พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 468 (เล่ม 43)

ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เป็น
ปัจจัยแก่ขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ โดยอุปนิสสยปัจจัย (พึง
เพิ่มบทที่เป็นมูล) ขันธ์ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เป็นปัจจัยแก่
ขันธ์ที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และโมหะโดยอุปนิสสยปัจจัย
ความยินดีด้วยอำนาจความพอใจในสิ่งของของตนเป็นปัจจัยแก่ความยินดีด้วย
อำนาจความพอใจในสิ่งของของคนอื่นโดยอุปนิสสยปัจจัย ความยินดีด้วยอำนาจ
ความพอใจในสิ่งหวงแหนของตนเป็นปัจจัยแก่ความยินดีด้วยอำนาจความพอใจ
ในสิ่งหวงแหนของคนอื่นโดยอุปนิสสยปัจจัย (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) ขันธ์ที่มีเหตุต้อง
ประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและโมหะ
โดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)
[๑๐๐] สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เป็นปัจจัย
แก่สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ
ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาแล้ว ให้ทาน ฯลฯ ทำสมาบัติให้
เกิดขึ้น ถือทิฏฐิ อาศัยศีล ฯลฯ ปัญญา ฯลฯ ราคะที่มีเหตุไม่ต้องประหาณ
ด้วยมรรคเบื้องบน ๓ … โทสะ … โมหะ … มานะ … ทิฏฐิ … ความปรารถนา
… สุขทางกาย … ทุกข์ทางกาย ฯลฯ เสนาสนะแล้ว ให้ทาน ฯลฯ ฆ่าสัตว์ ฯลฯ
ทำลายสงฆ์ ศรัทธา ฯลฯ เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ ปัญญา ฯลฯ
ราคะที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ … โทสะ … โมหะ … ทิฏฐิ …
ความปรารถนา … สุขทางกาย ฯลฯ ผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เป็นปัจจัยแก่
สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ
ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาแล้ว มีมานะ ฯลฯ ศรัทธา ฯลฯ
เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ราคะที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ … โทสะ …
โมหะ … มานะ และความปรารถนาโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม
ที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ และที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วย

468
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 469 (เล่ม 43)

มรรคเบื้องบน ๓ โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ
อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ
ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ศรัทธา ฯลฯ ปัญญา ฯลฯ สุขทางกาย ฯลฯ
เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและโมหะโดยอุปนิสสยปัจจัย
(แม้อุปนิสสยฆฏนา ก็พึงทำเป็น ๓ วาระ) (๓)
ปุเรชาตปัจจัยเป็นต้น
[๑๐๑] สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เป็นปัจจัย
แก่สภาวธรรมที่มีเหตุไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ โดยปุเรชาตปัจจัย
มี ๓ วาระ
… เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาระ
… เป็นปัจจัยโดยอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ
… เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย
(นานาขณิกะ มีได้ในเหตุแห่งการจำแนกสภาวธรรมที่ไม่ต้องประหาณด้วย
มรรคเบื้องบน ๓) ฯลฯ
… เป็นปัจจัยโดยโนวิคตปัจจัย
(ย่อ ปัจจัยในภาวนายตัพพเหตุกทุกะ ปัจจนียะ วิภาค และการนับเหมือนกับ
ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกทุกะ ไม่มีข้อแตกต่างกัน)
สภาวธรรมที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่มี
เหตุไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค ฯลฯ
(ยิ่งกว่านั้น พึงเพิ่มความยินดีด้วยอำนาจความพอใจในสิ่งของของตนด้วย)
สภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่
ไม่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ ฯลฯ
(ยิ่งกว่านั้น พึงเพิ่มความยินดีด้วยอำนาจความพอใจในสิ่งของของตนด้วย)
ภาวนายปหาตัพพเหตุกทุกะ จบ

469
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 470 (เล่ม 43)

๘๗. สวิตักกทุกะ ๑. ปฏิจจวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
[๑๐๒] สภาวธรรมที่มีวิตกอาศัยสภาวธรรมที่มีวิตกเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีวิตกเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ใน
ปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกอาศัยสภาวธรรมที่มีวิตกเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่
วิตกและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีวิตกเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
สภาวธรรมที่มีวิตกและไม่มีวิตกอาศัยสภาวธรรมที่มีวิตกเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
ได้แก่ ขันธ์ ๓ วิตกและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีวิตกเกิดขึ้น ฯลฯ ใน
ปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓)
[๑๐๓] สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก อาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกเกิดขึ้นเพราะ
เหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกเกิดขึ้น ฯลฯ
อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยวิตกเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓
และกฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ กฏัตตารูป
อาศัยวิตกเกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น หทัยวัตถุ
อาศัยวิตกเกิดขึ้น วิตกอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น … อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (๑)
สภาวธรรมที่มีวิตกอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่
สัมปยุตตขันธ์อาศัยวิตกเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ สัมปยุตตขันธ์อาศัยวิตกเกิดขึ้น
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีวิตกอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่มีวิตกและไม่มีวิตกอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกเกิดขึ้นเพราะ
เหตุปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยวิตกเกิดขึ้น ขันธ์ที่มี
วิตกอาศัยวิตกเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ
สัมปยุตตขันธ์และกฏัตตารูปอาศัยวิตกเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีวิตกอาศัย

470
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 471 (เล่ม 43)

วิตกเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่มีวิตก
อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ วิตก
และสัมปยุตตขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๓)
[๑๐๔] สภาวธรรมที่มีวิตกอาศัยสภาวธรรมที่มีวิตกและไม่มีวิตกเกิดขึ้นเพราะ
เหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีวิตกและอาศัยวิตกเกิดขึ้น ฯลฯ
อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีวิตกและอาศัย
วิตกเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑
ที่มีวิตกและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑)
สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกอาศัยสภาวธรรมที่มีวิตกและไม่มีวิตกเกิดขึ้นเพราะ
เหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่มีวิตกและอาศัยวิตก และมหาภูตรูป
เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่มีวิตก วิตก และมหาภูตรูปเกิดขึ้น
ในปฏิสนธิขณะ วิตกอาศัยขันธ์ที่มีวิตกและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่มีวิตกและไม่มีวิตกอาศัยสภาวธรรมที่มีวิตกและไม่มีวิตกเกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีวิตกและ
อาศัยวิตกเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีวิตก
และอาศัยวิตกเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์
ที่มีวิตกและอาศัยวิตกและมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และ
กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีวิตกและอาศัยวิตกเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีวิตกและอาศัยวิตกเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัย
ขันธ์ ๒ ฯลฯ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ที่มีวิตก วิตก และมหาภูตรูปเกิดขึ้น ใน
ปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และวิตกอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีวิตกและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ
อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓) (ย่อ)
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
[๑๐๕] เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ
อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ

471
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 472 (เล่ม 43)

อุปนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ
ปุเรชาตปัจจัย มี ๖ วาระ
อาเสวนปัจจัย มี ๖ วาระ
กัมมปัจจัย มี ๙ วาระ
วิปากปัจจัย มี ๙ วาระ
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาระ)
อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร
นเหตุปัจจัย
[๑๐๖] สภาวธรรมที่มีวิตกอาศัยสภาวธรรมที่มีวิตกเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย
ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งมีวิตกเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วย
อุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (พึง
เพิ่ม ๒ วาระที่เหลือซึ่งมีสภาวธรรมที่มีวิตกเป็นมูลทั้ง ๒ วาระ เป็นอเหตุกะ
ไม่มีข้อแตกต่างกัน) (๓)
สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย
ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งไม่มีวิตกเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒
ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยวิตกที่ไม่มีเหตุเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ
กฏัตตารูปอาศัยวิตกเกิดขึ้น หทัยวัตถุอาศัยวิตกเกิดขึ้น วิตกอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น
… อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (๑)
สภาวธรรมที่มีวิตกอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย
ได้แก่ สัมปยุตตขันธ์อาศัยวิตกที่ไม่มีเหตุเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ
สัมปยุตตขันธ์อาศัยวิตกเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่มีเหตุซึ่งมีวิตกอาศัย
หทัยวัตถุเกิดขึ้น โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัย
วิตกเกิดขึ้น (๒)

472
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 473 (เล่ม 43)

สภาวธรรมที่มีวิตกและไม่มีวิตกอาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกเกิดขึ้นเพราะ
นเหตุปัจจัย (ย่อ เหมือนกับเหตุปัจจัย พึงกำหนดว่า เป็นอเหตุกะ) (๓)
สภาวธรรมที่มีวิตกอาศัยสภาวธรรมที่มีวิตกและไม่มีวิตกเกิดขึ้นเพราะ
นเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งมีวิตกและอาศัยวิตกเกิดขึ้น
ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑
ที่มีวิตกและอาศัยวิตกเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็น
อเหตุกะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีวิตกและอาศัยหทัยวัตถุและวิตกเกิดขึ้น ฯลฯ
อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัย
ขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและอาศัยวิตกเกิดขึ้น (๒ วาระที่
เหลือเหมือนกับเหตุปัจจัย ไม่มีข้อแตกต่างกัน พึงกำหนดว่าเป็นอเหตุกะ) (๓)
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
[๑๐๗] นเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ
นอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
นอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ
นอนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ
นอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย มี ๙ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ
นอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ
นกัมมปัจจัย มี ๔ วาระ
นวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ
นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ
นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ
นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ
นมัคคปัจจัย มี ๙ วาระ

473
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 474 (เล่ม 43)

นสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย มี ๖ วาระ
โนนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ
โนวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ
๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
[๑๐๘] นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
นอธิปติปัจจัย ” มี ๙ วาระ
นอนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ ฯลฯ
นกัมมปัจจัย ” มี ๔ วาระ
นวิปากปัจจัย ” มี ๙ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๖ วาระ
โนนัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ
โนวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ
๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
[๑๐๙] อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ
อนันตรปัจจัย ” มี ๙ วาระ ฯลฯ
ปุเรชาตปัจจัย ” มี ๖ วาระ
อาเสวนปัจจัย ” มี ๕ วาระ
กัมมปัจจัย ” มี ๙ วาระ ฯลฯ
มัคคปัจจัย ” มี ๓ วาระ
สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๙ วาระ
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาระ)
(สหชาตวารเหมือนกับปฏิจจวาร)

474
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 475 (เล่ม 43)

๘๗. สวิตักกทุกะ ๓. ปัจจยวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
[๑๑๐] สภาวธรรมที่มีวิตกทำสภาวธรรมที่มีวิตกให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
เหตุปัจจัย มี ๓ วาระ (เหมือนกับปฏิจจวาร)
สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกทำสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ
ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปทำวิตกให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์
๓ และกฏัตตารูปทำขันธ์ ๑ ที่ไม่มีวิตกให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปทำวิตกให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น หทัยวัตถุทำขันธ์ให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น หทัยวัตถุทำวิตกให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้น วิตกทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ ทำมหาภูตรูป ๑
ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ที่ไม่มีวิตกทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น วิตก
ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
สภาวธรรมที่มีวิตก ทำสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
ได้แก่ สัมปยุตตขันธ์ทำวิตกให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่มีวิตกทำหทัยวัตถุให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้น (แม้ในปฏิสนธิ ก็มี ๒ วาระ)
สภาวธรรมที่มีวิตกและไม่มีวิตกทำสภาวธรรมที่ไม่มีวิตกให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทำวิตกให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
สัมปยุตตขันธ์ทำวิตกให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่มีวิตกทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำ
มหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น วิตกและสัมปยุตตขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (แม้ในปฏิสนธิกาล ก็เหมือนกับปวัตติกาลนั่นเอง) (๓)

475
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 476 (เล่ม 43)

[๑๑๑] สภาวธรรมที่มีวิตกทำสภาวธรรมที่มีวิตกและไม่มีวิตกให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่มีวิตกและทำวิตกให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่มีวิตกและทำหทัยวัตถุให้
เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ (ในปฏิสนธิขณะ พึงเพิ่มเป็น ๒ วาระ) (๑)
สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกทำสภาวธรรมที่มีวิตกและไม่มีวิตกให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่มีวิตกและทำวิตกให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่มีวิตกและทำวิตกและมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิด
ขึ้น วิตกทำขันธ์ที่มีวิตกและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
(มี ๓ วาระแม้ในปฏิสนธิ) (๒)
สภาวธรรมที่มีวิตกและไม่มีวิตกทำสภาวธรรมที่มีวิตกและไม่มีวิตกให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่
มีวิตกและทำวิตกให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑
ที่มีวิตก วิตก และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตต-
สมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่มีวิตกและทำวิตกและมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๓
และวิตกทำขันธ์ ๑ ที่มีวิตกและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒
ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓)
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
[๑๑๒] เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ
อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาระ)
อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ

476
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 477 (เล่ม 43)

๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร
[๑๑๓] สภาวธรรมที่มีวิตกทำสภาวธรรมที่มีวิตกให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น เพราะ
นเหตุปัจจัย (พึงเพิ่มเป็น ๙ วาระ พึงกำหนดว่าเป็นอเหตุกะ มีเพียง ๓ วาระเท่านั้น
พึงยกโมหะขึ้นแสดง วาระก็เหมือนกับเหตุปัจจัย ในปฏิจจวารนั่นเอง ปัญจวิญญาณ
เป็นสภาวธรรมพิเศษ โมหะ และวิตกก็พึงยกขึ้นแสดง)
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
[๑๑๔] นเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ
นอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
นอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ
นอนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ
นอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย มี ๙ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ
นอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ
นกัมมปัจจัย มี ๔ วาระ
นวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ
นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ
นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ
นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ
นมัคคปัจจัย มี ๙ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย มี ๖ วาระ
โนนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ
โนวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ
(การนับ ๒ อย่างนอกนี้และนิสสยวาร พึงทำอย่างนี้)

477