พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ หน้าที่ 155 (เล่ม 39)

วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับ
แห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้น
ไม่ใช่จักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค
อรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่
กำลังเกิด
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่เป็น
อัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต
จากกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรม
ที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จัก
ไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง
เกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็น
กุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
[๒๑๕] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรม
ที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต
จากอกุศล บุคคลผู้เข้านิโรธสมาบัติและบุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาว-
ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต
มิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้น
ไม่ใช่กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็น
อกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

155
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ หน้าที่ 156 (เล่ม 39)

ปัจจนีกโอกาส
[๒๑๖] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรมที่
เป็นอกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๒๑๗] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต
จากกุศล สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะแห่งอรหัตตมรรค อรหันตบุคคล
บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้น บุคคลผู้อุบัติ
อยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลัง
เกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่
เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตตมรรค บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่ง
จิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้น สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่ใช่จักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่ไม่กำลังเกิด ในภังคขณะแห่งอรหัตต-
มรรค อรหันตบุคคล บุคคลจักได้อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่ง
จิตนั้น บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่า
นั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด สภาวธรรม
ที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต
จากกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่า

156
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ หน้าที่ 157 (เล่ม 39)

นั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จักไม่ดับ ในภังคขณะ
แห่งปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและ
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรม
ที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
[๒๑๘] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งจิตของบุคคลทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่วิปปยุต
จากอกุศล บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตมิใช่จักไม่ดับ ใน
ภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่
กำลังเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรม
ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
๖. อตีตานาคตวาร
อนุโลมบุคคล
[๒๑๙] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น
อกุศลของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค และอรหันตบุคคล บุคคลจักได้
อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นกุศลของ
บุคคลเหล่านั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้
สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักดับ

157
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ หน้าที่ 158 (เล่ม 39)

ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของ
บุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต
ของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิด
แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ สภาวธรรมที่เป็นกุศล
ของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็จักดับ
ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศล
ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
[๒๒๐] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น
อัพยากฤตของบุคคลนั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้น
เคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ สภาวธรรมที่
เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็จักดับ
ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็น
อกุศลของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุโลมโอกาส
[๒๒๑] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็นอกุศล
ในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
ฯลฯ

158
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ หน้าที่ 159 (เล่ม 39)

อนุโลมปุคคโลกาส
[๒๒๒] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรม
ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค และอรหันตบุคคล บุคคลจักได้
อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นกุศลของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่ใช่จักดับ บุคคล
นอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็จักดับ
ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ สภาวธรรมที่เป็น
กุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ สภาวธรรม
ที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่เคยเกิด
บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศล
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็เคยเกิด
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น
อัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่
ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็จักดับ
ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ สภาวธรรมที่
เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นจักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ใน
จตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นจักดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็เคยเกิด

159
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ หน้าที่ 160 (เล่ม 39)

[๒๒๓] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สภาวธรรม
ที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักดับใช่ไหม
วิ. ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นเคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตไม่ใช่จักดับ บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่
ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นเคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตก็จักดับ
ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดจักดับ สภาวธรรมที่
เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่
บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นจักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศลไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ใน
จตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นจักดับและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็เคยเกิด
ปัจจนีกบุคคล
[๒๒๔] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น
อกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็นกุศล
ของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น
อัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็น
กุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด

160
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ หน้าที่ 161 (เล่ม 39)

[๒๒๕] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่
เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักดับมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่เป็น
อกุศลของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
ปัจจนีกโอกาส
[๒๒๖] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่เป็น
อกุศลในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
[๒๒๗] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาว-
ธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ สภาวธรรม
ที่เป็นกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่สภาวธรรมที่เป็นอกุศล
มิใช่จักไม่ดับ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและสภาวธรรมที่เป็นอกุศลก็ไม่ใช่จักดับ
ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรมที่
เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค และอรหันตบุคคล บุคคลจักได้
อรหัตตมรรคในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่จักดับ แต่สภาวธรรมที่เป็นกุศลมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคล
ผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่
จักดับและสภาวธรรมที่เป็นกุศลก็ไม่เคยเกิด
อนุ. สภาวธรรมที่เป็นกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาวธรรมที่
เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. จักดับ

161
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ หน้าที่ 162 (เล่ม 39)

ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรม
ที่เป็นกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
[๒๒๘] อนุ. สภาวธรรมที่เป็นอกุศลของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด สภาว-
ธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่จักดับใช่ไหม
วิ. จักดับ
ปฏิ. สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่จักดับ สภาวธรรม
ที่เป็นอกุศลของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. เคยเกิด
อุปปาทนิโรธวาร จบ
ปวัตติวาร จบ
๓. ภาวนาวาร
[๒๒๙] อนุ. บุคคลใดกำลังเจริญสภาวธรรมที่เป็นกุศล บุคคลนั้นก็กำลังละ
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดกำลังละสภาวธรรมที่เป็นอกุศล บุคคลนั้นก็กำลังเจริญสภาว-
ธรรมที่เป็นกุศลใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังเจริญสภาวธรรมที่เป็นกุศล บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง
ละสภาวธรรมที่เป็นอกุศลใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดไม่ใช่กำลังละสภาวธรรมที่เป็นอกุศล บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เจริญสภาวธรรมที่เป็นกุศลใช่ไหม
วิ. ใช่
ฯลฯ
ภาวนาวาร จบ
ธัมมยมก จบ

162
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ หน้าที่ 163 (เล่ม 39)

อินทรียยมก
๑. ปัณณัตติวารอุทเทส
[๑] อินทรีย์ ๒๒ คือ
๑. จักขุนทรีย์ ๒. โสตินทรีย์
๓. ฆานินทรีย์ ๔. ชิวหินทรีย์
๕. กายินทรีย์ ๖. มนินทรีย์
๗. อิตถินทรีย์ ๘. ปุริสินทรีย์
๙. ชีวิตินทรีย์ ๑๐. สุขินทรีย์
๑๑. ทุกขินทรีย์ ๑๒. โสมนัสสินทรีย์
๑๓. โทมนัสสินทรีย์ ๑๔. อุเปกขินทรีย์
๑๕. สัทธินทรีย์ ๑๖. วิริยินทรีย์
๑๗. สตินทรีย์ ๑๘. สมาธินทรีย์
๑๙. ปัญญินทรีย์ ๒๐. อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์
๒๑. อัญญินทรีย์ ๒๒. อัญญาตาวินทรีย์
๑. ปทโสธนวาร
อนุโลม
[๒] จักขุ เป็นจักขุนทรีย์ใช่ไหม จักขุนทรีย์ เป็นจักขุใช่ไหม
โสตะ เป็นโสตินทรีย์ใช่ไหม โสตินทรีย์ เป็นโสตะใช่ไหม
ฆานะ เป็นฆานินทรีย์ใช่ไหม ฆานินทรีย์ เป็นฆานะใช่ไหม
ชิวหา เป็นชิวหินทรีย์ใช่ไหม ชิวหินทรีย์ เป็นชิวหาใช่ไหม
กาย เป็นกายินทรีย์ใช่ไหม กายินทรีย์ เป็นกายใช่ไหม
มโน เป็นมนินทรีย์ใช่ไหม มนินทรีย์ เป็นมโนใช่ไหม
อิตถี เป็นอิตถินทรีย์ใช่ไหม อิตถินทรีย์ เป็นอิตถีใช่ไหม

163
ฉบับมหาจุฬาฯ
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒ หน้าที่ 164 (เล่ม 39)

ปุริสะ เป็นปุริสินทรีย์ใช่ไหม ปุริสินทรีย์ เป็นปุริสะใช่ไหม
ชีวิต เป็นชีวิตินทรีย์ใช่ไหม ชีวิตินทรีย์ เป็นชีวิตใช่ไหม
สุข เป็นสุขินทรีย์ใช่ไหม สุขินทรีย์ เป็นสุขใช่ไหม
ทุกข์ เป็นทุกขินทรีย์ใช่ไหม ทุกขินทรีย์ เป็นทุกข์ใช่ไหม
โสมนัส เป็นโสมนัสสินทรีย์ใช่ไหม โสมนัสสินทรีย์ เป็นโสมนัสใช่ไหม
โทมนัส เป็นโทมนัสสินทรีย์ใช่ไหม โทมนัสสินทรีย์ เป็นโทมนัสใช่ไหม
อุเบกขา เป็นอุเปกขินทรีย์ใช่ไหม อุเปกขินทรีย์ เป็นอุเบกขาใช่ไหม
สัทธา เป็นสัทธินทรีย์ใช่ไหม สัทธินทรีย์ เป็นสัทธาใช่ไหม
วิริยะ เป็นวิริยินทรีย์ใช่ไหม วิริยินทรีย์ เป็นวิริยะใช่ไหม
สติ เป็นสตินทรีย์ใช่ไหม สตินทรีย์ เป็นสติใช่ไหม
สมาธิ เป็นสมาธินทรีย์ใช่ไหม สมาธินทรีย์ เป็นสมาธิใช่ไหม
ปัญญา เป็นปัญญินทรีย์ใช่ไหม ปัญญินทรีย์ เป็นปัญญาใช่ไหม
อนัญญาตัญญัสสามีติ เป็นอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ใช่ไหม
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ เป็นอนัญญาตัญญัสสามีติใช่ไหม
อัญญะ เป็นอัญญินทรีย์ใช่ไหม อัญญินทรีย์ เป็นอัญญะใช่ไหม
อัญญาตาวี เป็นอัญญาตาวินทรีย์ใช่ไหม
อัญญาตาวินทรีย์ เป็นอัญญาตาวีใช่ไหม (๙๔)
ปัจจนีกะ
[๓] สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขุนทรีย์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุนทรีย์ ไม่เป็นจักขุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นโสตินทรีย์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตินทรีย์ ไม่เป็นโสตะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานะ ไม่เป็นฆานินทรีย์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานินทรีย์ ไม่เป็นฆานะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นชิวหา ไม่เป็นชิวหินทรีย์ใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นชิวหินทรีย์ ไม่เป็นชิวหาใช่ไหม

164