พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ หน้าที่ 200 (เล่ม 42)

๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
เหตุทุกนัย
[๑๗๔] นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๔ วาระ ฯลฯ
นสมนันตรปัจจัย ” มี ๔ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๒ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๔ วาระ ฯลฯ
นมัคคปัจจัย ” มี ๔ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๒ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๒ วาระ
โนนัตถิปัจจัย ” มี ๔ วาระ
โนวิคตปัจจัย ” มี ๔ วาระ
อนุโลมปัจจนียะ จบ
๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
นเหตุทุกนัย
[๑๗๕] อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
อธิปติปัจจัย ” มี ๔ วาระ
(พึงเพิ่มอนุโลมมาติกา)
อวิคตปัจจัย ” มี ๗ วาระ
ปัจจนียานุโลม จบ
โลกิยทุกะ จบ

200
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ หน้าที่ 201 (เล่ม 42)

๑๓. เกนจิวิญเญยยทุกะ ๑. ปฏิจจวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
[๑๗๖] สภาวธรรมที่จิตบางดวงรู้ได้อาศัยสภาวธรรมที่จิตบางดวงรู้ได้เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่จิตบางดวง
รู้ได้เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ หทัยวัตถุอาศัยขันธ์
เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ
จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่จิตบางดวงรู้ได้เกิดขึ้นเพราะ
เหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้อาศัยขันธ์ ๑ ที่
จิตบางดวงรู้ได้เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ หทัยวัตถุ
อาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น … อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ
จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่จิตบางดวงรู้ได้และที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่จิตบาง
ดวงรู้ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่จิตบางดวง
รู้ได้และที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้อาศัยขันธ์ ๑ ที่จิตบางดวงรู้ได้เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัย
ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัย
หทัยวัตถุเกิดขึ้น … อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่
เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๓)
[๑๗๗] สภาวธรรมที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้
เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้
อาศัยขันธ์ ๑ ที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ
ฯลฯ หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น … อาศัยมหาภูตรูป ๑
ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)

201
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ หน้าที่ 202 (เล่ม 42)

สภาวธรรมที่จิตบางดวงรู้ได้อาศัยสภาวธรรมที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะ
เหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่จิตบางดวงรู้ได้อาศัยขันธ์ ๑ ที่จิต
บางดวงรู้ไม่ได้เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ หทัยวัตถุ
อาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น … อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ
จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่จิตบางดวงรู้ได้และที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่จิตบาง
ดวงรู้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่จิตบาง
ดวงรู้ได้และที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้อาศัยขันธ์ ๑ ที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้เกิดขึ้น ฯลฯ
อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์
อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น … อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและ
กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๓)
[๑๗๘] สภาวธรรมที่จิตบางดวงรู้ได้อาศัยสภาวธรรมที่จิตบางดวงรู้ได้และที่
จิตบางดวงรู้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่
จิตบางดวงรู้ได้อาศัยขันธ์ ๑ ที่จิตบางดวงรู้ได้และที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้เกิดขึ้น ฯลฯ
อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์
อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น … อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและ
กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่จิตบางดวงรู้ได้และที่จิตบางดวง
รู้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปที่จิตบางดวง
รู้ไม่ได้อาศัยขันธ์ ๑ ที่จิตบางดวงรู้ได้และที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัย
ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัย
หทัยวัตถุเกิดขึ้น … อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่
เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่จิตบางดวงรู้ได้และที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่จิตบาง
ดวงรู้ได้และที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตต-
สมุฏฐานรูปที่จิตบางดวงรู้ได้และที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้อาศัยขันธ์ ๑ ที่จิตบางดวงรู้ได้

202
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ หน้าที่ 203 (เล่ม 42)

และที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น … อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ
จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (ย่อ) (๓)
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
[๑๗๙] เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ
อนุโลม จบ
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
[๑๘๐] นเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ
นอารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ
โนวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ
(การนับวาระทั้ง ๔ อย่าง บริบูรณ์แล้วอย่างนี้)
(พึงขยายสหชาตวาร ปัจจยวาร นิสสยวาร สังสัฏฐวาร และสัมปยุตตวาร
ให้พิสดารอย่างนี้ ในปัจจยวารพึงแสดงหทัยวัตถุและอายตนะ ๕ พึงเพิ่มนัยนั้นๆ
ตามที่จะหาได้)
๑๓. เกนจิวิญเญยยทุกะ ๗. ปัญหาวาร
๑. ปัจจยานุโลมเป็นต้น
[๑๘๑] สภาวธรรมที่จิตบางดวงรู้ได้เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่จิตบางดวงรู้ได้
โดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่จิตบางดวงรู้ได้เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตต-
สมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (ย่อ)

203
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ หน้าที่ 204 (เล่ม 42)

เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ
อนุโลม จบ
นเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ
โนวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ
(การนับวาระทั้ง ๔ อย่างบริบูรณ์แล้วอย่างนี้)
ปัจจนียะ จบ
เกนจิวิญเญยยทุกะ จบ
จูฬันตรทุกะ จบ
๓. อาสวโคจฉกะ
๑๔. อาสวทุกะ ๑. ปฏิจจวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
[๑] สภาวธรรมที่เป็นอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
ได้แก่ ทิฏฐาสวะและอวิชชาสวะอาศัยกามาสวะเกิดขึ้น กามาสวะและอวิชชาสวะ
อาศัยทิฏฐาสวะเกิดขึ้น กามาสวะและทิฏฐาสวะอาศัยอวิชชาสวะเกิดขึ้น อวิชชาสวะ
อาศัยภวาสวะเกิดขึ้น อวิชชาสวะอาศัยทิฏฐาสวะเกิดขึ้น (พึงทำเป็นจักกนัยแม้แต่
ละอย่างๆ) (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยอาสวะและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยอาสวะเกิดขึ้น (๒)

204
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ หน้าที่ 205 (เล่ม 42)

สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและที่ไม่เป็นอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะเกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ทิฏฐาสวะ อวิชชาสวะ สัมปยุตตขันธ์ และจิตต-
สมุฏฐานรูปอาศัยกามาสวะเกิดขึ้น (พึงผูกเป็นจักกนัย) (๓)
[๒] สภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะเกิดขึ้นเพราะ
เหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นอาสวะเกิดขึ้น
ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น
ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น … อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและ
กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
ได้แก่ อาสวะ ๔ อาศัยขันธ์ที่ไม่เป็นอาสวะเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและที่ไม่เป็นอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะ
เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาสวะและจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑
ที่ไม่เป็นอาสวะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๓)
[๓] สภาวธรรมที่เป็นอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะและที่ไม่เป็นอาสวะ
เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ทิฏฐาสวะและอวิชชาสวะอาศัยกามาสวะและ
สัมปยุตตขันธ์เกิดขึ้น (พึงผูกเป็นจักกนัย) (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะและที่ไม่เป็นอาสวะ
เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่
เป็นอาสวะและอาศัยอาสวะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๒)
สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและที่ไม่เป็นอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะและ
ที่ไม่เป็นอาสวะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทิฏฐาสวะ อวิชชาสวะ
และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นอาสวะและอาศัยกามาสวะเกิดขึ้น ฯลฯ
อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (พึงผูกเป็นจักกนัย ย่อ) (๓)
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
[๔] เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ
(ทุกปัจจัย มีปัจจัยละ ๙ วาระ)

205
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ หน้าที่ 206 (เล่ม 42)

วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ
อาหารปัจจัย มี ๙ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ
อนุโลม จบ
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร
นเหตุปัจจัย
[๕] สภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะเกิดขึ้นเพราะ
นเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งไม่เป็น
อาสวะเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ
หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น … อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ
(พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย
ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วย
วิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๒)
นอารัมมณปัจจัย
[๖] สภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะเกิดขึ้นเพราะ
นอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยอาสวะเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะเกิดขึ้นเพราะ
นอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่เป็นอาสวะเกิดขึ้น ใน
ปฏิสนธิขณะ ฯลฯ หทัยวัตถุอาศัยขันธ์เกิดขึ้น … อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ
(พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอาสวะและที่ไม่เป็นอาสวะ
เกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยอาสวะและสัมปยุตต-
ขันธ์เกิดขึ้น (ย่อ) (๑)

206
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ หน้าที่ 207 (เล่ม 42)

๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
[๗] นเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ
นอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
นอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ
นอนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ
นสมนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย มี ๓ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย มี ๙ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ
นอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ
นกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ
นวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ
นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ
นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ
นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ
นมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ
โนนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ
โนวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ
ปัจจนียะ จบ

207
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ หน้าที่ 208 (เล่ม 42)

๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
เหตุทุกนัย
[๘] นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
นอธิปติปัจจัย ” มี ๙ วาระ
นอนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ
นสมนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๓ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๙ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๙ วาระ
นอาเสวนปัจจัย ” มี ๙ วาระ
นกัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ
นวิปากปัจจัย ” มี ๙ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๙ วาระ
โนนัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ
โนวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ
อนุโลมปัจจนียะ จบ
๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
นเหตุทุกนัย
[๙] อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ
อนันตรปัจจัย ” มี ๒ วาระ ฯลฯ
วิปากปัจจัย ” มี ๑ วาระ ฯลฯ
มัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย ” มี ๒ วาระ
ปัจจนียานุโลม จบ
(สหชาตวารเหมือนกับปฏิจจวาร)

208
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๙ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๓ หน้าที่ 209 (เล่ม 42)

๑๔. อาสวทุกะ ๓. ปัจจยวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
[๑๐] สภาวธรรมที่เป็นอาสวะทำสภาวธรรมที่เป็นอาสวะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย (บทที่มีอาสวะเป็นมูล มี ๓ วาระ เหมือนกับปฏิจจวาร)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นอาสวะ
ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ หทัยวัตถุ
ทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป
และกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่ไม่เป็น
อาสวะทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอาสวะทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ อาสวะทำขันธ์ที่ไม่เป็นอาสวะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น อาสวะ
ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและที่ไม่เป็นอาสวะทำสภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะ
ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาสวะและจิตตสมุฏฐานรูปทำ
ขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นอาสวะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ อาสวะและ
สัมปยุตตขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓)
[๑๑] สภาวธรรมที่เป็นอาสวะทำสภาวธรรมที่เป็นอาสวะและที่ไม่เป็นอาสวะ
ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ทิฏฐาสวะและอวิชชาสวะทำกามาสวะ
และสัมปยุตตขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (พึงผูกเป็นจักกนัย) ทิฏฐาสวะและอวิชชาสวะ
ทำกามาสวะและหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (พึงผูกเป็นจักกนัย) (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะทำสภาวธรรมที่เป็นอาสวะและที่ไม่เป็นอาสวะให้
เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑
ที่ไม่เป็นอาสวะและทำอาสวะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ทำขันธ์ ๒ ฯลฯ ขันธ์ที่
ไม่เป็นอาสวะทำอาสวะและหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)

209