พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 398 (เล่ม 43)

สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองอาศัยสภาวธรรมที่เป็น
กิเลสที่กิเลสทำให้เศร้าหมอง และที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสเกิดขึ้น
เพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
อาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และอาศัยวิจิกิจฉาและ
อุทธัจจะเกิดขึ้น (๑)
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
[๘๕] นเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
นอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย มี ๙ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ
นอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ
นกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ
นวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ
(โดยนัยนี้ การนับ ๒ อย่างนอกนี้ สหชาตวาร ปัจจยวาร นิสสยวาร
สังสัฏฐวารและสัมปยุตตวารเหมือนกับปฏิจจวาร)
๘๐. กิเลสสังกิลิฏฐทุกะ ๗. ปัญหาวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
[๘๖] สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่
สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่เป็น
กิเลสและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตกิเลสโดยเหตุปัจจัย (๑)

398
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 399 (เล่ม 43)

สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่
กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่เป็นกิเลสและที่
กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยเหตุปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่
เป็นกิเลสที่กิเลสทำให้เศร้าหมอง และที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสโดย
เหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่เป็นกิเลสและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต-
ขันธ์และกิเลสโดยเหตุปัจจัย (๓)
อารัมมณปัจจัย
[๘๗] สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่
สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ เพราะ
ปรารภกิเลส กิเลสจึงเกิดขึ้น (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) เพราะปรารภกิเลส ขันธ์ที่กิเลส
ทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสจึงเกิดขึ้น (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) เพราะปรารภกิเลส
กิเลสและสัมปยุตตขันธ์จึงเกิดขึ้น (๓)
[๘๘] สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่
สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่
เพราะปรารภขันธ์ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลส ขันธ์ที่กิเลสทำให้เศร้าหมอง
แต่ไม่เป็นกิเลสจึงเกิดขึ้น (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) เพราะปรารภขันธ์ที่กิเลสทำให้
เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลส กิเลสจึงเกิดขึ้น (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) เพราะปรารภขันธ์
ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลส กิเลสและสัมปยุตตขันธ์จึงเกิดขึ้น (๓)
(พึงทำวาระนอกนี้ให้เป็น ๓ วาระ)
อธิปติปัจจัย
[๘๙] สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่
สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว
คือ อารัมมณาธิปติ มี ๓ วาระ

399
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 400 (เล่ม 43)

สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่
กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ
อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ
อารัมมณาธิปติ ได้แก่ … เพราะทำขันธ์ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลส
ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ มี ๓ วาระ (อธิปติปัจจัยมี ๒ อย่างพึงเพิ่ม
ให้เป็น ๓ วาระ พึงเพิ่มแม้อธิปติปัจจัย ๒ อย่างนอกนี้ ให้เป็น ๓ วาระ)
อนันตรปัจจัยเป็นต้น
[๙๐] สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่
สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองโดยอนันตรปัจจัย (พึงเพิ่ม
เป็น ๙ วาระ ไม่มีอาวัชชนจิตและวุฏฐานะ)
เป็นปัจจัยโดยสมนันตรปัจจัย
เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย
เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย
เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย
เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ
(ไม่มีทั้งปุเรชาตปัจจัยและปัจฉาชาตปัจจัย)
เป็นปัจจัยโดยอาเสวนปัจจัย
กัมมปัจจัยเป็นต้น
[๙๑] สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่
สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสโดยกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่
กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์โดยกัมมปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่
เป็นกิเลสและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองโดยกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่กิเลสทำให้
เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตกิเลสโดยกัมมปัจจัย (๒)

400
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 401 (เล่ม 43)

สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่
เป็นกิเลสที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสโดย
กัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่
สัมปยุตตขันธ์และกิเลสโดยกัมมปัจจัย (๓)
… เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย มี ๓ วาระ
… เป็นปัจจัยโดยอินทรียปัจจัย มี ๓ วาระ
… เป็นปัจจัยโดยฌานปัจจัย มี ๓ วาระ
… เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย มี ๙ วาระ
… เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ
… เป็นปัจจัยโดยอัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ
… เป็นปัจจัยโดยนัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ
… เป็นปัจจัยโดยวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ
… เป็นปัจจัยโดยอวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
[๙๒] เหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ
อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ
อนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ
สมนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ
สหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ
อัญญมัญญปัจจัย มี ๙ วาระ
นิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ
อุปนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ
อาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ
กัมมปัจจัย มี ๓ วาระ

401
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 402 (เล่ม 43)

อาหารปัจจัย มี ๓ วาระ
อินทรียปัจจัย มี ๓ วาระ
ฌานปัจจัย มี ๓ วาระ
มัคคปัจจัย มี ๙ วาระ
สัมปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ
อัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ
นัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ
วิคตปัจจัย มี ๙ วาระ
อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ
๒. ปัจจนียุทธาร
[๙๓] สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่
สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและที่กิเลสทำให้เศร้าหมองโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย
และอุปนิสสยปัจจัย (มี ๙ วาระ พึงเพิ่มเพียง ๓ บทเท่านั้น)
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
[๙๔] นเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ
นอารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาระ)
โนอวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ
๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
[๙๕] นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
นอธิปติปัจจัย ” มี ๓ วาระ

402
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 403 (เล่ม 43)

นอนันตรปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
นสมนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ ฯลฯ
นมัคคปัจจัย ” มี ๓ วาระ ฯลฯ
นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ
โนนัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ
โนวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ
๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
[๙๖] อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ
(พึงเพิ่มบทอนุโลมมาติกา) ฯลฯ
อวิคตปัจจัย ” มี ๙ วาระ
กิเลสสังกิลิฏฐทุกะ จบ
๘๑. กิเลสกิเลสสัมปยุตตทุกะ ๑. ปฏิจจวาร
[๙๗] สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและสัมปยุตตด้วยกิเลสอาศัยสภาวธรรมที่เป็น
กิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลสเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ
อหิริกะ และอโนตตัปปะอาศัยโลภะเกิดขึ้น
(ทุกะนี้เหมือนกับกิเลสสังกิลิฏฐทุกะ ไม่มีข้อแตกต่างกัน พึงขยายวาระ
ทั้งหมดให้พิสดาร)
กิเลสกิเลสสัมปยุตตทุกะ จบ

403
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 404 (เล่ม 43)

๘๒. กิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกทุกะ
๑. ปฏิจจวาร
[๙๘] สภาวธรรมที่วิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสอาศัยสภาวธรรม
ที่วิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓
และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่วิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลส
เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ
(ทุกะนี้ ไม่มีข้อแตกต่างกันเหมือนโลกิยทุกะ)
กิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกทุกะ จบ
กิเลสโคจฉกะ จบ

404
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 405 (เล่ม 43)

๑๓. ปิฏฐทุกะ
๘๓. ทัสสเนนปหาตัพพทุกะ ๑. ปฏิจจวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
[๑] สภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่ต้อง
ประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑
ที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑)
สภาวธรรมที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่ต้องประหาณ
ด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ต้อง
ประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและที่ไม่ต้องประหาณด้วย
โสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วยด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ต้องประหาณ
ด้วยด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓)
สภาวธรรมที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่ไม่ต้อง
ประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และ
จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้น ฯลฯ
อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัย
หทัยวัตถุเกิดขึ้น … อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (๑)
สภาวธรรมที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่ต้องประหาณ
ด้วยโสดาปัตติมรรคและที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและอาศัย
มหาภูตรูปเกิดขึ้น (ย่อ)

405
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 406 (เล่ม 43)

๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
[๒] เหตุปัจจัย มี ๕ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๒ วาระ
อธิปติปัจจัย มี ๕ วาระ
อนันตรปัจจัย มี ๒ วาระ
สมนันตรปัจจัย มี ๒ วาระ
สหชาตปัจจัย มี ๕ วาระ
อัญญมัญญปัจจัย มี ๒ วาระ
นิสสยปัจจัย มี ๕ วาระ
อุปนิสสยปัจจัย มี ๒ วาระ
ปุเรชาตปัจจัย มี ๒ วาระ
อาเสวนปัจจัย มี ๒ วาระ
กัมมปัจจัย มี ๕ วาระ
วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ
อาหารปัจจัย มี ๕ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร
นเหตุปัจจัย
[๓] สภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่ต้อง
ประหาณด้วยด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคต
ด้วยวิจิกิจฉาอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคอาศัยสภาวธรรมที่ไม่ต้อง
ประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ … อาศัยขันธ์ ๑

406
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 407 (เล่ม 43)

ที่ไม่มีเหตุซึ่งไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็น
อเหตุกะ ฯลฯ (พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) โมหะที่สหรคตด้วย
อุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๑)
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
[๔] นเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ
นอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
นอธิปติปัจจัย มี ๕ วาระ
นอนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ
นสมนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย มี ๓ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย มี ๔ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๕ วาระ
นอาเสวนปัจจัย มี ๕ วาระ
นกัมมปัจจัย มี ๒ วาระ
นวิปากปัจจัย มี ๕ วาระ
นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ
นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ
นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ
นมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ วาระ
โนนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ
โนวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ
(การนับ ๒ อย่างนอกนี้และสหชาตวาร พึงทำอย่างนี้)

407