พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ หน้าที่ 480 (เล่ม 42)

สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสอาศัยสภาวธรรมที่เป็น
ปรามาสเป็นอารมณ์ของปรามาสและที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาส
เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็น
อารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสและอาศัยปรามาสเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัย
ขันธ์ ๒ ฯลฯ (ย่อ)
(วาระทั้งหมดพึงทำเหมือนปรามาสทุกะ ไม่มีข้อแตกต่างกัน)
๕๓. ปรามาสปรามัฏฐทุกะ ๗. ปัญหาวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
[๘๗] สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสเป็นปัจจัยแก่
สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุ
ที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตต-
สมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม
ที่เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาสโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่เป็นอารมณ์
ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสเป็นปัจจัยแก่ปรามาสโดยเหตุปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม
ที่เป็นปรามาสเป็นอารมณ์ของปรามาสและที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็น
ปรามาสโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสเป็น
ปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ ปรามาส และจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย (๓)
อารัมมณปัจจัย
[๘๘] สภาวธรรมที่เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาสเป็นปัจจัยแก่
สภาวธรรมที่เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาสโดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
(พึงเพิ่มคำว่า เพราะปรารภ เหมือนกับปรามาสทุกะ)

480
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ หน้าที่ 481 (เล่ม 42)

[๘๙] สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสเป็นปัจจัยแก่
สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่
บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้วพิจารณากุศลนั้น ยินดีเพลิดเพลิน
เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินกุศลนั้น ราคะ ฯลฯ วิจิกิจฉา ฯลฯ อุทธัจจะ
ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลพิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ฯลฯ ออกจาก
ฌาน ฯลฯ พระอริยะพิจารณาโคตรภู พิจารณาโวทาน พิจารณากิเลสที่ละได้แล้ว
พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้น บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ
และขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ
โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ (พึงเพิ่มบททั้งปวงจนถึงอาวัชชนจิต)
(๑)
สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม
ที่เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาสโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน
สมาทานศีล รักษาอุโบสถ ฯลฯ ยินดีเพลิดเพลินกุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ฯลฯ
ออกจากฌาน ฯลฯ ยินดีเพลิดเพลินจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ และขันธ์ที่เป็นอารมณ์
ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาส เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้น
ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม
ที่เป็นปรามาสเป็นอารมณ์ของปรามาสและที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาส
โดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ ฯลฯ
ยินดีเพลิดเพลินกุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ฯลฯ ออกจากฌาน ฯลฯ ยินดี
เพลิดเพลินจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ และขันธ์ที่เป็นอารมณ์ของปรามาสแต่ไม่เป็น
ปรามาส เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้น ปรามาสและ
สัมปยุตตขันธ์จึงเกิดขึ้น (๓)
(แม้นอกนี้ก็มี ๓ วาระอย่างนี้ พึงเพิ่มคำว่า เพราะปรารภ ทุกะนี้เหมือน
กับปรามาสทุกะ ไม่พึงเพิ่มโลกุตตระเข้าในที่ซึ่งมีไม่ได้)

481
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ หน้าที่ 482 (เล่ม 42)

๕๔. ปรามาสวิปปยุตตปรามัฏฐทุกะ
๑. ปฏิจจวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
[๙๐] สภาวธรรมที่วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาสอาศัย
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็นอารมณ์ของปรามาสเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็น
อารมณ์ของปรามาสเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสอาศัยสภาว-
ธรรมที่วิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (ย่อ)
(พึงทำเหมือนโลกิยทุกะในจูฬันตรทุกะ ไม่มีข้อแตกต่างกัน)
ปรามาสวิปปยุตตปรามัฏฐทุกะ จบ
ปรามาสโคจฉกะ จบ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๔๒ อภิธรรมปิฎกที่ ๙ ปัฏฐาน ภาค ๓ จบ

482
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 1 (เล่ม 43)

พระอภิธรรมปิฎก
ธัมมานุโลม ทุกปัฏฐาน
_____________
ขอนอบน้อมพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
๑๐. มหันตรทุกะ
๕๕. สารัมมณทุกะ ๑. ปฏิจจวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
[๑] สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่รับรู้อารมณ์ได้เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัย
ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้เกิดขึ้นเพราะ
เหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่รับรู้อารมณ์ได้เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ
ฯลฯ (๒)
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้และที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้
อารมณ์ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑
ที่รับรู้อารมณ์ได้เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓)
[๒] สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ … อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูป
ที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)

1
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 2 (เล่ม 43)

สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะ
เหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่รับรู้อารมณ์ได้อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้และที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้
อารมณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่รับรู้อารมณ์ได้
อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๓)
[๓] สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้และที่รับรู้
อารมณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑
ที่รับรู้อารมณ์ได้และอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑)
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้และที่รับรู้อารมณ์
ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่รับรู้อารมณ์ได้และ
อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒)
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้และที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์
ได้และที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓
อาศัยขันธ์ ๑ ที่รับรู้อารมณ์ได้และอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ
กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่รับรู้อารมณ์ได้และอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๓)
อารัมมณปัจจัย
[๔] สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้เกิดขึ้น
เพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่รับรู้อารมณ์ได้เกิดขึ้น
ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะ
อารัมมณปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่รับรู้อารมณ์ได้อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้และที่รับรู้อารมณ์
ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑
ที่รับรู้อารมณ์ได้และอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (ย่อ)

2
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 3 (เล่ม 43)

๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
[๕] เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
อธิปติปัจจัย มี ๕ วาระ
อนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ
สมนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ
สหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ
อัญญมัญญปัจจัย มี ๖ วาระ
นิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ
อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ
ปุเรชาตปัจจัย มี ๑ วาระ
อาเสวนปัจจัย มี ๑ วาระ
กัมมปัจจัย มี ๙ วาระ
วิปากปัจจัย มี ๙ วาระ
อาหารปัจจัย มี ๙ วาระ
อินทรียปัจจัย มี ๙ วาระ
ฌานปัจจัย มี ๙ วาระ
มัคคปัจจัย มี ๙ วาระ
สัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ
วิปปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ
อัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ
นัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ
วิคตปัจจัย มี ๓ วาระ
อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ

3
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 4 (เล่ม 43)

๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร
นเหตุปัจจัย
[๖] สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้เกิดขึ้น
เพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งรับรู้อารมณ์ได้เกิดขึ้น
ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ โมหะที่สหรคตด้วย
วิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคต
ด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้เกิดขึ้นเพราะ
นเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีเหตุซึ่งรับรู้อารมณ์ได้เกิดขึ้น
ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ (๒)
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้และที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์
ได้เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่
มีเหตุซึ่งรับรู้อารมณ์ได้เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็น
อเหตุกะ ฯลฯ (๓)
[๗] สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้เกิดขึ้น
เพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ … อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม
… อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (๑)
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะ
นเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ที่รับรู้อารมณ์ได้อาศัย
หทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้และที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์
ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ที่รับรู้
อารมณ์ได้อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๓)

4
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 5 (เล่ม 43)

[๘] สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้และที่รับรู้
อารมณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๓
อาศัยขันธ์ ๑ ที่รับรู้อารมณ์ได้และอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒
ฯลฯ (๑)
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้และที่รับรู้อารมณ์
ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีเหตุซึ่งรับรู้
อารมณ์ได้และอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ (๒)
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้และที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์
ได้และที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะที่เป็น
อเหตุกะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่รับรู้อารมณ์ได้และอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ
อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่รับรู้อารมณ์ได้และอาศัยมหาภูตรูป
เกิดขึ้น (๓)
นอารัมมณปัจจัย
[๙] สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้เกิดขึ้น
เพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่รับรู้อารมณ์ได้เกิดขึ้น
ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะ
นอารัมมณปัจจัย (พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) (๑)
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้และที่รับรู้อารมณ์
ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่รับรู้อารมณ์
ได้และอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (ย่อ) (๑)
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
[๑๐] นเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ
นอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ

5
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 6 (เล่ม 43)

นอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ
นอนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ
นสมนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย มี ๓ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย มี ๙ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ
นอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ
นกัมมปัจจัย มี ๒ วาระ
นวิปากปัจจัย มี ๕ วาระ
นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ
นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ
นฌานปัจจัย มี ๒ วาระ
นมัคคปัจจัย มี ๙ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ วาระ
โนนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ
โนวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ
๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
[๑๑] นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
นอธิปติปัจจัย ” มี ๙ วาระ ฯลฯ
นกัมมปัจจัย ” มี ๑ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ (ย่อ)

6
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๑๐ ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ หน้าที่ 7 (เล่ม 43)

๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
[๑๒] อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ
สหชาตปัจจัย ” มี ๙ วาระ ฯลฯ
มัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย ” มี ๙ วาระ
(สหชาตวารเหมือนกับปฏิจจวาร)
๕๕. สารัมมณทุกะ ๓. ปัจจยวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
[๑๓] สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้ทำสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้ให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ (เหมือนกับปฏิจจวาร)
[๑๔] สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้ทำสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้ให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ … ทำมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป
และกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้ทำสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่รับรู้อารมณ์ได้ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่รับรู้อารมณ์ได้ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้และที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้ทำสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์
ไม่ได้ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่รับรู้อารมณ์ได้ทำหทัยวัตถุให้
เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิ-
ขณะ ฯลฯ (๓)

7