พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 218 (เล่ม 43)

สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้น
เพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีเหตุ
ซึ่งไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป
และกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ฯลฯ (พึงเพิ่มข้อความ
จนถึงอสัญญสัตตพรหม) (๒)
สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่
เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่
เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งไม่เป็น
อุปาทายรูปเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ
ฯลฯ (๓)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็น
อุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๓
อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปและอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒
ฯลฯ (๑)
นอารัมมณปัจจัยเป็นต้น
[๓๗๖] สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูป
เกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัย
ขันธ์ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ
(พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒
เกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้น
เพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่
เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็น
อุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) (๒)

218
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 219 (เล่ม 43)

สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็น
อุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูป
และที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ
ฯลฯ (๓)
เพราะนอธิปติปัจจัย มี ๕ วาระ
เพราะนอนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ
เพราะนอุปนิสสยปัจจัย มี ๕ วาระ
เพราะนปุเรชาตปัจจัย มี ๕ วาระ
เพราะนปัจฉาชาตปัจจัย มี ๕ วาระ
เพราะนอาเสวนปัจจัย มี ๕ วาระ
นกัมมปัจจัย
[๓๗๗] สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูป
เกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตเจตนาอาศัยขันธ์ที่ไม่เป็นอุปาทายรูป
เกิดขึ้น ที่เป็นภายนอก ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ
มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้น
เพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ อุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปที่เป็นภายนอก ที่มีอาหาร
เป็นสมุฏฐาน มีอุตุเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็น
อุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ มหาภูตรูป ๓ และอุปาทายรูปอาศัย
มหาภูตรูป ๑ ที่เป็นภายนอก มีอาหารเป็นสมุฏฐาน มีอุตุเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น
ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๒ ฯลฯ (๓)

219
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 220 (เล่ม 43)

นวิปากปัจจัย
[๓๗๘] สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูป
เกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่ไม่เป็นอุปาทายรูป
อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๑
ฯลฯ (พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม โดยนัยนี้ มี ๓ วาระ
ในสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเป็นมูล)
นอาหารปัจจัย
[๓๗๙] สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูป
เกิดขึ้นเพราะนอาหารปัจจัย ได้แก่ … อาศัยมหาภูตรูป ๑ ของเหล่าอสัญญสัตตพรหม
ที่เป็นภายนอก ซึ่งมีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒
เกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้น
เพราะนอาหารปัจจัย ได้แก่ อุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปของเหล่าอสัญญสัตตพรหม
ที่เป็นภายนอก ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่
เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะนอาหารปัจจัย ได้แก่ มหาภูตรูป ๓ และอุปาทายรูป
อาศัยมหาภูตรูป ๑ ของเหล่าอสัญญสัตตพรหมที่เป็นภายนอก ที่มีอุตุเป็น
สมุฏฐาน ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๒ ฯลฯ (๓)
นอินทรียปัจจัย
[๓๘๐] สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูป
เกิดขึ้นเพราะนอินทรียปัจจัย ได้แก่ … อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นภายนอก ที่มี
อาหารเป็นสมุฏฐาน ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ (๑)

220
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 221 (เล่ม 43)

สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะ
นอินทรียปัจจัย ได้แก่ รูปชีวิตินทรีย์อาศัยมหาภูตรูปของเหล่าอสัญญสัตตพรหมที่
เป็นภายนอก ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น
สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่
เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะนอินทรียปัจจัย ได้แก่ … อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่
เป็นภายนอก ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ (๓)
นฌานปัจจัยเป็นต้น
[๓๘๑] สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูป
เกิดขึ้นเพราะนฌานปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วย
ปัญจวิญญาณเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ของเหล่าอสัญญสัตตพรหมที่
เป็นภายนอก ซึ่งมีอาหารเป็นสมุฏฐาน มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ มหาภูตรูป ๒
อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้น
เพราะนฌานปัจจัย ได้แก่ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปของเหล่า
อสัญญสัตตพรหมที่เป็นภายนอก ซึ่งมีอาหารเป็นสมุฏฐาน มีอุตุเป็นสมุฏฐาน
เกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็น
อุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะนฌานปัจจัย ได้แก่ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑
ของเหล่าอสัญญสัตตพรหมที่เป็นภายนอก ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ที่มีอุตุเป็น
สมุฏฐานเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๒ ฯลฯ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูป
และอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๓)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้น
เพราะนมัคคปัจจัย มี ๕ วาระ เพราะนสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัยเป็นต้น
[๓๘๒] สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูป
เกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่

221
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 222 (เล่ม 43)

ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ของเหล่า
อสัญญสัตตพรหมที่เป็นภายนอก ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน
ฯลฯ (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้น
เพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูป และอุปาทายรูปอาศัย
มหาภูตรูปของเหล่าอสัญญสัตตพรหมที่เป็นภายนอก ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน
ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็นอุปาทายรูปอาศัยสภาวธรรมที่ไม่
เป็นอุปาทายรูปเกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ มหาภูตรูป ๓ และอุปาทายรูป
อาศัยมหาภูตรูป ๑ ที่เป็นภายนอก ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน
เกิดขึ้น ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ และอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น
สำหรับอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๓ และกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัย
มหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ และกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูป
อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น เพราะโนนัตถิปัจจัย เพราะโนวิคตปัจจัย (๓)
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
[๓๘๓] นเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ
นอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
นอธิปติปัจจัย มี ๕ วาระ
นอนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ
นสมนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย มี ๓ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย มี ๕ วาระ

222
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 223 (เล่ม 43)

นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๕ วาระ
นอาเสวนปัจจัย มี ๕ วาระ
นกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ
นวิปากปัจจัย มี ๓ วาระ
นอาหารปัจจัย มี ๓ วาระ
นอินทรียปัจจัย มี ๓ วาระ
นฌานปัจจัย มี ๓ วาระ
นมัคคปัจจัย มี ๕ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ
โนนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ
โนวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ
๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
[๓๘๔] นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
นอธิปติปัจจัย ” มี ๕ วาระ ฯลฯ
นกัมมปัจจัย ” มี ๑ วาระ
นวิปากปัจจัย ” มี ๓ วาระ ฯลฯ
นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ
โนนัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ
โนวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ
๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
[๓๘๕] อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
อนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ

223
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 224 (เล่ม 43)

สมนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ
สหชาตปัจจัย ” มี ๕ วาระ
อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๕ วาระ
นิสสยปัจจัย ” มี ๕ วาระ
อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ
ปุเรชาตปัจจัย ” มี ๑ วาระ
อาเสวนปัจจัย ” มี ๑ วาระ ฯลฯ
มัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย ” มี ๕ วาระ
(สหชาตวารเหมือนกับปฏิจจวาร)
๖๗. อุปาทาทุกะ ๓. ปัจจยวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
[๓๘๖] สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปให้
เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำหทัยวัตถุให้
เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
(บทที่มีสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปเป็นมูล มี ๓ วาระ เหมือนกับปฏิจจวาร
ไม่มีข้อแตกต่างกัน) (๓)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็น
อุปาทายรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑
ที่ไม่เป็นอุปาทายรูปและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)

224
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 225 (เล่ม 43)

อารัมมณปัจจัย
[๓๘๗] สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปให้
เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้
เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่ไม่เป็น
อุปาทายรูปทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ (เหมือนกับปฏิจจวาร)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็น
อุปาทายรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑
ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณและทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒
ฯลฯ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ฯลฯ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นอุปาทายรูป
และทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
(ย่อ) (๑)
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
[๓๘๘] เหตุปัจจัย มี ๕ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
อธิปติปัจจัย มี ๕ วาระ
อนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ
สมนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ
สหชาตปัจจัย มี ๕ วาระ

225
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 226 (เล่ม 43)

อัญญมัญญปัจจัย มี ๕ วาระ
นิสสยปัจจัย มี ๕ วาระ
อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ
ปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ
อาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ
กัมมปัจจัย มี ๕ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ (พึงนับอย่างนี้)
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร
นเหตุปัจจัย
[๓๘๙] สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปให้
ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่ไม่มีเหตุซึ่ง
ไม่เป็นอุปาทายรูปทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ
โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจจัย
เกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่ไม่เป็น
อุปาทายรูปทำขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งไม่เป็นอุปาทายรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ
ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ ทำมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ
(พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่
สหรคตด้วยอุทธัจจะทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้น (มี ๓ วาระ เหมือนกับปฏิจจวารไม่มีข้อแตกต่างกัน) (๓)

226
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 227 (เล่ม 43)

สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็น
อุปาทายรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่
สหรคตด้วยจักขุวิญญาณและทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒
ฯลฯ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ฯลฯ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งไม่เป็น
อุปาทายรูปและทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิ-
ขณะ ฯลฯ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำขันธ์ที่สหรคต
ด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
เพราะนอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
เพราะนอาเสวนปัจจัย มี ๕ วาระ
นกัมมปัจจัยเป็นต้น
[๓๙๐] สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปให้
เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำหทัยวัตถุ
ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ สัมปยุตตเจตนาทำขันธ์ที่ไม่เป็นอุปาทายรูป
ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น … ที่เป็นภายนอก ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน
ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ ทำมหาภูตรูป ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ อุปาทายรูปทำมหาภูตรูปที่เป็นภายนอก ที่มี
อาหารเป็นสมุฏฐาน ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปและที่ไม่เป็นอุปาทายรูปทำสภาวธรรมที่ไม่เป็น
อุปาทายรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ มหาภูตรูป ๓ และ
อุปาทายรูปทำมหาภูตรูป ๑ … ที่เป็นภายนอก ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ที่มีอุตุ
เป็นสมุฏฐานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำมหาภูตรูป ๒ ฯลฯ (๓)

227