สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกและไม่มีวิตกโดยปุเรชาต-
ปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะ
อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุโดยเป็น
สภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินจักษุ
เป็นต้นนั้น ขันธ์ที่มีวิตกและวิตกจึงเกิดขึ้น
วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีวิตกและวิตกโดยปุเรชาต-
ปัจจัย (๓)
ปัจฉาชาตปัจจัยและอาเสวนปัจจัย
[๑๒๙] สภาวธรรมที่มีวิตกเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกโดยปัจฉาชาต-
ปัจจัย (ปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาระ) เป็นปัจจัยโดยอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ
กัมมปัจจัยเป็นต้น
[๑๓๐] สภาวธรรมที่มีวิตกเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มีวิตกโดยกัมมปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ
สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่มีวิตกเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยกัมมปัจจัย
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่มีวิตกเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิบากซึ่งมีวิตกโดย
กัมมปัจจัย (โดยนัยนี้ จึงมี ๔ วาระ พึงเพิ่มทั้งสหชาตะและนานาขณิกะ)
… เป็นปัจจัยโดยวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ
… เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย มี ๔ วาระ
… เป็นปัจจัยโดยอินทรียปัจจัย มี ๔ วาระ
… เป็นปัจจัยโดยฌานปัจจัย มี ๙ วาระ
… เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย มี ๙ วาระ
… เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๖ วาระ