พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 206 (เล่ม 40)

๑. กุสลติกะ ๔. นิสสยวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
อนุโลมเหตุปัจจัย
[๓๒๙] สภาวธรรมที่เป็นกุศลอิงอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะ
เหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อิงอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศลเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อิงอาศัย
ขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อิงอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอิงอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอิงอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศลเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตอิงอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอิงอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็น
กุศลเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูปอิงอาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และ
จิตตสมุฏฐานรูปอิงอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๓)
[๓๓๐] สภาวธรรมที่เป็นอกุศลอิงอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะ
เหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อิงอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศลเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒
อิงอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอิงอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะ
เหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอิงอาศัยขันธ์ที่เป็นอกุศลเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤตอิงอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศล
เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอิงอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็น
อกุศลเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอิงอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๓)
[๓๓๑] สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอิงอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิด
ขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอิงอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็น
อัพยากตวิบากและที่เป็นอัพยากตกิริยาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูป

206
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 207 (เล่ม 40)

อิงอาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอิงอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ใน
ปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปอิงอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบากเกิดขึ้น
ขันธ์ ๑ และกฏัตตารูปอิงอาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปอิงอาศัย
ขันธ์ ๒ เกิดขึ้น หทัยวัตถุอิงอาศัยขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อิงอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น
มหาภูตรูป ๓ อิงอาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อิงอาศัยมหาภูตรูป ๓
เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อิงอาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปและ
กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอิงอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็นอัพยากตวิบาก
และที่เป็นอัพยากตกิริยาอิงอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่เป็นกุศลอิงอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นกุศลอิงอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลอิงอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย
ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นอกุศลอิงอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๓)
สภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตอิงอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต
เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นกุศลอิงอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น จิตต-
สมุฏฐานรูปอิงอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๔)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤตอิงอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต
เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นอกุศลอิงอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น จิตต-
สมุฏฐานรูปอิงอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๕)
[๓๓๒] สภาวธรรมที่เป็นกุศลอิงอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤต
เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อิงอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศลและอิงอาศัย
หทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อิงอาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอิงอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤต
เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอิงอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศลและอิงอาศัย
มหาภูตรูปเกิดขึ้น (๒)

207
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 208 (เล่ม 40)

สภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตอิงอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่
เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อิงอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล
และอิงอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อิงอาศัยขันธ์ ๒ และอิงอาศัยหทัยวัตถุ
เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอิงอาศัยขันธ์ที่เป็นกุศลและอิงอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๓)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลอิงอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤต
เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อิงอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศลและอิงอาศัย
หทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อิงอาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอิงอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤต
เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอิงอาศัยขันธ์ที่เป็นอกุศลและ
อิงอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤตอิงอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศล
และที่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อิงอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็น
อกุศลและอิงอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ อิงอาศัยขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุ
เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปอิงอาศัยขันธ์ที่เป็นอกุศลและอิงอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๓)
(พึงขยายให้พิสดารเหมือนในปัจจยวาร)
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
[๓๓๓] เหตุปัจจัย มี ๑๗ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๗ วาระ
อธิปติปัจจัย มี ๑๗ วาระ
อนันตรปัจจัย มี ๗ วาระ
สมนันตรปัจจัย มี ๗ วาระ
สหชาตปัจจัย มี ๑๗ วาระ

208
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 209 (เล่ม 40)

อัญญมัญญปัจจัย มี ๗ วาระ
นิสสยปัจจัย มี ๑๗ วาระ
อุปนิสสยปัจจัย มี ๗ วาระ
ปุเรชาตปัจจัย มี ๗ วาระ
อาเสวนปัจจัย มี ๗ วาระ
กัมมปัจจัย มี ๑๗ วาระ
วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ
อาหารปัจจัย มี ๑๗ วาระ
อินทรียปัจจัย มี ๑๗ วาระ
ฌานปัจจัย มี ๑๗ วาระ
มัคคปัจจัย มี ๑๗ วาระ
สัมปยุตตปัจจัย มี ๗ วาระ
วิปปยุตตปัจจัย มี ๑๗ วาระ
อัตถิปัจจัย มี ๑๗ วาระ
นัตถิปัจจัย มี ๗ วาระ
วิคตปัจจัย มี ๗ วาระ
อวิคตปัจจัย มี ๑๗ วาระ
(พึงขยายให้พิสดารเหมือนในปัจจยวาร)
อนุโลมในนิสสยวาร จบ
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร
นเหตุปัจจัย
[๓๓๔] สภาวธรรมที่เป็นอกุศลอิงอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะ
นเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอิงอาศัย
ขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๑)

209
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 210 (เล่ม 40)

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตอิงอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะ
นเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอิงอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่ง
เป็นอัพยากตวิบากและอัพยากตกิริยาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูปอิงอาศัย
ขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอิงอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิ-
ขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปอิงอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก
เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปอิงอาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น หทัยวัตถุอิงอาศัย
ขันธ์เกิดขึ้น ขันธ์อิงอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อิงอาศัยมหาภูตรูป ๑
เกิดขึ้น ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอิงอาศัยมหาภูตรูป
เกิดขึ้น … ที่เป็นภายนอก … ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน … ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน …
สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๓ อิงอาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ
กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปอิงอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น จักขุวิญญาณอิงอาศัย
จักขายตนะเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณอิงอาศัยกายายตนะเกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็น
อเหตุกะซึ่งเป็นอัพยากตวิบากและอัพยากตกิริยาอิงอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลอิงอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะ
นเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอิงอาศัย
หทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลอิงอาศัยสภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤเกิดขึ้น
เพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
อิงอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและอิงอาศัยหทัยวัตถุ
เกิดขึ้น (๑)
(พึงขยายให้พิสดารเหมือนในปัจจยวาร)
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
[๓๓๕] นเหตุปัจจัย มี ๔ วาระ
นอารัมมณปัจจัย มี ๕ วาระ

210
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 211 (เล่ม 40)

นอธิปติปัจจัย มี ๑๗ วาระ
นอนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ
นสมนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย มี ๕ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย มี ๕ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย มี ๗ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๑๗ วาระ
นอาเสวนปัจจัย มี ๑๗ วาระ
นกัมมปัจจัย มี ๗ วาระ
นวิปากปัจจัย มี ๑๗ วาระ
นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ
นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ
นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ
นมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย มี ๕ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ
โนนัตถิปัจจัย มี ๕ วาระ
โนวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ
ปัจจนียะในนิสสยวาร จบ
๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
เหตุทุกนัย
[๓๓๖] นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ
นอธิปติปัจจัย ” มี ๑๗ วาระ
นอนันตรปัจจัย ” มี ๕ วาระ

211
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 212 (เล่ม 40)

นสมนันตรปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๕ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๕ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๕ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๑๗ วาระ
นอาเสวนปัจจัย ” มี ๑๗ วาระ
นกัมมปัจจัย ” มี ๕ วาระ
นวิปากปัจจัย ” มี ๑๗ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๕ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๕ วาระ
โนนัตถิปัจจัย ” มี ๕ วาระ
โนวิคตปัจจัย ” มี ๕ วาระ (ย่อ)
อนุโลมปัจจนียะในนิสสยวาร จบ
๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
นเหตุทุกนัย
[๓๓๗] อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๔ วาระ
อนันตรปัจจัย ” มี ๔ วาระ
สมนันตรปัจจัย ” มี ๔ วาระ
สหชาตปัจจัย ” มี ๔ วาระ
อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๔ วาระ
นิสสยปัจจัย ” มี ๔ วาระ
อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๔ วาระ
ปุเรชาตปัจจัย ” มี ๔ วาระ
อาเสวนปัจจัย ” มี ๔ วาระ
กัมมปัจจัย ” มี ๔ วาระ

212
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 213 (เล่ม 40)

วิปากปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ
อาหารปัจจัย ” มี ๔ วาระ
อินทรียปัจจัย ” มี ๔ วาระ
ฌานปัจจัย ” มี ๔ วาระ
มัคคปัจจัย ” มี ๓ วาระ
สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๔ วาระ
วิปปยุตตปัจจัย ” มี ๔ วาระ
อัตถิปัจจัย ” มี ๔ วาระ
นัตถิปัจจัย ” มี ๔ วาระ
วิคตปัจจัย ” มี ๔ วาระ
อวิคตปัจจัย ” มี ๔ วาระ (ย่อ)
ปัจจนียานุโลมในนิสสยวาร จบ
(ที่เป็นปัจจยวาร ได้แก่ นิสสยวาร ที่เป็นนิสสยวาร ได้แก่ ปัจจยวาร)
นิสสยวาร จบ
๑. กุสลติกะ ๕. สังสัฏฐวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
[๓๓๘] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นกุศลเพราะเหตุปัจจัย
ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล ขันธ์ ๑ เกิดระคนกับขันธ์ ๓
ขันธ์ ๒ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเพราะเหตุปัจจัย
ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศล ขันธ์ ๑ เกิดระคนกับขันธ์ ๓
ขันธ์ ๒ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ (๑)

213
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 214 (เล่ม 40)

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเพราะ
เหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบากและที่เป็น
อัพยากตกิริยา ขันธ์ ๑ เกิดระคนกับขันธ์ ๓ ขันธ์ ๒ เกิดระคนกับขันธ์ ๒
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก ขันธ์ ๑
เกิดระคนกับขันธ์ ๓ ขันธ์ ๒ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ (๑)
อารัมมณปัจจัยเป็นต้น
[๓๓๙] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นกุศลเพราะ
อารัมมณปัจจัย เพราะอธิปติปัจจัย (ไม่มีอธิปติปัจจัยในปฏิสนธิขณะ) เพราะ
อนันตรปัจจัย เพราะสมนันตรปัจจัย เพราะสหชาตปัจจัย เพราะอัญญมัญญปัจจัย
เพราะนิสสยปัจจัย เพราะอุปนิสสยปัจจัย (บททั้งหมดเหมือนเหตุมูลกนัย)
ปุเรชาตปัจจัย
[๓๔๐] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นกุศลเพราะปุเรชาต-
ปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล ขันธ์ ๑ เกิดระคนกับขันธ์
๓ ขันธ์ ๒ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ขันธ์เกิดระคนกับหทัยวัตถุเพราะปุเรชาตปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเพราะปุเรชาตปัจจัย
ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศล ขันธ์ ๑ เกิดระคนกับขันธ์ ๓
ขันธ์ ๒ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ขันธ์เกิดระคนกับหทัยวัตถุเพราะปุเรชาตปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเพราะ
ปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบากและที่เป็น
อัพยากตกิริยา ขันธ์ ๑ เกิดระคนกับขันธ์ ๓ ขันธ์ ๒ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ขันธ์
เกิดระคนกับหทัยวัตถุเพราะปุเรชาตปัจจัย (๑)
อาเสวนปัจจัย
[๓๔๑] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นกุศล ฯลฯ
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอกุศล ฯลฯ

214
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑ หน้าที่ 215 (เล่ม 40)

สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเพราะ
อาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตกิริยา ฯลฯ
กัมมปัจจัย
[๓๔๒] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นกุศลเพราะกัมม-
ปัจจัย ฯลฯ
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอกุศล ฯลฯ
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ฯลฯ
วิปากปัจจัย
[๓๔๓] สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต
เพราะวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก
ฯลฯ
อาหารปัจจัยเป็นต้น
[๓๔๔] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นกุศลเพราะอาหาร-
ปัจจัย เพราะอินทรียปัจจัย เพราะฌานปัจจัย เพราะมัคคปัจจัย เพราะสัมปยุตต-
ปัจจัย (บทเหล่านี้เหมือนกับเหตุปัจจัย)
วิปปยุตตปัจจัย
[๓๔๕] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นกุศลเพราะวิป-
ปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล ฯลฯ ขันธ์ ๒
เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ขันธ์เกิดระคนกับหทัยวัตถุเพราะวิปปยุตตปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอกุศล ฯลฯ ขันธ์
เกิดระคนกับหทัยวัตถุเพราะวิปปยุตตปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ฯลฯ
ขันธ์เกิดระคนกับหทัยวัตถุเพราะวิปปยุตตปัจจัย

215