยนัยนี้ จึงมี ๙ วาระ ทั้งปวัตติกาลและปฏิสนธิกาล พึงทำเหมือนกับ
วาระแห่งสวิตักกทุกะ โมหะมีเพียง ๓ วาระเท่านั้น ในปวัตติกาลพึงเพิ่มหทัยวัตถุ)
นเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ
นอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
นอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ
นอนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ

526
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 527 (เล่ม 43)

นสมนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย มี ๓ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย มี ๙ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ
นอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ
นกัมมปัจจัย มี ๔ วาระ
นวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ
นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ
นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ
นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ
นมัคคปัจจัย มี ๙ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย มี ๖ วาระ
โนนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ
โนวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ
ปัจจนียะ จบ
(การนับ ๒ อย่างนอกนี้และนิสสยวาร พึงทำอย่างนี้)
๙๒. อุเปกขาสหคตทุกะ ๕. สังสัฏฐวาร
๑. ปัจจยานุโลมเป็นต้น
เหตุปัจจัย
[๑๘๕] สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเกิดระคนกับสภาวธรรมที่สหรคต
ด้วยอุเบกขาเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๒ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่สหรคต
ด้วยอุเบกขา … เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (ทุกะนี้
พึงทำเหมือนกับสวิตักกทุกะ ที่เป็นสัมปยุตตวาร)

527